BEST XI : ไร้เงาโรนัลโด้,เมสซี! ทีมยอดเยี่ยมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019-20

UCL Team of the Season GFX
Getty/Goal
ทีมยอดเยี่ยม UCL 2019-20 เผยโฉมออกมาแล้ว และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไม่มีชื่อของ ลิโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด อยู่ในทีม

  1. GK: มานูเอล นอยเออร์ (บาเยิร์น มิวนิค)
    Getty Images

    GK: มานูเอล นอยเออร์ (บาเยิร์น มิวนิค)

    หลังจบศึกฟุตบอลโลก 2018 มีคำถามว่า นอยเออร์ ยังอยู่เป็นผู้รักษาประตูระดับโลกอยู่หรือไม่ แต่ฟอร์มของเขาใน แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ ตอบทุกข้อสงสัยได้เป็นอยางดี

    กัปตันทีม บาเยิร์น เก็บคลีนชีตถึง 6 นัดจากการลงสนาม 11 นัด ในแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ และเซฟไป 28 ครั้ง ซึ่งรวมถึงฟอร์มอันเหนียวหนึบในนัดชิงชนะเลิศด้วย

  2. RB: โจชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค)
    Getty Images

    RB: โจชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค)

    แบ็คขวาวัย 25 ปี นอกจากจะทำได้ดีในเกมรับแล้วในเกมรุกเขายังสร้างโอกาสได้ 28 ครั้งใน แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ ซึ่งมากที่สุดในตำแหน่งแบ็คขวา

    นอกจากนี้เขายังทำได้ 2 ประตู รวมถึงทำแอสซิสต์สุดสวยให้ คิงส์ลีย์ โกมาน ยิงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศด้วย

  3. CB: ดาโยต์ อูปาเมกาโน (ไลป์ซิก)
    Getty Images

    CB: ดาโยต์ อูปาเมกาโน (ไลป์ซิก)

    กองหลังวัยเพียง 21 ปี เป็นกำลังสำคัญของ ไลป์ซิก ในฤดูกาลนี้ และช่วยให้ทีมผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

    แนวรับชาวฝรั่งเศสเอาชนะการดวลกับคู่แข่งได้ถึง 70% ตลอดทัวร์นาเม้นท์ และกำลังได้รับความสนใจจากหลายทีมในยุโรป

  4. CB: ดาวิด อลาบา (บาเยิร์น มิวนิค)
    Getty

    CB: ดาวิด อลาบา (บาเยิร์น มิวนิค)

    ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ อลาบา เอาชนะคู่แข่งได้ 85% ในการเล่นลูกกลางอากาศ, 75% ในการดวลตัวต่อตัว และจ่ายบอลสำเร็จถึง 91% เรียกได้ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเสือใต้อย่างแท้จริง

  5. LB: อัลฟองโซ เดวีส์ (บาเยิร์น มิวนิค)
    Getty

    LB: อัลฟองโซ เดวีส์ (บาเยิร์น มิวนิค)

    เดวีส์ เปลี่ยนตำแหน่งจากปีกซ้ายดาวรุ่ง กลายเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในโลกเวลานี้

    ฟูลแบ็คความเร็วสูงทำไป 3 แอสซิสต์ใน แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ และหนึ่งในไฮไลท์ที่ถูกพูดถึงคือการทำแอสซิสต์สุดสวยให้ โจชัว คิมมิช ทำประตูในเกมกับ บาร์เซโลนา

  6. RW: แซร์จ กนาบรี้ (บาเยิร์น มิวนิค)
    Getty Images

    RW: แซร์จ กนาบรี้ (บาเยิร์น มิวนิค)

    อาร์เซนอล และ เวสต์บรอมวิช อาจต้องเสียดายเมื่อเห็นฟอร์มของ กนาบรี้ ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ 

    ดาวเตะชาวเยอรมันทำไปถึง 9 ประตูใน แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งรวมถึงแฮตทริคในเกมกับ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ในรอบแบ่งกลุ่มด้วย

  7. CM: ติอาโก้ อัลคันทารา (บาเยิร์น มิวนิค)
    Getty

    CM: ติอาโก้ อัลคันทารา (บาเยิร์น มิวนิค)

    สถิติของกองกลางชาวสเปนอาจดูไม่หวือหวาสักเท่าไหร่เมื่อทำไปเพียง 2 แอสซิสต์ และยิงประตูไม่ได้เลยในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้

    อย่างไรก็ตาม ติอาโก้ จ่ายบอลไปทั้งหมด 832 ครั้งตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์ และอัตราการจ่ายบอลสำเร็จสูงถึง 91% ไม่แปลกใจเลยที่ ลิเวอร์พูล ต้องการได้ตัวเขาไปร่วมทีม

  8. CM: โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค)
    Getty Images

    CM: โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค)

    ก่อนที่ นิโก โควัช จะโดนปลด ดูเหมือนว่าอนาคตของ มุลเลอร์ กับทีมเสือใต้ไกล้จะหมดลงแล้ว แต่เขากลับมาระเบิดฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง

    กองกลางทีมชาติเยอรมัน ทำไป 4 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ ในแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ โดยมีเพียง โจชัว คิมมิช และ เควิน เดอ บรอยน์ ที่สร้างโอกาสทำประตูให้เพื่อนร่วมทีมได้มากกว่าเขา

  9. LW: เนย์มาร์ (เปแอสเช)
    Getty Images

    LW: เนย์มาร์ (เปแอสเช)

    แม้ แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ของ เนย์มาร์ จะจบลงด้วยคราบน้ำตา แต่เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคู่ควรกับการถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีสุดในโลกเวลานี้

    เนย์มาร์ อาจทำประตู และ แอสซิสต์ ได้น้อยกว่าอีกสองคู่หูอย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ และ อังเคล ดิ มาเรีย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฟอร์มอันโดดเด่นของเขามีส่วนสำคัญช่วยให้ เปแอสเช ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้

  10. ST: เออร์ลิง ฮาลันด์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)
    Getty Images

    ST: เออร์ลิง ฮาลันด์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

    ดาวยิงชาวนอร์เวย์ทำแฮตทริคได้ตั้งแต่เกมประเดิมสนามรายการนี้กับ เกงค์ ในรอบแบ่งกลุ่ม และจบทัวร์นาเม้นท์ด้วยการทำไป 10 ประตู จากการลงเล่นเพียง 8 เกม ให้กับทั้ง เร้ดบลู ซัลซ์บวร์ก และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

  11. ST: โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (บาเยิร์น มิวนิค)
    Getty

    ST: โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (บาเยิร์น มิวนิค)

    กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ ทำไปถึง 15 ประตู ในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้ จากการลงเล่นเพียง 11 นัด นอกจากนี้ยังทำได้อีก 5 แอสซิสต์ ซึ่งเขาจะคว้ารางวัลบัลลงดอร์ปีนี้อย่างแน่นอนหากไม่มีการยกเลิก