Dream Team Milan GFX

บาเรซี, มัลดินี นำทัพ! 11 นักเตะชุดดรีมทีมดีสุดตลอดกาลของเอซี มิลาน

การเลือกทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลของเอซี มิลานนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ไม่ใช่เพียงแต่ทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดทีมหนึ่งของโลก แต่ยังเป็นทีมที่เต็มไปด้วยเหล่าตำนานแข้งมากมายที่เคยสวมเครื่องแบบปีศาจแดงดำมาแล้วนับไม่ถ้วน

มีอดีตนักเตะรอสโซเนรีถึง 6 คนที่เคยได้รางวัลบังลงดอร์มาแล้ว ซึ่งหากจัดทีมยอดเยี่ยมแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะใส่ชื่อของพวกเขาได้ทั้งหมด

แต่เราลองมาจัดทีมยอดเยี่ยมตลอดกาลของ เอซี มิลาน ดูกันหน่อยว่าใครจะเป็นที่สุดในแต่ละตำแหน่งของทีม

  • Sebastiano Rossi MilanGetty

    เซบาสเตียโน รอสซี l ผู้รักษาประตู

    รอสซี ย้ายมาร่วมทีม มิลาน ในซัมเมอร์ปี 1990 ในวัย 26 ปี ในทีแรกเขาถูกดึงตัวมาเพื่อเป็นแบ็คอัพให้กับ อันเดรีย ปาซซายี ก่อนที่เขาจะสามารถยึดมือหนึ่งได้สำเร็จ

    หลังได้เป็นมือหนึ่งเต็มตัวในฤดูกาลที่สองกับทีม, รอสซี กลายเป็นแกนหลักในการพาทีมเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกในเวลานั้น

    การเป็นกำแพงด้านสุดท้ายของแผงแนวรับในตำนานอย่าง เมาโร ทัสซ็อตติ, อเลสซานโดร, ฟรังโก้ บาเรซี และ เปาโล มัลดินี ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนายประตูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลีในเวลานั้น

    หลังเฝ้าเสาให้ มิลาน นาน 12 ปี, รอสซี คว้าแชมป์เซเรีย อา 5 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 3 สมัย, อินเตอร์คอนติเนนทัล 1 สมัย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย และ แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย

  • โฆษณา
  • Cafù MilanGetty

    คาฟู l แบ็คขวา

    คาฟู คือหนึ่งในแบ็คขวาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์เกมลูกหนัง แม้จะย้ายมาร่วมทีมในวัย 33 ปี ทำให้เกิดความเคลือบแคลงในฝีเท้า แต่เขาก็กลายเป็นที่รักของแฟนบอล มิลาน ได้ไม่ยาก

    ด้วยความเร็วและพละกำลังเหลือล้น เขากลายเป็นส่วนสำคัญของ มิลาน ตลอด 5 ฤดูกาลกับทีม

    คาฟู เปิดฉากเส้นทางกับ มิลาน ในปี 2008 หลังคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ 1 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย และ คลับ เวิล์ด คัพ 1 สมัย

  • Alessandro Nesta MilanGetty

    อเลสซานโดร เนสต้า l เซ็นเตอร์แบ็ค

    ในวันที่ 12 สิงหาคม 2002, ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ปฏิเสธโอกาสคว้าตัว เนสต้า มาร่วมทีมด้วยคำไม่กี่คำ

    “เนสต้า ราคาแพงเกินไป, ค่าตัวของเขาไม่สอดคล้องกับงบประมาณของเรา”

    ในเวลานั้น ลาซิโอ้ ต้องการค่าตัว 45 ล้านยูโร ค่าตัวสำหรับนักเตะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ณ เวลานั้น

    ตอนที่ทุกคนคิดว่าดีลนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแล้ว, มีการเจรจา”อย่างลับ ๆ”เริ่มขึ้น และอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดมา เนสต้า ก็ย้ายมาเป็นนักเตะ เอซี มิลาน

    รวดเร็ว, ดุดัน, อ่านเกมขาด, แข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ, สง่างาม และมีส่วนร่วมในเกมรุก นี่คือเหตุผลว่าทำไม เนสต้า ถึงเป็นสุดยอดนักเตะ

    เนสต้า ค้าแข้งกับ มิลาน นาน 10 ปี พาทีมคว้าสคูเด็ตโต้ 2 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย, อิตาเลียน คัพ 1 สมัย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย และ คลับ เวิล์ด คัพ 1 สมัย

  • Franco BaresiGetty

    ฟรังโก้ บาเรซี l เซ็นเตอร์แบ็ค

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บาเรซี คือหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เอซี มิลาน

    วัน คลับ-แมน, เขารับใช้ รอสโซเนรี ยาวนานถึง 20 ปี โดยรับบทกัปตันทีม 15 ปี

    เขาคือผู้นำทีมทั้งในและนอกสนาม, มีการยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมทำให้สามารถสั่งการแนวรับได้อย่างหมดจด

    รวดเร็ว, เทคนิคเยี่ยม, เด็ดขาด และการอ่านเกมชั้นเซียน ทำให้เขาคือหนึ่งในกองหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลในวงการลูกหนัง

    เขาคืออันดับสองในแรงกิ้งส์บังลงดอร์ปี 1989 (ผู้ชนะคือ มาร์โก แวน บาสเทน) ซึ่งทำให้เขาได้รับการจดจำว่าเป็นสุดยอดนักเตะที่พลาดรางวัลส่วนตัวมาครอง

    เขาคว้าแชมป์แทบจะทุกอย่างกับ มิลาน สคูเด็ตโต้ 6 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 4 สมัย, มิโทรปา คัพ 1 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 3 สมัยและ อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ 2 สมัย 

  • Paolo Maldini MilanGetty

    เปาโล มัลดินี l แบ็คซ้าย

    แทบจะไม่มีนักเตะคนไหนยิ่งใหญ่ไปกว่าเขาอีกแล้ว เปาโล มัลดินี คือกองหลังที่ดีที่สุดตลอดกาล

    เขาคือนักเตะที่ถนัดเท้าขวาโดยธรรมชาติก่อนที่จะฝึกเล่นเท้าซ้ายจนกลายเป็นแบ็คซ้ายที่น่าทึ่ง (รวมทั้งปลายอาชีพในบทบาทเซ็นเตอร์แบ็ค)

    เขาคือลูกชายของ เซซาเร มัลดินี อีกหนึ่งตำนานของ มิลาน, เขาก้าวขึ้นมาจากอคาเดมี่ของมิลาน และค้าแข้งกับทีมชุดใหญ่จนแขวนสตั๊ด

    ดุดัน, เด็ดขาด, แข็งแกร่งทางอากาศ เขาคือผู้เล่นที่ผสมผสานทุกอย่างที่กองหลังระดับโลกควรจะมี

    เมื่อผนึกกับ ทัสซ็อตติ, คอสตาคูร์ต้า และ บาเรซี ทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งในแผงหลังที่ดีที่สุดตลอดกาล

    มัลดินี รับใช้ทีม 902 นัด คว้าแชมป์ สคูเด็ตโต้ 7 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 5 สมัย, อิตาเลียน คัพ 1 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีก 5 สมัย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 5 สมัยและ อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ 2 สมัย และ คลับ เวิล์ด คัพ 1 สมัย



  • Frank RijkaardGetty

    แฟรงก์ ไรจ์การ์ด l กองกลางตัวรับ

    ไรจ์การ์ด ผนึกกำลังกับ รุด กุลลิต และ มาร์โก แวน บาสเทน กลายเป็นทรีโอ้ดัตช์ในตำนาน ถูกเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า “สามทหารเสือ”

    หากเทียบกับอีกสองเพื่อนร่วมชาติ, ไรจ์การ์ด อาจเป็นรองในเรื่องความแพรวพราว แต่เทคนิคและความอัจฉริยะของเขาทำให้เขาคือเสาหลักของ มิลาน ในชุดที่ดีที่สุดตลอดกาล

    เขาย้ายมา มิลาน ในซัมเมอร์ปี 1988 ในฐานะเซ็นเตอร์แบ็คในทีแรก ก่อนที่จะขยับมาเป็นมิดฟิลด์ และกลายเป็นตำนานของทีม

    เขารู้วิธีบัญชาการทีม, แจกจ่ายบอล, ตัดเกมคู่แข่ง และเป็นคนเริ่มเกมบุกให้กับทีม

    ไรจ์การ์โ คว้าแชมป์ สคูเด็ตโต้ 2 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย, ยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย และ อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ 2 สมัย



  • Gianni Rivera MilanGetty

    จานนี ริเวรา l มิดฟิลด์ตัวกลาง

    เขาอยู่ในจุดเดียวกับ บาเรซี และ มัลดินี, ริเวรา คือตำนานของเอซี มิลาน อย่างแท้จริง

    เขาได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดตลอดกาลในยุคของเขา ริเวรา ค้าแข้งกับ มิลาน ยาวนานตั้งแต่ปี 1960 ถึง 1979 ลงสนามให้กับทีม 658 นัดพร้อมทำ 164 ประตู

    เขามีเทคนิคอันยอดเยี่ยม, ความเฉลียวฉลาดและสกิลเลี้ยงบอลอันน่าทึ่ง ทำให้เขามักจะผ่านบอลและแอสซิสต์งาม ๆ ให้เพื่อนร่วมทีมได้เสมอ

    ริเวรา คว้าบัลลงดอร์ในปี 1969 แม้จะไม่ใช่นักเตะในตำแหน่งกองหน้า อีกทั้งเขายังเป็นดาวซัลโว เซเรีย อา ฤดูกาล 1972-73 (17 ประตู) เท่ากับ เปาโล ปูลิซี และ จูเซปเป้ ซาโวลดี้

    เขาเป็นกัปตันทีมของ มิลาน 12 ปี พาทีมคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ 3 สมัย, อิตาเลียน คัพ 4 สมัย, ยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัย, คลับ วินเนอร์ส คัพ 2 สมัย และ อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ 1 สมัย


  • Kaka MilanGetty

    กาก้า l มิดฟิลด์ตัวรุก

    ตอนที่ คาร์โล อันเชล็อตติ เห็น กาก้า ครั้งแรก เขาไม่ประทับใจเท่าไหร่นัก ทว่าเขาใช้เวลาในการซ้อมไม่นานที่ทำให้ อันเช รู้ตัวว่าเขามองผิดไป

    “เขาคืออสูรกาย, ผมบอกกับสโมสรทันทีเลยว่าพวกคุณคว้านักเตะระดับแชมเปี้ยนมาร่วมทีม” อันเชล็อตติ เผย

    กาก้า คือเทพบุตรลูกหนัก มีเฟิร์สทัชอันน่าทึ่ง การเลี้ยงบอลแสนนุ่มนวล ทำให้สไตล์ของเขาเฉพาะตัวไม่มีใครเหมือน

    กาก้า เล่นได้ทั้งสองเท้า เขาจะเล่นได้ดีที่สุดในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก ความมั่นใจและเด็ดขาดของเขา ทำให้แฟนบอลทุกคนต้องหลงรักการเล่นของเขา

    ในช่วงปี 2003-2009 กาก้า ยกระดับตัวเองขึ้นมเาป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2007 ที่เขาคว้าบัลลงดอร์ไปครอง

    หลังจาก เรอัล มาดริด คว้าตัวเขาไปร่วมทีมในปี 2009 เขาก็ไม่เคยกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดอีกเลย แม้จะกลับมาอยู่กับทีมอีกคำรบในปี 2013

    สำหรับ กาก้า เขาพาทีมคว้าสคูเด็ตโต้ 1 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัยและ คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย

  • Ruud Gullit MilanGetty

    รุด กุลลิท l มิดฟิลด์ตัวรุก

    ไอคอนแห่งวงการลูกหนังในช่วงปี 1980-90 กุลลิท คือสุดยอดนักเตะที่น่าทึ่งที่เปี่ยมไปด้วยพลังและสกิลอันยอดเยี่ยม

    การพาบอลของ กุลลิท คือตำนานที่มักจะสร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ชม และมักจะงัดฟอร์มเก่งออกมายิ่งกว่าเดิมยามลงสนามในเกมสำคัญ

    กุลลิท เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง แต่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคงหนีไม่พ้นมิดฟิลด์ตัวรุก

    กุลลิท คว้าบัลลงดอร์ ในปี 1987 พาทีมคว้าสคูเด็ตโต้ 3 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 3 สมัย, ยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย และ อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ 2 สมัย

  • Andriy Shevchenko MilanGetty

    อังเดร เชฟเชนโก้ l กองหน้า

    หลังสร้างความประทับใจกับ ดินาโม เคียฟ เขาย้ายมาร่วมทีม มิลาน ในซัมเมอร์ 1999, ก่อนที่ เชฟเชนโก้ จะกลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ครบเครื่องที่สุดในยุคของเขา

    แข็งแกร่ง, รวดเร็ว และทักษะการทำประตู ทำให้เขาเป็นกองหน้าที่โค้ชทุกคนอยากจะร่วมงานด้วย

    เชฟเชนโก้ คือนักเตะที่เล่นเพื่อทีมอย่างแท้จริง เมื่อรวมกับความกระหายในการทำประตู ทำให้เขาครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งก่อนฝากผลงาน 175 ประตูจาก 322 นัดให้กับทีม

    เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับทีมในปี 1999-2006 ทว่าหลังย้ายไปร่วมทีม เชลซี เขาก็ไม่เคยกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดอีกเลย

    เชฟเชนโก้ คว้าบัลลงดอร์ในปี 2004 พาทีมคว้าสคูเด็ตโต้, อิตาเลียน คัพ, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ, แชมเปี้ยนส์ ลีก

  • Marco Van Basten MilanGetty

    มาร์โก ฟาน บาสเทน l กองหน้า

    มาร์โก ฟาน บาสเทน คือหนึ่งในกองหน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง ด้วยทักษะและความสง่างาม ทำให้เขาได้รับฉายา ‘หงส์แห่งอูเทรคต์’

    ดาวยิงชาวดัตช์มีทุกอย่างที่กองหน้าควรจะมี เขาเล่นได้ทั้งสองเท้า, โดดเด่นในลูกกลางอากาศ, จบสกอร์เฉียบคม, ทรงพลัง และมีการครองบอลที่น่าทึ่ง

    มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขาคว้าบัลลงดอร์ได้ถึงสามสมัยตอนค้าแข้งกับ เอซี มิลาน (ปี 1988,1989 และ 1992)

    ฟาน บาสเทน คือสุดยอดกองหน้าโดยธรรมชาติอย่างแท้จริง มีเพียงเรื่องเดียวที่น่าเสียดายคือเขาจำเป็นต้องแขวนสตั๊ดตั้งแต่อายุ 30 ปีด้วยอาการบาดเจ็บ

    เขาทำ 125 ประตูจาก 201 เกมให้ทัพรอสโซเนี พาทีมคว้า สคูเด็ตโต้ 4 สมัย, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 4 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 3 สมัย และ อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ 2 สมัย

    ในปี 1999 ระหว่างการฉลองครบรอบ 100 ปีสโมสร, แวน บาสเทน ได้รับการโหวตให้เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษของรอสโซเนรี

0