Goal 50 2020: 50 นักเตะที่ดีที่สุดในโลก

คอมเมนต์()
Lewandowski Messi Harder Goal 50 HP
Goal
จากเสียงโหวตของทีมงาน 38 ประเทศทั่วโลก Goal ภูมิใจเสนอ 25 นักเตะชาย และ 25 นักเตะหญิงที่ดีที่สุดในโลกประจำฤดูกาล 2019-20

รายชื่อทั้งหมด
  1. 25. เปาโล ดีบาลา @man

    25. เปาโล ดีบาลา

    ในหน้าร้อนปี 2019 เปาโล ดีบาลา เกือบจะย้ายออกจากยูเวนตุส ถึงขั้นที่เขาอัดวิดีโออำลาให้แฟนบอลเบียงโคเนรีที่รักเขาเป็นอย่างยิ่งไปแล้ว

    มาถึงตอนนี้ เขาเตรียมจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมแชมป์อิตาลี เพื่อตอกย้ำความสำคัญของตัวเขาที่มีต่อทีมม้าลาย ด้วยผลงานอันสุดยอดที่ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์สคูเดตโต้ได้เป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกัน

    ดีบาลายิงได้ 17 ประตูรวมทุกรายการ ได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของกัลโช เซเรีย อา ขณะที่การตกรอบของยูเว่ด้วยความพ่ายแพ้ต่อลียงในแชมเปี้ยนส์ลีก ก็มีส่วนเป็นเพราะเขามีอาการบาดเจ็บจนไม่ได้มีส่วนร่วมในเกมนัดที่สอง

  2. 25. คริสเตียนา จิเรลลี @woman

    25. คริสเตียนา จิเรลลี

    หลังจากเป็นที่รู้จักทั่วประเทศอิตาลี จากแฮตทริคในฟุตบอลโลกเมื่อหน้าร้อนปีที่แล้ว คริสเตียนา จิเรลลี ก็สร้างชื่อให้ตัวเองเพิ่มเติมด้วยการเป็นจอมถล่มประตูในฤดูกาล 2019-20

    เธอยิงได้ 16 ประตู จาก 16 นัดในเซเรีย อา ก่อนจะช่วยยูเวนตุสคว้าแชมป์ลีกอีกสมัย พร้อมเป็นผู้นำดาวซัลโวด้วยตัวเธอเอง

    จิเรลลี ยังเป็นผู้ทำประตูเบิกร่องในเกมที่ยูเวนตุสชนะฟิออเรนตินาในอิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ และมีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมกับทีม โดยยิงไม่ได้เพียงนัดเดียว จากการเล่นไป 7 นัดในนามทีมชาติอิตาลี

  3. 24. จาดอน ซานโช @man

    24. จาดอน ซานโช

    ราฟาเอล เกร์เรโร นักเตะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และทีมชาติโปรตุเกส เคยกล่าวเอาไว้ว่า จาดอน ซานโช มีศักยภาพที่จะดีได้เทียบเท่าคริสเตียโน โรนัลโด้ หรืออาจจะดีกว่าได้ในสักวันหนึ่ง

    ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยว่าทำไมซานโชถึงได้รับการคาดหวังเอาไว้สูงนัก

    ด้วยวัยเพียง 20 ปี ซานโชกลายเป็นนักเตะตัวหลักของทีมชาติอังกฤษ และเป็นดาวเด่นในบุนเดสลีกานับตั้งแต่ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาอยู่กับดอร์ทมุนด์เมื่อปี 2017

    เฉพาะเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซานโชยิงไป 20 ประตู กับอีก 19 แอสซิสต์ ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของวงการฟุตบอลยุคนี้

  4. 24. อสิซาต โอชัวลา @woman

    24. อสิซาต โอชัวลา 

    ถ้าพูดถึงการเคลื่อนที่โดยไม่มีบอล และกลายอยู่ถูกที่ถูกเวลา อสิซาต โอชัวลา คือคนที่ไม่เป็นรองใคร

    ที่สำคัญ ด้วยวัย 26 ปี เธอยังพัฒนาเรื่องการปิดสกอร์ให้ยอดเยี่ยมขึ้นไปกว่าเดิมได้อีก จนบาร์เซโลนาต้องตัดสินใจคว้าตัวเธอมาร่วมทีมเป็นการถาวร

    ด้วยจำนวน 20 ประตู จาก 19 นัด โอชัวลาคือกำลังสำคัญที่พาบาร์ซาคว้าแชมป์ลีกมาครองได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2015

  5. 23. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน @man

    23. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

    ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม เยอร์เกน คล็อปป์ เคยกล่าวเอาไว้ว่า ถ้าใครจะไม่เห็นคุณภาพในตัวจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ผมก็ช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้ โชคดีที่ในที่สุดเฮนเดอร์สันก็ได้รับคำชมอย่างที่เขาควรจะได้รับเสียที

    จากผลงานที่ช่วยพาหงส์แดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอยมาอย่างยาวนานได้สำเร็จ เฮนเดอร์สันได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักข่าว เป็นรางวัลตอบแทนจากการเป็นผู้นำอันยอดเยี่ยมของเขาในสนาม

  6. 23. มารี-อองตัวเน็ตต์ คาโตโต้ @woman

    23. มารี-อองตัวเน็ตต์ คาโตโต้

    เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ มารี-อองตัวเน็ตต์ คาโตโต้ ไม่ติดทีมชาติฝรั่งเศสไปเล่นฟุตบอลโลกหญิงเมื่อหน้าร้อนปีที่แล้ว หลังจากที่เธอกลายเป็นดาวซัลโวในลีกฝรั่งเศสด้วยจำนวน 22 ประตู จาก 20 นัด

    และเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เธอก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าผลงานการทำประตูของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ด เมื่อเธอยิงได้ 16 ประตู จากจำนวนนัดที่ลงสนามเท่ากัน

    ด้วยวัย 22 ปี เธอคือหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของวงการฟุตบอลหญิง และถึงแม้เปแอสเชจะเสียแชมป์ทุกรายการให้ลียงอีกครั้งเมื่อฤดูกาล 2019-20 ที่ผ่านมา แต่ผลงานส่วนตัวของคาโตโต้นั้นเรียกได้ว่าโดดเด่นเกินพอ

  7. 22. บรูโน แฟร์นันด์ส @man

    22. บรูโน แฟร์นันด์ส

    บรูโน แฟร์นันด์ส ย้ายจากสปอร์ติง ลิสบอน มาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในทันทีช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง

    มิดฟิลด์ชาวโปรตุกีสคือกำลังสำคัญที่พาทีมปีศาจแดงกลับไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ ด้วยการยิง 8 ประตู กับ 7 แอสซิสต์ ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว แม้จะได้ลงเล่นเพียงแค่ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังเท่านั้น

  8. 22. เจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ @woman

    22. เจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ

    หลังจากยิง 24 ประตู จาก 28 นัดให้แอตเลติโก มาดริด และพาทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองเมื่อฤดูกาล 2018-19 มันคงต้องมีอะไรที่พิเศษมากๆ ที่จะทำให้ เจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ ทำผลงานได้ดีกว่าเดิมในฤดูกาลต่อมา

    แต่ เจนนิเฟอร์ เอร์โมโซ เป็นคนที่พิเศษ

    หลังย้ายมาอยู่กับบาร์เซโลนา เธอยิงได้ 23 ประตู จากการลงสนามเพียง 19 นัด กลายเป็นดาวซัลโวของลีกเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน และยังช่วยให้บาร์ซาคว้าแชมป์ลีกที่รอคอยมานานถึง 5 ปีได้สำเร็จ

    การคว้ารองเท้าทองคำ 4 สมัยในรอบ 5 ปี ไม่มีอะไรการันตีความเป็นจอมถล่มประตูของนักเตะวัย 30 ปีได้ดีกว่านี้อีกแล้ว

  9. 21. มานูเอล นอยเออร์ @man

    21. มานูเอล นอยเออร์

    มานูเอล นอยเออร์ คือคนยกระดับตำแหน่งผู้รักษาประตูให้ไปสู่มิติใหม่ แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีหลายคนกังขาในฟอร์มการเล่นของเขา

    ตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติเยอรมันของเขาถูกตั้งคำถามจากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของ มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น ส่วนในทีมบาเยิร์น มิวนิค เอง เขาก็จะแรงกดดันจาก อเล็กซานเดอร์ นูเบล ที่จะมาแย่งตำแหน่งตัวจริงในถิ่นอลิอันซ์ อารีนา

    อย่างไรก็ดี นอยเออร์พิสูจน์ตัวเองได้อย่างสวยหรู ด้วยการพาบาเยิร์น มิวนิค คว้าเทรเบิ้ลแชมป์ และยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึงขั้นกุนซือคู่แข่งอย่างโธมัส ทูเคิล ยังต้องเอ่ยปากชม

  10. 21. ยูจีนี เลอ ซอมเมอร์ @woman

    21. ยูจีนี เลอ ซอมเมอร์

    ยูจีนี เลอ ซอมเมอร์ อาจะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดของเธอเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากอาการบาดเจ็บ แต่ด้วยผลงานที่เธอแสดงในสนามก็ช่วยย้ำความเป็นนักเตะระดับโลกของเธอได้เป็นอย่างดี

    กองหน้าชาวฝรั่งเศสยิงได้ 5 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ ในลีก ทั้งที่ได้ลงเป็นตัวจริงเพียง 9 นัดเท่านั้น

    ส่วนในแชมเปี้ยนส์ลีก เธอยิงได้ 5 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ จากการลงสนามเพียง 6 นัด รวมถึงเกมนัดชิงที่ลียงเอาชนะโวล์ฟส์บวร์ก 3-1 ด้วย

  11. 20. อัลฟองโซ เดวีส์ @man

    20. อัลฟองโซ เดวีส์

    ฟูลแบ็คชาวแคนาดาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเฉพาะในเกมที่บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะบาร์เซโลนาในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ

    แข้งวัย 19 ปี แสดงให้เห็นถึงความเร็วและฟุตเวิร์คที่ยอดเยี่ยมในการเอาบดขยี้คู่แข่งทางริมเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า นับตั้งแต่ถูกถอยลงมาเล่นฟูลแบ็ค และได้รับการจับตามองว่าอาจจะเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกคนต่อไปในอนาคต

  12. 20. เอ๊บบี้ ดาห์ลเคมเปอร์ @woman

    20. เอ๊บบี้ ดาห์ลเคมเปอร์

    มีเซ็นเตอร์ฮาล์ฟไม่กี่คนในวงการฟุตบอลหญิงที่เล่นได้อย่างสม่ำเสมอกว่าเอ๊บบี้ ดาห์ลเคมเปอร์

    แข้งวัย 27 ปี มีส่วนพานอร์ธ แคโนไลนา คอเรจ คว้าแชมป์ NWSL Championship มาครองเมื่อจบปี 2019 ด้วยการตามประกบแซม เคอร์ จนเล่นไม่ออกในเกมรอบชิงชนะเลิศที่ทีมของเธอเป็นฝ่ายชนะ 4-0

    นอกจากเกมรับที่โดดเด่น ดาห์ลเคมเปอร์ยังขึ้นชื่อในเรื่องความสามารถในการตั้งเกมจากกองหลังที่ทำได้ยอดเยี่ยมเหนือกว่าใครๆ อีกด้วย

  13. 19. ชิโร อิมโมบิเล @man

    19. ชิโร อิมโมบิเล

    กองหน้าทีมชาติอิตาลีระเบิดฟอร์มในกัลโช เซเรีย อา ด้วยการยิงถึง 36 ประตู พร้อมคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

    ถึงแม้ผลงานของเขาจะยังไม่ดีพอพาทีมลาซิโอคว้าสคูเด็ตโต้มาครองเมื่อจบฤดูกาล แต่อย่างน้อยเขาก็ยังได้รับรางวัลปลอบใจเป็นรองเท้าทองคำยุโรปมาแทน

  14. 19. เอวา พาจอร์ @woman

    19. เอวา พาจอร์

    มีนักเตะแค่สองคนที่ยิงและแอสซิสต์ได้เป็นตัวเลขสองหลักในบุนเดสลีกาฤดูกาลที่แล้ว หนึ่งในนั้นคือ เอวา พาจอร์

    แข้งวัย 23 ปี ทำได้ 10 แอสซิสต์ และยังยิงได้อีกถึง 16 ประตู จากการลงสนามเพียง 17 นัดเท่านั้น

    ผลงานที่ยอดเยี่ยมของเธอ ส่งผลให้โวล์ฟส์บวร์กคว้าแชมป์ลีกมาครองได้อีกสมัย และไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้

  15. 18. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ @man

    18. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์

    บางคนอาจวิจารณ์ว่าฟอร์มการถล่มประตูของโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ตกลงไปบ้าง แต่เขาก็ยังถือเป็นแนวรุกคนสำคัญของลิเวอร์พูล ในฤดูกาลที่พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอยมานานได้สำเร็จ

    ซาลาห์อาจจะไม่ได้ร้อนแรงเท่าเดิม แต่เขาก็ยังยิงได้ถึง 19 ประตู กับอีก 10 แอสซิสต์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

  16. 18. อเมล มาจรี @woman

    18. อเมล มาจรี

    มีนักเตะกี่คนที่เคยได้ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 7 สมัย ด้วยวัยเพียง 27 ปี? คำตอบคือคนเดียว – อเมล มาจรี

    สตาร์ของลียงยังคงเป็นดาวเด่นในการพาทีมคว้าแชมป์ลีก, เฟรนช์ คัพ, แชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงเฟรนช์ ซูเปอร์คัพ มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

    มาจรียิงได้ 5 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จาก 14 นัด รวมถึงอีก 7 ประตูในรายการอื่นๆ คือเครื่องการันตีความยอดเยี่ยมของเธอ

  17. 17. เออร์ลิง ฮาลันด์ @man

    17. เออร์ลิง ฮาลันด์

    กองหน้าชาวนอร์เวย์เพิ่งจะอายุ 20 ปีในหน้าร้อนที่ผ่านมา แต่เขาพิสูจน์ตัวเองในฐานะว่าที่ซูเปอร์สตาร์คนต่อไปได้เรียบร้อยแล้ว ด้วยการยิง 10 ประตู จาก 8 นัด ในการลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นฤดูกาลแรกของตัวเอง กับทีมเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

    เราอาจกำลังสงสัยกันว่าใครจะมาทดแทนคริสเตียโน โรนัลโด้ และลิโอเนล เมสซี เมื่อทั้งคู่แขวนสตั๊ดไป บางทีฮาลันด์ซึ่งยิงไป 44 ประตู จากการลงสนาม 40 นัดรวมทุกรายการในฤดูกาล 2019-20 อาจเป็นคำตอบที่เรารอคอย

  18. 17. จี โซ ยุน @woman

    17. จี โซ ยุน

    ผลงานที่สม่ำเสมอของจี โซ ยุน เป็นสิ่งที่แฟนบอลซูเปอร์ลีกคุ้นตา หลังจากที่เธอกลับมาเล่นที่นี่เมื่อปี 2014

    เทคนิคและทักษะในการจ่ายบอลของซูเปอร์สตาร์เกาหลีใต้ยังคงเนียนตา รวมถึงทักษะในการทำประตูของเธอก็ไม่แพ้ใคร เมื่อยิงได้ 6 ประตู จาก 13 นัดในลีกที่พาทีมต้นสังกัดคว้าแชมป์ WSL เป็นสมัยที่สาม

  19. 16. แซร์จ กนาบรี้ @man

    16. แซร์จ กนาบรี้

    เพียง 5 ปีนับตั้งแต่วันที่โทนี พูลลิส บอกว่า แชร์จ กนาบรี้ มีคุณสมบัติไม่พอจะลงเล่นในเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน จนถึงวันนี้ ปีกชาวเยอรมันได้รับการยกย่องให้เป็น อาร์เยน ร็อบเบน คนใหม่ของทีมบาเยิร์น มิวนิค ด้วยการยิงไป 23 ประตู จากการลงสนาม 46 นัดในฤดูกาลที่ต้นสังกัดของเขาคว้าเทรเบิ้ลแชมป์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

    ฟอร์มของอดีตนักเตะอาร์เซนอลนั้นโดดเด่นอย่างมากโดยเฉพาะในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เขายิงไปถึง 5 ประตู จากทั้งหมด 9 ประตูที่เขายิงได้ตลอดทัวร์นาเมนต์ ในรอบน็อคเอาท์ รวมถึงสองประตูในเกมรอบรองชนะเลิศที่ชนะโอลิมปิค ลียง ด้วย

  20. 16.  อเล็กเซีย ปูเทลลาส @woman

    16.  อเล็กเซีย ปูเทลลาส

    อเล็กเซีย ปูเทลลาส คือกองกลางที่เป็นตัวแทนของวงการฟุตบอลสเปน โดยเฉพาะวิธีการเล่นฟุตบอลในแบบบาร์เซโลนา

    นักเตะวัย 26 ปี มีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม และมีความคิดสร้างสรรค์ที่เฉียบคม รวมถึงวิสัยทัศน์ที่เหมาะกับแนวทางการเล่นฟุตบอลทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติของเธอ

    ปูเทลลาส เป็นกำลังสำคัญในการพาบาร์เซโลนาเป็นแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี รวมถึงแสดงความสามารถในการส่งบอลไปกองอยู่ก้นตาข่ายด้วยการยิงไป 10 ประตู จาก 20 นัด

  21. 15. โรเมลู ลูกากู @man

    15. โรเมลู ลูกากู

    เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ว่าทำไมโรเมลู ลูกากู ถึงได้งงที่ค่าพลังของตัวเขาลดลงในเกม FIFA 21

    จริงๆ แล้ว ในปี 2020 คือปีที่ศูนย์หน้าชาวเบลเยียมกลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง หลังจากย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลาน ด้วยการเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงได้ถึง 34 ประตูในฤดูกาลแรกกับทีมงูใหญ่ นับตั้งแต่โรนัลโด้

    นอกจากนี้ในยูโรป้าลีก กองหน้าวัย 27 ปี ก็ยังยิงได้ 10 นัดติดต่อกันในรายการนี้ ถึงแม้ว่าเนรัซซูรีจะต้องเจ็บช้ำในรอบชิงชนะเลิศของยูโรป้าลีกก็ตาม

  22. 15. เบธ อิงค์แลนด์ @woman

    15. เบธ อิงค์แลนด์

    หลังจากพยายามดิ้นรนเพื่อปักหลักในซูเปอร์ลีกอยู่นานหลายปี เบธ อิงค์แลนด์ ก็เริ่มต้นฤดูกาลที่แล้วด้วยการยิงประตูสุดสวยจากระยะ 30 หลา ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเกมที่เชลซี เอาชนะ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1-0

    นับตั้งแต่นั้น แข้งวัย 26 ปี ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ทำประตูได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอีกหนึ่งประตูสุดสวยในเกมเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-3 ทำให้เชลซีคว้าแชมป์ลีกมาครองได้สำเร็จ

  23. 14. เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ @man

    14. เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

    ความมหัศจรรย์ของเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ก็คือ เขาเพิ่งอายุ 22 ปี เท่านั้น นั่นหมายความว่าเขายังจะพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปได้ดีกว่านี้อีก

    ด้วยทักษะในการเติมเกมริมเส้นและจ่ายบอลที่แม่นยำ ทำให้เขาทำลายสถิติแอสซิสต์ในตำแหน่งกองหลังของพรีเมียร์ลีก ด้วยการทำทางให้เพื่อนได้ถึง 13 ประตูในฤดูกาลที่หงส์แดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ

  24. 14. กูโร ไรเทน @woman

    14. กูโร ไรเทน

    ตอนที่ กูโร ไรเทน ย้ายมาอยู่กับเชลซีเมื่อหน้าร้อนปีที่แล้ว เธอยังไม่ใช่นักเตะที่มีชื่อเสียงนัก แต่ถึงกระนั้น เอ็มม่า เฮย์ส ก็ประกาศว่าการเซ็นสัญญาคว้าตัวเธอมาร่วมทีม คือหนึ่งในตัวสร้างสรรค์เกมที่มีพรสวรรค์ที่สุดในโลก 

    และเมื่อการแข่งขันซูเปอร์ลีกดำเนินไป มันก็ชัดเจนว่าทำให้ไรเทนถึงได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในฤดูกาลที่เชลซีคว้าแชมป์ WSL มาครอง พร้อมทั้งทำ 8 แอสซิสต์ กับ 5 ประตู จาก 15 นัด

  25. 13. เซร์คิโอ รามอส @man

    13. เซร์คิโอ รามอส

    เมื่อพูดถึงเซร์คิโอ รามอส เราคงต้องยอมรับว่าหลายคนจะนึกถึงการเล่นที่หนักหน่วง และมักจะติดโทษแบนอยู่เสมอๆ เมื่อฤดูกาลที่แล้วก็เช่นกัน รามอสโดนแบนในเกมที่เรอัล มาดริด ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน

    อย่างไรก็ดี เขาก็กลับมาได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ยิงได้ 6 ประตู จาก 10 นัด และทำให้ทีมเรอัล มาดริด ชนะอย่างต่อเนื่องจนคว้าแชมป์ลาลีกามาครองได้สำเร็จ

  26. 13. จูลี เอิร์ตซ์ @woman

    13. จูลี เอิร์ตซ์

    ทีมชาติสหรัฐอเมริกาคือทีมฟุตบอลหญิงที่ดีที่สุดในโลก และจูลี เอิร์ตซ์ ก็เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของทีมชุดนี้

    เอิร์ตซ์ คือมิดฟิลด์ตัวรับที่คอยคุมเกมรับของทีมให้เล่นได้อย่างมั่นคง ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดเกมรุกได้อย่างสม่ำเสมอ

    ส่วนในระดับสโมสร แข้งวัย 28 ปีอาจจะเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเสียมากกว่า แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธความสำคัญของเธอในทีมได้เลย

  27. 12. ติอาโก อัลคันทารา @man

    12. ติอาโก อัลคันทารา

    ติอาโก อัลคันทารา คือแกนหลักในทีมบาเยิร์น มิวนิค ชุดเทรเบิ้ลแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ด้วยทักษะการครองบอลที่ยอดเยี่ยม และการจ่ายบอลที่เฉียบคม

    ด้วยความสามารถที่เขามี ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ก็ถือเป็นฝันร้ายสำหรับคู่แข่ง ดังเช่นที่เมสัน เมาท์ กองกลางดาวรุ่งเชลซี เคยยอมรับหลังจากที่เผชิญหน้ากันในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ว่าเขาไม่สามารถเข้าใกล้ติอาโกได้เลยตลอดทั้งเกม

  28. 12. กรีดจ์ บ็อค บาธี @woman

    12. กรีดจ์ บ็อค บาธี

    ความมหัศจรรย์ของ กรีดจ์ บ็อค บาธี แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด เมื่อเธอเล่นคู่กับเวนดี้ เรนาร์ด ทั้งในทีมลียงและฝรั่งเศส แต่ก็ยังโดดเด่นไม่แพ้คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของเธอ

    กรีดจ์ บ็อค บาธี เป็นคนที่ครองบอลได้อย่างเยือกเย็น แข็งแกร่งเวลาไม่มีบอล และมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม รวมถึงเก่งในเรื่องลูกกลางอากาศ นักเตะวัย 25 ปี ได้แชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว 5 สมัย และเธอยังเล่นอยู่ในระดับสูงได้อีกหลายปี

    แม้อาการบาดเจ็บจะทำให้เธอไม่ได้ช่วยลียงในช่วงเวลาสำคัญทั้งในแชมเปี้ยนส์ลีกและเฟรนช์คัพ แต่นั่นก็ไม่ได้ลดความสำคัญของเธอที่มีต่อทีมได้เลย
  29. 11. โยชัว คิมมิช @man

    11. โยชัว คิมมิช

    มีอะไรบ้างที่ โยชิว คิมมิช ทำไม่ได้?

    แข้งทีมชาติเยอรมันไม่ได้เป็นเพียงมิดฟิลด์ตัวรับในฤดูกาลที่บาเยิร์น มิวนิค คว้าเทรเบิ้ลแชมป์มาครอง เขายังสามารถขยับไปเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟและแบ็คขวาในบางครั้งบางคราวได้อีกด้วย

    แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังทำได้ 7 ประตู กับอีก 15 แอสซิสต์ รวมถึงเป็นผู้เล่นที่สร้างโอกาสได้มากที่สุดในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2019-20

  30. 11. แซม เคอร์ @woman

    11. แซม เคอร์

    สิ่งที่น่าหงุดหงิดเพียงอย่างเดียวของการที่ แซม เคอร์ ย้ายมาอยู่กับเชลซี ก็คือต้องรอถึง 2 เดือนกว่าจะได้เห็นเธอสร้างความหวั่นกลัวให้กองหลังคู่แข่ง

    หลังจากพาชิคาโก้ เรด สตาร์ ได้ถึง NWSL Championship รอบชิงชนะเลิศ และคว้ารางวัลรองเท้าทองคำเป็นสมัยที่สามติดต่อกัน เธอตัดสินใจย้ายมาเล่นในซูเปอร์ลีก และต้องปรับตัวให้เข้ากับบทบาทใหม่ที่ต้องเล่นกับเพื่อนร่วมทีมให้มากขึ้น แต่เธอก็ยังเป็นตัวอันตรายทั้งในเรื่องการทำประตูด้วยตัวเอง รวมถึงการเคลื่อนที่เพื่อสร้างพื้นที่ว่างและโอกาสให้คนอื่นอยู่เสมอ

  31. 10. ซาดิโอ มาเน @man

    10. ซาดิโอ มาเน

    ปีกชาวเซเนกัลกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุกของทีมหงส์แดง จากการกลายเป็นผู้เล่นที่มักยิงประตูสำคัญๆ ให้ทีมได้เสมอๆ โดยเฉพาะในช่วงท้ายฤดูกาลที่สถานการณ์หลายอย่างอยู่ในช่วงกดดันสุดๆ

    ซาดิโอ มาเน ไม่เพียงได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลลิเวอร์พูลเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลทีมอื่นๆ ด้วย ซึ่งได้รับการยืนยันจากการที่เขาได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพีเอฟเอจากการโหวตของแฟนบอลในฤดูกาล 2019-20

  32. 10. คริสตัล ดันน์ @woman

    10. คริสตัล ดันน์

    ตอนที่ค่าพลังนักเตะหญิงในเกม FIFA 21 ถูกปล่อยออกมา มีหลายคนโวยวายว่าทำไมถึงไม่มีชื่อของ คริสตัล ดันน์

    เมแกน ราปิโน ถึงขั้นออกมาประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า เธอจะเถียงกับใครก็ตามที่ไม่เชื่อว่าเพื่อนร่วมทีมชาติสหรัฐอเมริกาของเธอเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลก

    ที่น่าสนใจก็คือ มันไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีที่สุดของดันน์ด้วยซ้ำ

    จริงๆ แล้ว ด้วยพลังในการสร้างสรรค์เกมที่เธอมี เธอคือคนที่ทำได้ดีที่สุดในตำแหน่ง หมายเลข 10 และช่วยให้ นอร์ธ แคโรไลนา คอเรจ คว้าแชมป์ NWSL Championship อีกสมัยเมื่อปี 2019

    มีนักเตะเพียงไม่กี่คนที่เป็นผู้เล่นเวิลด์คลาสได้ในสองตำแหน่ง ซึ่งดันน์เป็นหนึ่งในนั้น

  33. 9. โธมัส มุลเลอร์ @man

    9. โธมัส มุลเลอร์

    โยอาคิม เลิฟ เคยบอกว่าโธมัส มุลเลอร์ ผ่านช่วงที่ดีที่สุดไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนที่เขาตัดชื่อนักเตะรายนี้ทิ้ง หลังจากฟุตบอลโลกที่ล้มเหลว

    อย่างไรก็ดี บาเยิร์น มิวนิค ไม่ได้คิดเช่นนั้น และฮันซี ฟลิค ก็พิสูจน์ให้เห็นด้วยการส่งมุลเลอร์ลงเป็นตัวหลักในทีมตลอดฤดูกาลที่แล้ว ก่อนที่มุลเลอร์จะตอบแทนด้วย 12 ประตู กับ 25 แอสซิสต์ ที่พาบาเยิร์น มิวนิค คว้าเทรเบิ้ลแชมป์ได้เป็นครั้งที่สอง

  34. 9. เดบินญา @woman

    9. เดบินญา

    ซูเปอร์สตาร์คือผู้โชว์ผลงานในเกมที่สำคัญที่สุด – นั่นคือนิยามของเดบินญา  

    ตอนที่ นอร์ธ แคโรไลนา คอเรจ คว้า NWSL Championship สมัยที่ 2 ติดต่อกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน แข้งวัย 29 ปี ได้รับเลือกให้เป็นเอ็มวีพี หลังจากที่ยิงประตูเบิกร่องในเกมพบชิคาโก้ เรด สตาร์

    นับตั้งแต่นั้น NWSL ก็เจอปัญหาเรื่องโควิด-19 เล่นงาน แต่เมื่อไหร่ที่เดบินญาได้ลงสนาม เธอก็จะทำลงานได้เสมอ รวมถึงติดทีมยอดเยี่ยมของชาเลนจ์ คัพ ในหน้าร้อนนี้

  35. 8. คาริม เบนเซมา @man

    8. คาริม เบนเซมา

    ในยามที่ซูเปอร์สตาร์ที่ซื้อเข้ามาใหม่อย่างเอเดน อาซาร์ และลูกา โยวิช ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาได้ เรอัล มาดริด ต้องพึ่งพา คาริม เบนเซมา เป็นกำลังหลักในเกมรุก และเขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการยิงไปถึง 21 ประตูในลาลีกา

    หลังจากรับบทเป็นผู้ช่วยมามากกว่าทศวรรษ เบนเซมาก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมในเกมรุกอย่างเต็มตัว และนี่คืออันดับที่สุดที่สุดใน Goal 50 ของเขาเท่าที่เคยมีมา

  36. 8. อมาดีน อองรี @woman

    8. อมาดีน อองรี

    อมาดีน อองรี พลาดการลงสนามในแชมเปี้ยนส์ลีกนัดชิงชนะเลิศเพราะมีอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก แถมหลังจากนั้นวงการฟุตบอลหญิงยังต้องเจอปัญหาเรื่องโควิด-19 เล่นงาน ทำให้แฟนบอลไม่มีโอกาสได้เห็นมิดฟิลด์รายนี้โชว์ผลงานในเวทีใหญ่ไปนานทีเดียว

    นักเตะวัย 31 ปี คือผู้เล่นในระดับเวิลด์คลาสที่โดดเด่นทั้งยามเล่นเกมรุก และถอยลงมาช่วยลียงตั้งรับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำกันไม่ได้ง่ายๆ

    ทีมยักษ์ใหญ่แห่งฝรั่งเศสได้แชมปมา 4 รายการในฤดูกาลนี้ และอองรีคือนักเตะที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อความสำเร็จดังกล่าวอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย

  37. 7. เวอร์จิล ฟาน ไดค์ @man

    7. เวอร์จิล ฟาน ไดค์

    คงไม่ต้องถามกันอีกแล้วว่า เวอร์จิล ฟาน ไดค์ สำคัญต่อลิเวอร์พูลแค่ไหน เขาลงเล่นในทุกนาทีของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งทีมหงส์แดงคว้าแชมป์ที่พวกเขารอคอยมานานกว่า 30 ปีมาครอง

    ทีมหงส์แดงไม่ใช่ทีมเดิมอีกต่อไป ทันทีที่ได้ฟาน ไดค์ เข้ามาเป็นแกนหลักในเกมรับ

    ถึงแม้การไปไม่ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จะทำให้ฟาน ไดค์ ไม่สามารถรักษาอันดับเดิมใน Goal 50 เอาไว้ได้ แต่จากผลงานตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ทำให้เขายังคงเป็นกองหลังที่อันดับสูงที่สุดในลิสต์ปีนี้

  38. 7. ซากิ คุมางาอิ  @woman

    7. ซากิ คุมางาอิ

    ซากิ คุมางาอิ เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เพื่อนร่วมทีมล้วนให้การยอมรับ แต่การที่เธอค้าแข้งอยู่กับทีมอย่างลียง ทำให้เธอมักถูกมองข้ามเสมอๆ

    พอมาปีนี้ นักเตะวัย 30 ปี ก็ได้รับการยอมรับอย่างที่เธอควรได้รับเสียที จากการเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูให้ลียงชนะโวล์ฟส์บวร์ก ในรอบชิงชนะเลิศแชมเีป้ยนส์ลีก ทำให้เธอได้แชมป์รายการนี้มาครองเป็นสมัยที่ 5

    อย่างไรก็ดี การทำประตูไม่ใช่สิ่งที่เธอได้รับการยอมรับมากที่สุด มิดฟิลด์ตัวรับซึ่งถอยลงมาเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้อย่างไม่ขัดเขินรายนี้คือตัวจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม และมีการเข้าสกัดที่แม่นยำ รวมถึงด้วยทักษะที่ยอดเยี่ยมในเกมรุก ทำให้เธอเป็นกำลังสำคัญในความสำเร็จของลียงฤดูกาลนี้

  39. 6. คีลิยัน เอ็มบัปเป้ @man

    6. คีลิยัน เอ็มบัปเป้

    กองหน้าชาวฝรั่งเศสคือกำลังสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ในทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งคว้า 4 แชมป์ในประเทศ ด้วยการยิงไป 25 ประตู จากการลงสนามเพียง 27 นัด และจากการยิงได้ 18 ประตูในลีกเอิงก็ทำให้เขาได้รับรางวัลดาวซัลโวมาครอบครอง

    ส่วนในเกมยุโรป เขาก็ยังคงเป็นแกนหลักในแนวรุกของทีมเปแอสเช ที่มีส่วนสำคัญในการพาทีมเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ถึงแม้จะไม่ได้ลงเล่นในเกมพบบาเยิร์น มิวนิค เพราะมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าก็ตาม

  40. 6. แคโรไลน์ เกรแฮม แฮนเซน @woman

    6. แคโรไลน์ เกรแฮม แฮนเซน

    แคโรไลน์ เกรแฮม แฮนเซน เป็นนักเตะที่มีผลงานน่าประทับใจด้วยเหตุผลมากมาย เธอเป็นเครื่องจักรแอสซิสต์ ที่สร้างผลงานได้เป็นอันดับหนึ่งในแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลที่แล้ว

    นอกจากนี้ เธอยังมีความสามารถในการทำประตู ด้วยการยิงถึง 18 ประตู จาก 32 นัด ช่วยให้บาร์เซโลนาคว้าแชมป์ลีก, สแปนิช ซูเปอร์ คัพ และเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายในเกมยุโรป

  41. 5. คริสเตียโน โรนัลโด้ @man

    5. คริสเตียโน โรนัลโด้

    ไม่มีใครสงสัยในคุณภาพฝีเท้าของคริสเตียโน โรนัลโด้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสจะยังรักษาสถิติการทำประตูที่สม่ำเสมอได้ ในฤดูกาลที่เต็มไปด้วยปัญหาที่ตูริน

    แข้งวัย 35 ปี ทำสถิติยิงประตูติดต่อกันได้ถึง 11 นัดในกัลโช เซเรีย อา ถึงแม้จะเป็นฤดูกาลที่ไม่ค่อยน่าประทับใจนักของยูเว่ที่ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยฝีมือของลียง และซาร์รีเองก็โดนปลดเมื่อจบฤดูกาล

  42. 5. เวนดี้ เรนาร์ด @woman

    5. เวนดี้ เรนาร์ด

    ตอนที่ เวนดี้ เรนาร์ด แขวนสตั๊ดกับลียง สถิติของเธอก็คงยิ่งใหญ่ถึงขั้นยากจะหาใครมาทำลายง่ายๆ

    แข้งวัย 30 ปีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก ถึงแม้จะถูกกดดันเพราะพวกเขากำลังลุ้นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 แต่ เรนาร์ด ก็ประกาศอย่างชัดเจนว่าเธอต้องการเพียงชัยชนะเท่านั้น

    เธอคือกัปตันผู้นำทีมลียงคว้าแชมป์ 4 รายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ด้วยการเล่นได้อย่างเยือกเย็นในเกมรับ, การอ่านเกมอย่างเฉียบขาด และการเล่นลูกกลางอากาศที่อันตราย จนยิงได้ถึง 12 ประตู รวมทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

  43. 4. เนย์มาร์ @man

    4. เนย์มาร์

    ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เนย์มาร์คือหัวใจสำคัญที่พาปารีส แซงต์ แชร์กแมง เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรก

    ถึงแม้จะได้ลงสนามเพียง 15 นัดในลีกเอิง เนื่องจากโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน เขาก็ยังยิงได้ถึง 13 ประตู พาเปแอสเชคว้าแชมป์ลีกเอิงครั้ง

    ขณะเดียวกัน เมื่อเขากลับมาฟิตสมบูรณ์ เนย์มาร์ก็โชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาออกมาในแชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอาท์ และถึงแม้เขาจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน และผลงานของเนย์มาร์พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกในเวลานี้อีกครั้งหนึ่ง

  44. 4. เซ็นนิเฟอร์ มาโรซาน @woman

    4. เซ็นนิเฟอร์ มาโรซาน

    ไม่มีนักฟุตบอลหญิงคนไหนบนดาวเคราะห์ดวงนี้ที่มีเทคนิคดีไปกว่า เซ็นนิเฟอร์ มาโรซาน เพลย์เมคเกอร์ลียงทำได้ดีในทุกๆ อย่าง ทั้งการจ่ายบอลทะลุช่องอย่างมีกคลาส, การเตะฟรีคิกที่แม่นยำ, การยิงประตูที่เฉียบคม ไปจนถึงการจับบอลแรกที่เนียนตา

    เธอยังคงเป็นกำลังสำคัญของลียงที่คว้าแชมป์ 4 รายการในฤดูกาลนี้ และเป็นนักเตะคนเดียวในลีกฝรั่งเศสที่ทำผลงานเป็นตัวเลขสองหลักทั้งประตูและแอสซิสต์ โดยยิงได้ 10 ประตู และจ่ายบอลให้เพื่อนได้อีก 12 แอสซิสต์

  45. 3. ลิโอเนล เมสซี @man

    3. ลิโอเนล เมสซี

    มันคือฤดูกาลที่ยุ่งเหยิงของลิโอเนล เมสซี จากการที่เปิดเผยกับ Goal ว่าเขามีปัญหากับโจเซฟ มาเรีย บาร์โตเมว เรื่องขอย้ายทีมมาแทบจะตลอดฤดูกาล

    อย่างไรก็ดี เขาก็ยังคงทำผลงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ตลอดฤดูกาลที่แล้ว โดยไม่มีนักเตะคนไหนใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปที่ทำแอสซิสต์รวมทุกรายการได้มากไปกว่าเมสซี (25 ครั้ง) แถมยังยิงได้อีกถึง 31 ประตู

    เฉพาะในลาลีกา เขาก็ยิงไปถึง 25 ประตู คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดไปครองเป็นครั้งที่สี่ติดต่อกัน

  46. 3. ลูซี บรอนซ์ @woman

    3. ลูซี บรอนซ์

    ลูซี บรอนซ์ เป็นหนึ่งในทีมลียงชุดคว้า 4 แชมป์ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเธอกับสโมสรแห่งนี้

    ฟูลแบ็คทีมชาติอังกฤษมีความอึดที่เหลือเชื่อในการวิ่งจากเกมรับเติมขึ้นมาเล่นเกมรุก ก่อนจะวิ่งกลับไปตั้งรับอีกครั้ง ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของลียงตลอดหลายปีที่ผ่านมา และคราวนี้หลายคนก็หวังว่าเธอจะทำผลงานได้แบบเดียวกันกับต้นสังกัดใหม่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้

  47. 2. เควิน เดอ บรอยน์ @man

    2. เควิน เดอ บรอยน์

    เควิน เดอ บรอยน์ แสดงออกให้เห็นว่ารู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ที่พวกเขาต้องตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้ง ในฝีเท้าของโอลิมปิก ลียง 3-1

    ความหงุดหงิดของเดอ บรอยน์ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะไม่มีใครอีกแล้วในทีมเรือใบสีฟ้าที่สร้างผลงานโดดเด่นตลอดฤดูกาล เพื่อพยายามพาทีมต้นสังกัดของเขาไปให้ถึงความสำเร็จที่ใฝ่ฝัน

    แม้ลิเวอร์พูลจะเป็นทีมที่เป็นแชมป์แห่งประเทศอังกฤษ แต่เดอ บรอยน์ คือคนที่ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีก การผลงานยิง 13 ประตู กับอีก 20 แอสซิสต์ ในฤดูกาลที่ผ่านมา

  48. 2. วิเวียน เมียเดมา @woman

    2. วิเวียน เมียเดมา

    บางครั้งอะไรๆ ก็ไม่เป็นใจสำหรับนักเตะที่ดีที่สุด วิเวียน เมียเดมา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับอาร์เซนอล แต่เพราะอาการบาดเจ็บของคนอื่นๆ ในทีม ทำให้ลูกทีมของ โจ มอนเตเมอร์โร ต้องจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 ในลีก เป็นเพียงรองแชมป์ในคอนทิเนนทัล คัพ และตกรอบก่อนรองชนะเลิศในแชมเปี้ยนส์ลีก

    แต่ถึงกระนั้น เมียเดมา ก็ยังเล่นได้อย่างโดดเด่นโดยเป็นดาวซัลโวใน WSL ด้วยจำนวน 16 ประตู รวมถึงแอสซิสต์มากที่สุดในลีกอีก 8 ครั้ง รวมถึงคว้ารองเท้าทองคำในยุโรปด้วยจำนวน 10 ประตู

    นอกจากนี้ เธอยังมีสถิติที่ยอดเยี่ยมด้วยการยิง 6 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ ในเกมเดียวเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วอีกด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือหนึ่งในนักเตะหญิงที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน

  49. 1. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ @man

    1. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

    โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ บอกว่า เขาสามารถเล่นต่อไปได้เรื่อยๆ ถึงอายุ 40 ใครจะเถียงเขาได้?

    ในวัย 32 ปี กองหน้าชาวโปแลนด์เพิ่งถึงจุดสุดยอดของตัวเองเท่านั้น

    หัวหอกบาเยิร์น มิวนิค ยิงได้ 55 ประตู จาก 47 นัด ช่วยให้ทีมเสือใต้คว้าเทรเบิ้ลแชมป์มาครอง เป็นดาวซัลโวทั้งในบุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และแชมเปี้ยนส์ลีก

    ไม่มีใครทำได้ใกล้เคียงตัวเลขนี้เลยในปี 2020 แม้กระทั่ง คริสเตียโน โรนัลโด้ หรือลิโอเนล เมสซี ทำให้เขาเป็นคนที่คู่ควรกับรางวัล Goal 50 ประจำปีนี้อย่างไร้ข้อกังขา

  50. 1. เพอร์นิลล์ ฮาร์เดอร์ @woman

    1. เพอร์นิลล์ ฮาร์เดอร์

    เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เพอร์นิลล์ ฮาร์เดอร์ ยิงไป 27 ประตู จาก 21 นัดในลีกให้โวล์ฟส์บวร์ก 9 ประตูจาก 7 นัดในแชมเปี้ยนส์ลีก และอีก 2 ประตูในเยอรมัน คัพ

    เมื่อจบฤดูกาล เธอได้แชมป์ 2 รายการ จาก 3 รายการที่ลงเล่น ด้วยการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในเยอรมันเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน และยังเป็นรองแชมป์ในยุโรป

    แต่ ฮาร์เดอร์ ไม่เพียงเก่งในเรื่องทำประตูเท่านั้น เธอยังจ่ายบอลได้อีก 8 แอสซิสต์ในลีก ด้วยผลงานดังกล่าว ทำให้หลังจากจบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ เธอก็ได้ย้ายไปอยู่เชลซี ด้วยสถิติค่าตัวนักฟุตบอลหญิงที่แพงที่สุดตลอดกาล ซึ่งก็คู่ควรอย่างยิ่งสำหรับการเป็นนักเตะหญิงที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้