ตอนนี้ สุวิทย์ ไปพรมราช ถือเป็นผู้เล่นคนดังของ ขอนแก่น ยูไนเต็ด นอกจากเพลงแข้งในสนามแล้วแบ็กซ้ายวัย 23 ปี ยังเป็นนักฟุตบอลที่ชอบสร้างสีสันนอกสนามให้กับเพื่อนร่วมทีมรวมถึงแฟนฟุตบอลที่มีผู้ติดตามถึง 6 หมื่นราย อย่างไรก็ตามกว่าจะมีวันนี้ได้เรื่องราวของ "โจ้" หรือ "โจ้แจ๋ว" ได้ผ่านบททดสอบสุดหินอย่างมากมาย
ชีวิตลูกหนังของ "โจ้" นั้นเหมือนดั่งนิยายโดยเริ่มจาก 7 ปีก่อนนั่งรถโดยสารจากหมู่บ้านเล็กๆในจังหวัดมหาสารคามกับพี่ชายเพื่อไปคัดตัวเข้าสู่อะคาเดมี่ของสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตามกลับไม่เตะตาบรรดาทีมงานก่อนจะไปถ่ายรูปกับสนามไอโบบายสเตเดียม(ช้างอารีนา) ซึ่งตอนนั้นเป็นฟุตบอลสเตเดียมแห่งใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทยเป็นที่ระลึกก่อนกลับ

อย่างไรก็ตามแม้ในรอบแรกจะไม่เป็นผลแต่ "โจ้" ก็ยังไม่ลืมฝันในการก้าวเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้หอมรองเท้าสตั๊ดกลับมาคัดเข้าทีมอะคาเดมี่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกครั้งในปีถัดมาก่อนจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคจากผู้คัดเลือกกว่าพันกว่าคน
"ตอนนั้นอยู่ประมาณ ม.4 ครับ ผมเรียนประจำโรงเรียนหมู่บ้านที่จังหวัดมหาสารคาม ตอนไปคัดบุรีรัมย์รอบแรกตอนนั้นยังไม่คิดอะไรครับ ฃในใจคิดเพียงว่าอยากจะมาเที่ยวและถ่ายรูปกับสนามของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เท่านั้น และปีต่อมาก็ตั้งใจเต็มที่ก่อนจะฝ่าด่านเข้าไปถึงรอบสุดท้าย จนหลุดเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของอะคาเดมีที่ดีที่สุดทีมหนึ่งของไทย "
แม้จะเข้ามาอยู่ในรั้วของลูกเจี๊ยบสายฟ้าได้สำเร็จแต่ 2 ปี ให้กับ สุวิทย์ ไปพรมราช กลับไม่ได้รับการต่อสัญญาและยิ่งช็อคไปกว่านั้น "โจ้" ตัดสินใจหันหลังให้กับฟุตบอลเป็นระยะเวลา 1 ปี ว่าที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้น หรือ จะพอแค่นี้ อย่างไรก็ตามหลังรักษาแผลใจมานานสุดท้ายเขาก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับสโมสร กาฬสินธุ์ เอฟซี สโมสรลีกรากหญ้าของภาคอีสาน

ชีวีตของ "โจ้" ดูเหมือนจะเริ่มต้นได้ดีในฟุตบอลอาชีพอย่างไรก็ตามด้วยวิถีพ่อค้าแข้งในไทยย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดหลังสิ้นฤดูกาลกับ กาฬสินธุ์ เอฟซี เขาไม่ได้รับการต่อสัญญาแต่โชคยังเข้าข้างอยู่เล็กน้อยเมื่อ สุวิทย์ ไปพรมราช ได้โอกาสไปเซ็นสัญญากับ หนองบัว พิชญ เอฟซี น้องใหม่ในศึกลีกรองปี 2017 อย่างไรก็ตามในรั้วทัพพญาไก่ชนนั้นมีการแข่งขันค่อนข้างสูงทำแบ็กซ้ายรายนี้มีโอกาสสัมผัสสนามเพียงไม่กี่นัด
ก่อนที่ในฤดูกาลถัดมาจะเป็น 1-3 ถูกปล่อยยืมตัวให้กับสโมสร โคปูน วอริเออร์ส อดีตทีมดังในไทยลีก 4 ของ โซนกรุงเทพและปริมณฑลในปี 2018 ซึ่งตรงนี้เองทำให้ "โจ้" ได้มีเวทีสะสมวิชาในผืนฟลอร์ผืนหญ้ามากขึ้น
"ยากเหมือนกันครับหลังไม่ได้รับการต่อสัญญากับทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชีวิตมันเคว้งมากครับพักใจกับฟุตบอลเกือบ 1 ปี ก่อนจะคิดทบทวนเอาว่ะ เริ่มใหม่ก่อนจะไปคัดตัวกับทาง กาฬสินธุ์ เอฟซี และได้รับการเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพครั้งแรก ก่อนจะย้ายไปอยู่ทีมที่ใหญ่ขึ้นกับ หนองบัว ยอมรับว่าการย้ายมาที่หนองบัวเป็นสิ่งที่ท้าทายมากเพราะนี่คือลีกรองแล้ว รวมถึงการแข่งขันภายในทีมทำให้ผมมีโอกาสลงสนามน้อยมาก"

หลังหมดสัญญากับทางสโมสร หนองบัว พิชญ เอฟซี กราฟชีวิตของ สุวิทย์ ไปพรมราช ต้องออกเดินทางหาความฝันอีกครั้งจนสุดท้ายได้ไปร่วมคัดตัวกับสโมสร ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเลื่อนชั้นอยู่ในไทยลีก 3 จนไปเข้าตา "โจ้ห้าหลา" ศรายุทธ ชัยคำดี กุนซือจงอางผยองก่อนจะจัดการเซ็นสัญญามาร่วมทีมในที่สุด
ที่สำคัญกว่านั้นหลังจากการได้เซ็นสัญญาอุณหภูมิในร่างกายของ สุวิทย์ ไปพรมราช ยิ่งฮ็อตทั้งในและนอกสนาม หลังเป็นตัวสร้างสีสรรค์ให้กับเพื่อนร่วมทีม ทำทุกอย่างให้เพื่อนสมาชิกมีความสุขไล่ตั้งแต่เป็น พิธีกรของสโมสรโดยนำภาษาอีสานไปถามเหล่าบรรดาแข้งต่างชาติระหว่างเดินทางไปแข่งขันหรือวันพักผ่อน ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ "โจ้แจ๋ว" ทั้งยังได้โคฟเวอร์เพลงของศิลปินดัง จนเป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งเพื่อนร่วมทีม รวมถึงแฟนบอลของสโมสรและต่างจังหวัด
"โคตรตื่นเต้นเลยครับผม เหมือนการย้ายมาที่ขอนแก่น ยูไนเต็ด ถือเป็นการกำเนิดใหม่ของผมเลยต้องขอบคุณพี่โจ้ซึ่งเป็นโค้ชในตอนนั้นรวมถึงพี่ต้อมประธานสโมสรที่ให้โอกาสแก่ผม รวมถึงยังได้ความจริงใจจากแฟนบอล ผมเองตลอดชีวิตที่เตะบอลมาถึงตรงนี้ยังไม่เคยได้ลงเล่นในสนามแล้วมีแฟนบอลของทีมเยอะมากขนาดนี้"

การย้ายมาอยู่ที่ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นอย่างชัดเจนทั้งการได้ลงสนามต่อเนื่องจนสามารถพา จงอางผยอง คว้าแชมป์ไทยลีก 3 มาครองพร้อมกับพาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกรองในรอบ 5 ปี ทั้งนี้ยังเป็นการกลับมาพิสูจน์ผลงานของตนเองอีกครั้งหลังอกหักจาก หนองบัว พิชญ เอฟซี
"ผมเล่นฟุตบอลคือผมอยากเล่นมันจริงๆ ตอนได้ดูเงื่อนไขรายละเอียดก่อนจะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ ผมไม่ได้มองไปที่เรื่องค่าเหนื่อยที่จะได้รับเลย ผมเพียงแค่อยากจะมีทีมและได้รับโอกาสลงสนามทำผลงานเพื่อสร้างทำประโยชน์เป็นการตอบแทนสโมสรที่ให้ผมมาเป็นส่วนหนึ่งของทีม"
ใน M-150 แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาล 2020 สุวิทย์ ไปพรมราช ยังคงถูกให้เป็นตัวเลือกแรกในการลงสนาม ภายใต้การดูแลของ คัมเบะ ซูกาโอะ เฮดโค้ชมากประสบการณ์ชาวญี่ปุ่น โดย "โจ้" พร้อมทุ่มกำลังที่มีอยากจะพาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดให้ได้ มันเป็นความปรารถนาที่เจ้าตัวอยากจะพิสูจน์ฝีเท้าให้เห็นว่าสักวันหนึ่งเขาต้องก้าวไปเป็นนักเตะทีมชาติไทยให้ได้
นี่คือดาวเด่น M-150 แชมเปี้ยนชิพ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ สุวิทย์ ไปพรมราช แบ็กซ้ายจากสโมสร ขอนแก่น ยูไนเต็ด

