ส่องทีมเต็งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : ใครจะเป็นแชมป์ UCL ในศึกที่ลิสบอน?

Lionel Messi Robert Lewandowski Champions League GFX
Getty/Goal
ฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปกำลังจะกลับมาเตะกันต่อ หลังจากห่างหายไปนาน 5 เดือน และยังเหลืออีก 12 ทีมที่ยังมีโอกาสลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

หลังจากหยุดเตะไปนานเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จะกลับมาเตะกันต่อในสัปดาห์นี้

ยังเหลือเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายให้ต้องฟาดแข้งกันอีก 4 นัด ก่อนที่จะเริ่มต้นรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะแข่งขันกันแบบนัดเดียวจบไปจนกระทั่งถึงนัดชิงชนะเลิศ แทนที่จะเป็นเกมแบบเหย้าเยือนตามปกติ

ใครคือทีมเต็ง? ใครจะมีโอกาสคว้าแชมป์? Goal รวบรวมทีมที่มีโอกาสและความพร้อมมากที่สุดที่จะได้ชูถ้วยแชมป์ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้...

  1. เชลซี
    Getty Images

    #12 เชลซี

    แม้แฟรงค์ แลมพาร์ด และลูกทีมจะไม่ยอมรับ แต่ดูเหมือนว่าเกมวันเสาร์นี้ที่พวกเขาจะบุกไปเยือนบาเยิร์น มิวนิค โอกาสที่พวกเขาจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปนั้นยากเสียยิ่งกว่ายาก

    หลังจากความพ่ายแพ้ต่อบาเยิร์น มิวนิค ถึง 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะปิดฉากลงโดยปริยายสำหรับสิงห์บลู ยิ่งพวกเขามีผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนอีกหลายราย ก็ย่อมทำให้โอกาสนั้นยากยิ่งกว่าเดิมเสียที

  2. อาร์เบ ไลป์ซิก
    Getty Images

    #11 อาร์เบ ไลป์ซิก

    แม้จะจองที่ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายไปได้ก่อนแล้ว แต่โอกาสของไลป์ซิกที่จะไปถึงตำแหน่งแชมป์ที่โปรตุเกสก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก เมื่อพวกเขาต้องขาด ติโม แวร์เนอร์ ที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับเชลซี แทนที่จะช่วยทีมไปจนกระทั่งจบทัวร์นาเมนต์

    จำนวน 34 ประตู กับ 13 แอสซิสต์ ในฤดูกาล 2019-20 ของแวร์เนอร์คือช่องว่างที่ไม่ใช่จะเติมเต็มกันได้ง่ายๆ และแทบมองไม่เห็นหนทางเลยว่าทีมของ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ จะผ่านแอตเลติโก มาดริด ไปได้อย่างไร หากไม่มีเขา

  3. นาโปลี
    Getty

    #10 นาโปลี

    หลังจากเสมอกับบาร์เซโลนาไปในนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย นาโปลีจำต้องบุกไปเยือนคัมป์นูโดยหวังเพียงผลชนะเท่านั้น หากต้องการผ่านเข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศ

    ทีมของเจนนาโร กัตตูโซ อาจจะทำได้ดีนับตั้งแต่กลับมาเตะกันต่อ และทำช็อคใส่ยูเวนตุสได้ในโคปปา อิตาเลีย แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคือทีมที่เป็นรองในเกมที่บุกไปเยือนบาร์ซาในวันเสาร์นี้

  4. ลียง
    Getty

    #9 ลียง

    ชัยชนะเหนือยูเวนตุส 1-0 ถือเป็นเซอร์ไพรส์ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก เพราะมีเพียงไม่กี่คนที่คาดการณ์ว่าพวกเขาจะมีหวังอะไรเมื่อต้องโคจรมาพบแชมป์กัลโช เซเรีย อา

    แม้จะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบอยู่เล็กน้อย แต่หลายคนก็ยังเชื่อว่าทีมเบียงโคเนรีน่าจะเป็นฝ่ายพลิกกลับมาเข้ารอบไปได้ในวันศุกร์นี้ หลังจากที่ลียงได้ลงสนามในเกมอย่างเป็นทางการเพียงนัดเดียวนับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา คือในเกมที่ยันเสมอปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฟุตบอลเฟรนช์ ลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะพ่ายไปด้วยการดวลจุดโทษ

  5. เรอัล มาดริด
    Getty

    #8 เรอัล มาดริด

    ราชันชุดขาวถือว่าเสียเปรียบไม่ใช่น้อย เมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายแพ้มาในเกมนัดแรกต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 และต้องยิงอย่างน้อยสองประตูในเกมบุกไปเยือนเอติฮัด สเตเดียม หากยังหวังเข้ารอบ

    นี่ถือเป็นงานยากไม่ใช่เล่น แต่หลังจากชนะมา 10 นัดรวดก่อนคว้าแชมป์ลาลีกาไปครอง ก็คงต้องยอมรับว่าไม่ว่าใครก็กาชื่อทีมของซีเนดีน ซีดานทิ้งไม่ได้ง่ายๆ

  6. อตาลันต้า
    Getty Images

    #7 อตาลันต้า

    แม้จะห่างหายจากฟุตบอลไปนานถึงสามเดือน แต่อตาลันต้าก็ไม่มีวี่แววจะเพลาความร้อนแรงลงแม้แต่น้อย

    พวกเขาจะต้องกลับมาเตะในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยจะต้องพบกับเปแอสเช ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าอตาลันต้าเจอศึกหนักทีเดียวจากการจับสลากในครั้งนี้

  7. ยูเวนตุส
    Getty

    #6 ยูเวนตุส

    พวกเขาอาจจะคว้าสคูเดตโต้มาครองได้สำเร็จอีกสมัย แต่ยูเวนตุสกำลังเจอวิกฤตเรื่องความมั่นใจก่อนเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

    ทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี ชนะไปเพียง 2 นัดจาก 8 นัดสุดท้ายของฤดูกาล และอดีตกุนซือเชลซีคงต้องหวังว่าผลงานในเกมยุโรปจะช่วยรักษาเก้าอี้ของเขาเอาไว้ได้ โดยเริ่มต้นจากงานแรกคือหักด่านลียงเพื่อผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้ หลังจากพ่ายมาในนัดแรก 1-0

  8. บาร์เซโลนา
    Getty

    #5 บาร์เซโลนา

    เช่นเดียวกับยูเวนตุส, บาร์เซโลนาเองก็ต้องลงสนามในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ท่ามกลางวิกฤตด้านความเชื่อมั่นทั้งในและนอกสนาม

    ทีมอาซูลกรานาชนะได้เพียง 7 นัดจาก 11 นัดหลังสุดในลาลีกา ปล่อยให้เรอัล มาดริด แซงคว้าแชมป์ไปครอง ส่วนกิเก้ เซเตียน ก็กำลังอยู่ในอาการร่อแร่แบบสุดๆ

    พวกเขาต้องเอาชนะนาโปลีเพื่อเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้ ก่อนจะหวังว่าลิโอเนล เมสซี จะระเบิดฟอร์มเก่งเพื่อพาพวกเขาขึ้นเป็นจ้าวยุโรปได้หรือไม่

  9. แอตเลติโก มาดริด
    Getty

    #4 แอตเลติโก มาดริด

    แอตเลติโก มาดริด กำลังมั่นใจจากการเอาชนะแชมป์เก่าอย่างลิเวอร์พูลได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยสกอร์รวม 4-2

    นอกจากนี้ ทีมตราหมียังโชคดีได้เจองานที่ค่อนข้างเบาในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อจับสลากมาเจออาร์เบ ไลป์ซิก ซึ่งไม่มีติโม แวร์เนอร์ คอยเป็นก้างขวางคอ

    สไตล์การเล่นที่เหนียวแน่น และไม่แพ้ใครมาถึง 18 นัดรวมทุกรายการ ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่อันตรายไม่ใช่น้อยทีเดียว เวลาเล่นในเกมแบบน็อคเอาท์

  10. แมนเชสเตอร์ ซิตี้
    Getty

    #3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจจะพลาดทำแชมป์พรีเมียร์ลีกหลุดมือในฤดูกาลนี้ แต่พวกเขาก็ยังถือเป็นทีมสุดแกร่งที่ประมาทไม่ได้

    ทีมเรือใบสีฟ้ามีโอกาสดีที่จะเขี่ยเรอัล มาดริด ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากกุมความได้เปรียบมาในนัดแรก และบางทีนี่อาจจะเป็นปีของพวกเขาในฟุตบอลยุโรปก็เป็นได้

  11. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
    Getty

    #2 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

    เปแอสเช อาจจะได้ลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการเพียงสองนัดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่พวกเขาก็ยังถือเป็นทีมที่แกร่งที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป

    ถึงพวกเขาจะไม่มีคีลิยัน เอ็มบัปเป้ ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่จะพบอตาลันต้า แต่ลูกทีมของโธมัส ทูเคิล ก็ยังมีขุมกำลังมากพอที่จะพาทีมประสบความสำเร็จจนถึงตำแหน่งแชมป์ในวันที่ 23 สิงหาคม

  12. บาเยิร์น มิวนิค
    Getty Images

    #1 บาเยิร์น มิวนิค

    ทีมเสือใต้น่าจะถือเป็นทีมที่ลงตัวและพร้อมที่สุดในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ลิสบอน พวกเขากุมความได้เปรียบเหนือเชลซีก่อนที่จะลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง

    ขณะเดียวกัน เกมฟุตบอลในประเทศ พวกเขาก็ไม่แพ้ใครมาแล้วถึง 22 นัดติดต่อกัน คว้าทั้งแชมป์ลีกและแชมป์ฟุตบอลถ้วยในเยอรมัน ขณะเดียวกันโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ก็กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขาก็ว่าได้

    หากจะมีปัญหาอะไรที่ทำให้ ฮันซี ฟลิค ต้องปวดหัวอยู่บ้าง ก็คือข่าวเรื่องการย้ายทีมของติอาโก อัลคันทารา และแบ็คขวาตัวจริงอย่าง เบนฌาแมง ปาวาร์ ต้องพลาดตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ที่เหลืออยู่เพราะอาการบาดเจ็บ แต่ถึงอย่างไร ในตอนนี้ พวกเขาก็ดูเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ดี