Rank It Up : 10 ดาวรุ่งหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง โตโยต้า ไทยลีก เลกสอง

คอมเมนต์()
Goal Thailand
ท่ามกลางการย้ายเข้า-ออกของตลาดเลกสองอันแสนคึกคัก มีดาวรุ่งหน้าใหม่ไม่น้อยที่ได้ถูกใส่ชื่อลงทะเบียน และนี่คือ 10 รุกกี้ป้ายแดงที่เราอยากให้คุณจับตามอง

  1. BRUTD

    #1 กิตติชัย ใยดี

    สโมสร : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
    อายุ : 16 ปี
    ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก

    ดาวเด่นจากอคาเดมีบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตามหลังเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ขึ้นมามีชื่อลงทะเบียนใน โตโยต้า ไทยลีก หลังสร้างชื่อในฟุตบอลระดับเยาวชน มาทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติไทย รุ่น U-16 ปี ที่เจ้าตัวยึดตัวหลักไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

    แนวรับเจ้าของส่วนสูง 172 ซม. เคยได้รับเลือกให้คว้ารางวัล ASEAN Dream Player มาแล้ว ประกอบกับแนวทางของสโมสรบุรีรัมย์ที่พร้อมให้โอกาสดาวรุ่ง ก็ทำให้ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี 5 เดือน มีลุ้นสอดแทรกขึ้นไปมาตัวเลือกในทีมชุดใหญ่เหมือนกับ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

  2. Chonburi FC

    #2 นิติธร ศรีประมาณ

    สโมสร : ชลบุรี เอฟซี

    อายุ : 18 ปี

    ตำแหน่ง : ปีกขวา

    ฉลามชล จัดเป็นสโมสรที่มีชื่อเสียง ในการสร้างผู้เล่นริมเส้น มาประดับวงการฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเลกสอง “เอี่ยว” ปีกขวาดีกรีทีมชาติไทย U-16 และ U-18 ก็เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่ ชลบุรีฯ จัดการใส่ชื่อลงทะเบียนในลีกด้วย

    แม้จะมีรูปร่างที่ผอมบาง แต่ชดเชยด้วยสปีด ความว่องไว และการพาบอลไปกับตัวได้ดี ที่สำคัญ ชลบุรีฯ ลองหยอดชื่อเขาเป็น ตัวสำรอง ในเกมโตโยต้า ไทยลีก ที่พบกับ บีจีเอฟซี และส่งลงเล่นฟุตบอลถ้วยช้าง เอฟเอ คัพ  กับรุ่นพี่ชุดใหญ่แล้วด้วย

  3. Goal Thailand

    #3 ซันดี วงษ์เดอรี

    สโมสร : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
    อายุ : 19 ปี
    ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก

    ความจริงมิดฟิลด์ร่างเล็ก พรสรรค์สูง เกือบมีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่กิเลนผยอง ตั้งแต่ในช่วงเลกแรกแล้ว ก่อนจะถูกส่งไปเก็บเลเวลอีกสักระยะกับ อุดรธานี เอฟซี จนในช่วงเลกสอง เมืองทองฯ ก็มั่นใจในศักยภาพ และความสามารถเกินวัยของ ซันดี ที่มีครบเครื่องทั้ง เทคนิค, ทักษะ, ความคล่องตัว และการจ่ายบอลที่เฉียบขาดหวังผลได้ ถึงขนาดมอบเสื้อหมายเลข 11 ให้สวมใส่เลยทีเดียว

  4. SPFC

    #4 กิตติพต แดงอรุณ

    สโมสร : สุพรรณบุรี เอฟซี
    อายุ : 18 ปี
    ตำแหน่ง : กองหน้า

    “ปอนด์” แข้งโนเนมหนึ่งเดียว ที่ได้เปิดตัวร่วมกับนักเตะใหม่ทั้ง 6 ราย ในช่วงเลกสอง แต่ถ้าว่ากันด้วยเรื่องฝีเท้าแล้ว นี่คือสายเลือดใหม่ของทัพช้างศึกยุทธหัตถีที่ไม่อาจมองข้ามได้ 

    หัวหอกวัย 18 ปีหมาดๆ คือเด็กปั้นลูกหม้อสโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ผ่านมา ปอนด์ เคยเป็นหนึ่งในเยาวชนโครงการ เอฟซี บาเยิร์น มิวนิค ยูธ คัพ (รุ่นเดียวกับ เอกนิษฐ์ ปัญญา, กฤษดา กาแมน, ณัฐวุฒิ ชูติวัตร)

    รวมถึงเคยไปฝึกฟุตบอลกับทีมเยาวชนของ กัมบะ โอซากา และ โยโกฮามา เอฟ มารินอส มาแล้ว นอกจากนี้ เขายังมีหน่วยก้านที่ดี และความเร็วที่ไม่ธรรมดา เป็นอาวุธคู่กาย จนเคยก้าวไปมีชื่อติดทีมชาติไทย U-19 มาแล้ว

  5. Chonburi Football Club

    #5 จักรพงษ์ แสนมะฮุง

    สโมสร : ชลบุรี เอฟซี

    อายุ : 16 ปี

    ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก

    เพียงแค่นัดแรกที่ประเดิมสนาม ในการเล่นฟุตบอลอาชีพ “โอ๊ต” แนวรับร่างโย่งวัย 16 เศษๆ ก็สามารถจารึกชื่อเป็น ผู้เล่นอายุน้อยสุดที่ทำประตูให้ ชลบุรี เอฟซี ได้ทันที โดยน้องชายแท้ๆของ เนติพงษ์ แสนมะฮุง นั้น ปัจจุบันเป็นกำลังหลักของ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และ ฉลามชลจูเนียร์ พาต้นสังกัดกวาดแชมป์ฟุตบอลมาหลายรายการ

    รวมถึงยังเคยได้รับเลือกให้เป็น แข้งไทยหนึ่งเดียว ที่ได้ตั๋วไปฝึกฟุตบอลที่ แอสไพร์ อคาเดมี ประเทศกาตาร์ เมื่อปีที่ผ่านมา ดังนั้นเราอยากให้จับตามองเด็กคนนี้ให้ดี เพราะไม่แน่ว่า ช่วงท้ายฤดูกาล ชลบุรี อาจทำเซอร์ไพรส์ส่งเจ้าหนูวัย 16 ปี ลงเล่นบนลีกสูงสุดก็เป็นได้ ตามแนวทางของสโมสรที่เน้นการปั้นเด็ก

  6. CRUTD

    #6 วราวุฒิ โมทิม

    สโมสร : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
    อายุ : 20 ปี
    ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก

    ผลผลิตจากอคาเดมีกว่างโซ้งมหาภัย ที่ได้เวลาโปรโมตสู่ทีมชุดใหญ่เต็มตัว เสียที หลังจากฤดูกาลก่อน เขาเคยมีชื่อในช่วงเลกแรก เล่นให้กับ เชียงราย ยูไนเต็ด บี ก่อนถูกส่งไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับ เชียงราย ซิตี้ มาเป็นเวลา 1 ปี จนได้กลับมารับใช้ต้นสังกัดที่แท้จริงอีกครั้ง

    สำหรับ “ฟลุ๊ค” กัปตันทีมเชียงรายฯ ชุดโค้กคัพ ครั้งล่าสุด จัดเป็น กองหลังที่มีความแข็งแกร่ง และน่าจะเป็นอะไหล่ชั้นดีของ เชียงรายฯ ที่มีคิวเล่นทั้งฟุตบอลลีก และฟุตบอลถ้วย

    ที่สำคัญ เชียงรายฯ ยังเป็นสโมสรที่กล้าใช้งานผู้เล่นอายุน้อย และผลักดันดาวรุ่งหลายรายแจ้งเกิดมาแล้ว โดยในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา วราวุฒิ ถูกใส่ชื่อไว้บนมานั่งสำรอง เกมระดับ โตโยต้า ไทยลีก มาแล้ว 2 นัด

  7. MTUTD

    #7 ศฤงคาร พรหมสุภะ

    สโมสร : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

    อายุ : 21 ปี

    ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก

    เด็กหนุ่มสู้ชีวิต จากจังหวัดศรีสะเกษ ไต่เต้าเส้นทางฟุตบอลจาก 0 จนกระทั่งได้รับโอกาสเล่นอาชีพกับ ระยอง เอฟซี และก้าวสู่ทำเนียบ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชุดชิงแชมป์เอเชีย และชุดคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2017

    ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ความท้าทายครั้งใหญ่ในการกระโดดมาเล่น โตโยต้า ไทยลีก ครั้งแรกในชีวิต กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เรื่องฝีเท้าคงไม่ต้องบรรยายมาก หากเจ้าตัว สามารถปรับตัวเข้ากับแท็คติก สภาพแวดล้อมภายในทีมกิเลนผยองได้เมื่อไหร่ เราน่าจะได้เห็น แข้งสู้ชีวิตรายนี้ สอดแทรกบรรดาแข้งรุ่นพี่ ขึ้นมาป้องกันเกมรับให้ เมืองทองฯ ได้ในไม่ช้า

  8. True BUFC

    #8 ภัทรพล คำสุข

    สโมสร : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

    อายุ : 22 ปี

    ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก

    นักฟุตบอลไทยประวัติศาสตร์คนแรก ที่ได้ลงเล่นศึกฟุตบอลที่เก่าแก่สุดในโลก อย่าง เอฟเอ คัพ อังกฤษ ตัดสินใจทิ้งชีวิตในแผ่นดินผู้ดีกว่า 10 ปี เพื่อกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอน เซ็นสัญญาร่วมทัพ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

    แน่นอนว่า บิ๊ก คำสุข น่าจะเป็นอีกตัวเลือก ที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับแผงเกมรุกของ แข้งเทพ ไม่ว่าจะเรื่อง ความแข็งแกร่ง และสไตล์การเล่น ตามแบบฉบับแข้งที่เติบโตมาจากดินแดนต้นกำเนิดฟุตบอล

  9. Goal Thailand

    #9 ณัฐพล เปี่ยมพลาย

    สโมสร : โปลิศ เทโร เอฟซี

    อายุ : 22 ปี

    ตำแหน่ง : กองกลางตัวรับ

    อดีตเยาวชนกิเลนผยอง รุ่น พิชา อุทรา ที่เคยยุติการเล่นฟุตบอลอาชีพไปถึง 2 ครั้ง หลังไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้เลย จนหมดสัญญากับ เมืองทองฯ กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในฤดูกาลนี้ กับ อาร์มี ยูไนเต็ด ในลีกรอง จนฝีเท้าเข้าตา โปลิศ เทโร เอฟซี ดึงตัวมา สัมผัสเกมไทยลีกครั้งแรกสมใจเจ้าตัว

    โดยมิดฟิลด์เจ้าของเสื้อหมายเลข 18 มีจุดเด่นในเรื่องของการเข้าบอลที่แม่นยำ และเทคนิค ทักษะที่ดี แม้จะมีรูปร่างไม่สูงใหญ่นัก แต่เป็นกองกลางประเภทใจสู้ คอยทำหน้าที่ตัดเกม ชนิดไม่ปล่อย ทำให้ เทโรฯ เลือกส่งเขาลงสนามไปแล้วถึง 3 เกม (ตัวจริง 2 สำรอง 1)

  10. Goal Thailand

    #10 ปรเมศย์ อาจวิไล

    สโมสร : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

    อายุ : 20 ปี

    ตำแหน่ง : กองหน้า

    จากเด็กเดาะบอลช่วงพักครึ่ง ที่แฟนบอลสิงห์เจ้าท่า คุ้นหน้าคุ้นตาดี บัดนี้ เด็กน้อยนามว่า “ฟรองซ์” ได้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับลีกสูงสุดแล้ว หลังได้รับการขัดเกลาฝีเท้าจากอคาเดมีเมืองทอง จนได้ขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ เต็มตัวในช่วงเลกสอง พร้อมกับถูกส่งประเดิมสนามเกมแรกไปเป็นที่เรียบร้อย

    โดย ปรเมศย์ จัดเป็นกองหน้าดาวรุ่งไทยอีกคนที่ไม่ธรรมดา เขามีทั้ง ทักษะ การพักบอล และการยิงประตูที่เด็ดขาด แถมยังอยู่ข่ายติดทีมชาติไทย ชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ ในเดือน สิงหาคมนี้ อีกด้วย