22.00 น. ตามเวลาในประเทศไทยของวันศุกร์ที่ผ่านมา เรื่องที่เรดอาร์มีทั่วโลกไม่อยากให้เกิดขึ้นก็เป็นจริงจนได้ เมื่อเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพรีเมียร์ลีกยืนยันว่า ซลาตัน อิบราโมวิช คือชื่อที่แมนฯยูฯเลือกปล่อยตัวหลังจากหมดสัญญาในวันที่ 30 มิถุนายนนี้
ไม่ต้องบรรยายว่าเหล่าสาวกผู้ขายวิญญาณให้ซาตานสีแดงจะรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ข่าว ใครเล่าจะกระหยิ่มยิ้มย่องกับการเห็นบุรุษที่เทิดทูนให้เป็นพระเจ้ากำลังจะเดินจากทีมที่ตัวเองรัก
Gettyปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อิบราฮิโมวิชมีส่วนสำคัญกับความสำเร็จของปีศาจแดงตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผลงาน 28 ประตู กับ 9 แอสซิสต์ จาก 46 เกมในทุกรายการ พร้อมถ้วยแชมป์”คอมมูนิตี้ ชิลด์”, อีเอฟแอล คัพ และ ยูโรปา ลีก คือหลักฐานยืนยันความยอดเยี่ยมของเขาเป็นอย่างดี
ก่อนหน้านี้หลายคนเคยสบประมาทเขาว่าคงเอาตัวไม่รอดในพรีเมียร์ลีก ด้วยเหตุผลเรื่องอายุอานามและสไตล์การเล่นที่เชื่องช้าดูขัดกับฟุตบอลที่นี่ ขนาด อังเดร เชฟเชนโก้ และ ราดาเมล ฟัลเกา สองกองหน้าระดับโลกยังเคยเอาชื่อมาทิ้ง ทั้งที่สองคนนี้ย้ายมาเล่นที่นี่ตอนอายุน้อยกว่า
Gettyทว่าดาวยิงวัย 36 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข เพราะเขาคือผู้เล่นที่ทำประตูในลีกสูงสุดของแมนฯยูฯฤดูกาลที่ผ่านมาจากผลงาน 17 ประตู ทำเอาเหล่านักวิจารณ์ที่เคยออกมาฟันธงว่าเขาจะล้มเหลวต้องหน้าแหกชนิดหมอไม่รับเย็บ
ยอดหอกจากสวีเดนไม่เพียงแค่ผลิตผลงานชั้นอ๋องในสนามแต่ยังรวมถึงอิทธิพลนอกสนามด้วย เขามีดีเอ็นเอของความเป็นแชมเปี้ยนอยู่ในตัวและเปี่ยมไปด้วยทัศนคติของความเป็นมืออาชีพ นี่คือสองคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับนักเตะที่ต้องการไขว่ขว้าหาความสำเร็จ บรรดาแข้งดาวรุ่งของปีศาจแดงจึงได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ยามอยู่ในห้องแต่งตัว
ขวบปีแรกของซลาตันในถิ่น”โอลด์ แทรฟฟอร์ด”ดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่แล้วโชคชะตาเหมือนเล่นตลก เมื่อเขาดวงแตกได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าฉีกในเกมกับ อันเดอร์เลชท์ ในศึก”ยูโรปา ลีก” รอบ 8 ทีม ดาวยิงสวีดิชต้องเข้ารับการผ่าตัดและอาจต้องพักยาวแรมปี ไม่มีใครคาดคิดว่านั่นจะเป็นเกมสุดท้ายที่จะได้เห็นเขาในยูนิฟอร์มของแมนฯยูฯ
Getty Imagesแน่นอนว่าแฟนบอลปีศาจแดงคงรู้สึกหมดอาลัยตายอยากกับการตัดสินใจไม่ต่อสัญญาอิบราฮิโมวิชของสโมสร แต่หากตัดความโรแมนติกออก มองโลกอย่างเป็นจริง การที่ผู้เล่นวัย 36 จะฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้ช้านั้นไม่ใช่เรื่องพิสดารอะไร ประสบการณ์อาจเคี่ยวกรำให้อิบราปรับเกมของตัวเองให้ทรงประสิทธิภาพโดยใช้พลังงานน้อยลงได้ แต่ประสบการณ์ไม่ได้ช่วยหยุดยั้งความชราในเซลล์กล้ามเนื้อ
เทพนิยาย Zlatan 9 แห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด จึงจบลงตรงนี้ - ในขณะเดียวกัน ตำแหน่งที่ว่างลงก็เป็นโอกาสในการคว้าศูนย์หน้าตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเข้ามาทดแทน
จริงอยู่ว่าอิบราฮิโมวิชทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ต้องยอมรับว่าเขาช่วยแก้ปัญหาเกมรุกฝืดของเรดเดวิลส์ได้เพียงบางส่วน ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่ยิงในลีกได้แค่ 54 ประตู ในขณะที่บรรดาบิ๊กทีมใน 5 อันดับแรก ต่างยิงเกินหลัก 70 ประตูทั้งนั้น ขนาด บอร์นมัธ ทีมอันดับ 9 ยังยิงได้มากกว่า(55 ประตู) นี่คือความแตกต่างที่ทำให้ลูกทีมของ โชเซ มูรินโญ ล้มเหลวในลีกจบเพียงอันดับ 6 ในฤดูกาลที่ผ่านมา
สถิติระบุชัดเจนว่าแมนฯยูฯคือทีมที่เสมอมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก พวกเขาจบเกมด้วยการจับมือแบ่งแต้มกับทีมคู่แข่งถึง 15 นัด นั่นหมายความว่าสโมสรทำแต้มหลุดมือไปถึง 30 คะแนน
ปีศาจแดงมีโอกาสยิงตลอด 15 เกมนั้นถึง 240 ครั้ง แต่กลับส่งบอลเข้าไปกองในก้นตาข่ายได้แค่ 9 ประตู เฉลี่ยแล้วพวกเขาเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูเพียง 3.75% ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่คือสถิติของทีมที่เคยขึ้นชื่อว่ามีเกมรุกดุดันที่สุดในเกาะอังกฤษ มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี มาร์กซิยาล ทำผลงานได้แย่ลงกว่าฤดูกาลแจ้งเกิดอย่างน่าใจหาย ส่วนกัปตัน เวย์น รูนีย์ อาจดูกระฉับกระเฉงเวลาถอยไปเล่นต่ำ แต่จังหวะชี้เป็นชี้ตายในแดนหน้ากลับแทบไม่เหลือความเฉียบคม
Gettyเดอะ สเปเชียล วัน รับรู้ถึงความห่วยแตกในจังหวะจบสกอร์ของทีมดี ถึงขนาดเคยหลุดปากวิจารณ์บรรดาผู้เล่นเกมรุกออกสื่อ หลังทำได้เพียงเปิดรังเสมอเวสต์บรอมวิชฯ 0-0 ว่า “เรามีผู้เล่นเกมรุก 4 คน แต่พวกเขาไม่คงเส้นคงวา เราจึงต้องชดใช้ด้วยการเสีย 2 คะแนน”
นี่คือปัญหาใหญ่ที่ยูไนเต็ดต้องแก้อย่างเร่งด่วนหากหวังชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 21 ดังนั้นจงอย่าแปลกใจที่มีข่าวหนาหูว่ามูรินโญกำลังไล่ล่าตัว อัลบาโร โมราต้า อย่างหนัก
Gettyโมราต้าจะช่วยยกระดับแนวรุกของทีมได้จริงหรือ? เชื่อว่านี่คงเป็นคำถามที่อยู่ในใจของเรดอาร์มีหลายคน แต่ขอบอกเลยว่าดาวยิงชาวสแปนิชคือทางเลือกที่ดีที่สุดของปีศาจแดง ณ ขณะนี้
สิ่งแรกเลยคือ โชเซ มูรินโญ รู้จักแข้งรายนี้เป็นอย่างดีเพราะเคยร่วมงานกันมาก่อน เขานี่ล่ะคือคนให้โอกาสโมราต้าประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ของ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2010 ทั้งคู่จึงไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวเข้าหากันมาก มูรินโญรู้อยู่แล้วว่าจุดแข็งของโมราต้าคืออะไร ขณะที่โมราต้าเองก็รู้วิธีการทำงานของมูรินโญอยู่แล้ว
โมราต้าคือตัวจบสกอร์ที่มีสถิติยิงประตูเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ดีมากแม้ว่าเป็นตัวเลือกสำรองในแนวรุกของราชันชุดขาว หอกชาวสแปนิชซัลโวในลีก 15 ประตู จาก 26 เกม แต่หากคำนวณกับเวลาที่อยู่ในสนามแล้ว เขามีสถิติยิงประตูเฉลี่ยทุกๆ 88.73 นาที หรือคิดง่ายๆคือเขาการันตีประตูทุกนัดนั่นเอง
Getty Imagesสถิติดังกล่าวไม่แพียงแค่ดีกว่าแผงแนวรุกของแมนฯยูฯทุกคนในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ยังเหนือกว่าเพื่อนร่วมทีมมาดริดทุกคนไม่เว้นแม้แต่ คริสเตียโน โรนัลโด้ โดยเขาเป็นรองแค่ ลิโอเนล เมสซี (77 นาที) คนเดียวเท่านั้นในลาลีก้า
นอกจากนั้นโมราต้ายังมีสถิติเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูสูงถึง 27.27% เหนือกว่าทั้ง เมสซี (20.67%) และ โรนัลโด้ (15.43%) รวมถึงสองแนวรุกที่มีข่าวกับปีศาจแดงอย่าง อันเดรีย เบล็อตติ (20%) และ โรเมลู ลูกากู (22.73%) ด้วย
ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึงคุณภาพของกองหน้าทีมชาติสเปนได้เป็นอย่างดี นี่คือคุณสมบัติตัวจบสกอร์ที่แมนฯยูฯกำลังตามหา พวกเขาต้องการตัวปิดบัญชีมีประสิทธิภาพและใช้โอกาสไม่เปลือง โมราต้าคือคำตอบของโจทย์ข้อนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

จุดเด่นของโมราต้าอีกอย่างคือความครบเครื่อง เขาไม่เพียงแค่รอยิงประตูอย่างเดียว แต่ยังเก็บบอลดี, ครองบอลเหนียว, เล่นลูกกลางอากาศได้ และมีความเร็วพาบอลผ่านคู่แข่ง เขาเคยทำให้เห็นมาแล้วสมัยยังเล่นอยู่กับยูเวนตุส หลังโซโล่เดี่ยวครึ่งสนามฝ่าแนวรับ บาเยิร์น มิวนิค ก่อนจ่ายให้ ฮวน กัวดราโด้ ยิงผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีม เมื่อ 2 ปีก่อน
คุณสมบัติข้อนี้หาไม่ได้ง่ายๆจากนักเตะที่มีส่วนสูง 189 เซนติเมตร นี่คือสิ่งที่ปีศาจแดงต้องการจากกองหน้ามากที่สุดในจังหวะเล่นเกมโต้กลับเร็ว และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ให้กับพวกเขาไม่ได้
ที่สำคัญโมราต้าเพิ่งมีอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น เขายังพัฒนาฝีเท้าได้อีกเยอะและเหลืออายุการใช้งานอีกนาน ในขณะเดียวกันก็ผ่านเกมระดับสูงมาอย่างโชกโชน
Getty Imagesการเซ็นสัญญากองหน้าที่ล้มเหลวในการเบียดหาตำแหน่งตัวจริงในทีมเรอัล มาดริด มาสองครั้งสองครา อาจนับเป็นความเสี่ยง แต่ก็นับว่าเป็นเดิมพันที่เป็นไปได้กว่าการหวังให้ซลาตันเอาชนะอนิจจังสังขารไปเรื่อย ๆ อยู่มาก
ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะทำผลงานได้ดีหรือแย่กว่าอิบราหากย้ายมาจริง แต่ถ้าถามว่าใครคือกองหน้าที่แมนฯยูฯน่าเอาอนาคตของทีมไปเสี่ยงมากที่สุดในเวลานี้ คำตอบนั้นคือ อัลบาโร โมราต้า




