GoalthailandGoal
Top/Flop of the Day : เด่น - ดับ ประจำรอบรองชนะเลิศ
Gettyเด่น - ซามูเอล อุมติตี้
ปราการหลังจากบาร์เซโลนาตาม โรเมูล ลูกากู แบบอยู่หมัดจนแทบไม่มีโอกาสง้างเท้ายิงตลอดทั้งเกม แม้ว่ารูปร่างจะเป็นรองกองหน้าเบลเยียมเยอะ แต่อุมติตี้อาศัยการอ่านเกมที่เด็ดขาดเข้ามาลบจุดบอดนี้แทน เขาไม่เพียงทำหน้าที่ในเกมรับได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังสวมบทฮีโร่ขึ้นมาโขกประตูชัยจากลูกเตะมุม พร้อมนำฝรั่งเศสผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นสมัยที่ 3 ในรอบ 20 ปีด้วย
Gettyดับ - เควิน เดอ บรอยน์
กองกลางจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญกับงานยากในการดวลกับเหล่าแผงเกมรับของฝรั่งเศส ส่งผลให้เจ้าตัวไม่สามารถสร้างสรรค์เกมรุก ทั้งการหาโอกาสยิง รวมถึงผ่านบอลให้โรเมลู ลูกากู จบสกอร์ได้ถนัดเลย ทั้งยังมีส่วนทำให้ทีมเสียบอลบริเวณกลางสนามบ่อยครั้งจนโดนคู่แข่งเล่นเกมสวนกลับโจมตีใส่อยู่ไม่น้อย ทั้งๆที่เกมที่ผ่านมาเจ้าตัวเป็นแกนหลักพาทีมหักด่านบราซิลได้ ทำให้เบลเยียมทำดีที่สุดแค่ลุ้นจบอันดับสามในฟุตบอลโลก 2018
Gettyเด่น - คิลิยัน เอ็มบัปเป้
ไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนนี้จะมีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น เมื่อเขาเล่นด้วยความมั่นใจและไม่มีอาการตื่นกับเกมใหญ่ระดับนี้เลย เขาใช้ความสามารถเฉพาะตัวเล่นงานบรรดาแนวรับเกรดเอของเบลเยียมจนป่วนไปทั้งแผง แถมยังโชว์ลูกจ่ายคิลเลอร์พาสไขว้หลังอย่างเหนือชั้นชนิดคนร้องฮือทั้งสนาม หากเขาสามารถละทิ้งนิสัยออกแอ็คติ้งใหญ่เกินจริงที่เริ่มแสดงออกมาพักหลังได้ บางทีเอ็มบัปเป้อาจจะไปได้ไกลกว่า เธียร์รี อองรี ตำนานลูกหนังฝรั่งเศสก็เป็นได้
ดับ - โอลิวิเยร์ ชิรูด์
หัวหอกหมายเลข 9 ยังคงได้รับความวางใจส่งลงเป็นกองหน้าตัวเป้าในนามฝรั่งเศสเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน และแม้ว่าตราไก่จะมีโอกาสจบสกอร์เหนือว่าเบลเยียม (ฝรั่งเศส 19 ครั้ง เบลเยียม 9 ครั้ง) ทว่าชิรูด์ไม่สามารถหาโอกาสยิงตรงกรอบได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว หนึ่งในนั้นคือโอกาสยิงจ่อๆพลาดหลุดกรอบในช่วงครึ่งแรก
Getty Imagesเด่น - อิวาน เปริซิช
แนวรุกริมเส้นของโครแอต แสดงให้เห็นถึงการสร้างสรรค์เกมรุกอันโดดเด่นในเกมเฉือนชนะอังกฤษ นอกจากจะเป็นคนยิงตีเสมอต่อความหวังให้ทีมแล้ว เจ้าตัวยังมีส่วนกับประตูชัยหลังได้โอกาสโยนบอลให้ มาริโอ มานด์ซูคิช ซัดจ่อๆในกรอบโทษ โดยรวมแล้วแข้งจากอินเตอร์ มิลานมีส่วนร่วมกับการเข้าทำของทีม 7 จาก 22 ครั้ง พร้อมกับสถิติวิ่งระยะทางมากถึง 14 กิโลเมตรตลอด 120 นาที
Getty Imagesดับ - แฮร์รี เคน
เป็นเกมที่น่าผิดหวังของดาวยิงจาก ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ส โดยเขาแทบจะสร้างความกดดันในแนวรับ โครเอเชีย ไม่ได้เลย การประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมก็ติดๆขัดๆ รวมถึงการหาจังหวะยิงประตูที่เป็นจุดเด่นก็ไม่มีให้เห็นแม้แต่ครั้งเดียว เรียกได้ว่าเกมนี้เขาไม่ใช่ "เฮอร์ริเคน" คนเดิมที่เรารู้จัก
Getty Imagesเด่น - โดมากอย วิด้า
แม้ว่าโครเอเชียจะเสียประตูตั้งแต่ช่วงต้นเกม แต่โดยรวมแล้วฟอร์มตลอดเวลาที่เหลือร่วมกับทีม ปราการหลังเบอร์ 21 แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ที่เหนือกว่าเหล่าดาวรุ่งแดนหน้าของอังกฤษผ่านความนิ่ง หยุดการโจมตีทั้งลูกกลางอากาศ ลูกยิงทั้งในและนอกกรอบร่วมกับแผงเกมรับตราหมากรุก จนนำมาสู่ชัยชนะ กรุยทางสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
Getty Imagesดับ - ราฮีม สเตอร์ลิง
หัวหอกจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พยายามใช้ความเร็วอันเป็นจุดเด่นของตัวเองกดดันใส่แนวรับของ โครเอเชีย ซึ่งเหมือนจะได้ผลในช่วงแรก แต่ยิ่งเล่นไปกลายเป็นว่าเขาโดนแนวรับของทีมตราหมากรุกจัดการได้อย่างอยู่หมัด นอกจากนี้การตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายของเขายังคงเป็นปัญหาเช่นเคยและทำให้ทีมเสียโอกาสในการลุ้นประตูไปหลายครั้ง ก่อนที่จะโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลังตามคาด
โฆษณา