Goal.com
สด
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

GIVE A SHOUT: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ - 1 เดือนที่เพิ่งเริ่มบินในเบลเยียม

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ย้ายทีมครั้งสุดท้าย เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

นายทวารหนุ่มน้อยจากราชประชา ถูกดึงตัวมาอยู่กับทีมดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาอยู่ดิวิชัน 1 ตองได้เป็นมือหนึ่ง ฟอร์มโดดเด่นจนได้รับฉายา ‘กวินบินได้’ ตั้งแต่นั้น ทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดด้วยตำแหน่งแชมป์ และไปไกลถึงแชมป์ไทยลีกในฤดูกาลต่อมา ตำแหน่งมือหนึ่งในสโมสรของเขาแทบไม่เคยถูกท้าทายนับตั้งแต่นั้น

ตัดภาพมาในปี 2018 กวินทร์ที่ได้ทุกแชมป์ในประเทศไทย เป็นนายด่านมือหนึ่งของสยามประเทศแบบไม่มีข้อกังขา ตัดสินใจรับความท้าทาย ย้ายไปเล่นให้ โอเอช ลูเวิน ทีมในพร็อกซิมุส ลีกรองของเบลเยียม - การย้ายสังกัดกลางฤดูกาลของผู้รักษาประตูนั้น ไม่ใช่ง่ายอยู่แล้วที่จะแทรกตัวเข้าไปอยู่ในทีม ไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นผู้รักษาประตูจากชาติที่มีอันดับโลกฟีฟ่าประมาณร้อยกว่า ๆ ในทีมร่วมลีกอาชีพของประเทศที่อันดับโลกฟีฟ่าไต่ไปถึงอันดับหนึ่งมาไม่นาน

ผ่านไป 1 เดือนนับตั้งแต่เป็นผู้เล่นของลูเวิน กวินทร์ได้โอกาสลงเฝ้าเสาในเกมลีก เสมอกับ เบียร์ชอต วิลไรค์ 1-1 ติดทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ของลีกทั้งที่ไม่ได้คลีนชีท - นับว่าเป็นก้าวที่เร็วไม่น้อย กับการแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงสโมสรครั้งแรกในรอบ 10 ปีของเขา

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

“เราต้องเข้าใจก่อนว่า อันดับโลกของเรากับเบลเยียม ต่างกันมาก มันแทบจะเทียบกันไม่ได้…” ตองบอกกับเราเมื่อถามถึงกระแสตอบรับในเชิงลบของแฟน ๆ “มันก็ต้องมีแหละที่ดูถูกเรา เหมือนเขามองเราแบบว่า เล่นบอลเป็นหรือเปล่า เอามาทำไม มันเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่เขาจะไม่ยอมรับเรา แต่มันขึ้นอยู่กับเราด้วยว่าจะทำยังไง"

“ก็ต้องให้เขายอมรับเราในสนาม ต้องทำงานหนัก พยายามพิสูจน์ตัวเองอยู่ทุกวัน มันไม่มีอะไรง่ายอยู่แล้ว เราต้องผ่านไปให้ได้ ที่สำคัญเราต้องเข้าใจด้วยว่า ไม่ว่าเราไปเล่นที่ไหน เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ที่จะมีทั้งแฟนบอลที่ชอบเรา ไม่ชอบเรา หรือไม่เปิดใจรับเราเลยก็มี ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุด เราต้องใช้ผลงานในสนามเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้าโอกาสเข้ามาหา เราต้องเต็มที่

“ส่วนตัวผมก็พยายามเปิดใจเข้าหา พยายามยิ้มแย้มให้เขา ให้เขารู้สึกว่าเราโอเค เราเป็นคนเฟรนด์ลี จากนั้นพอได้คุยกันบ่อยขึ้น เขาก็เริ่มจะโอเคกับเราเอง เข้ามาทักทายเราเอง”

จากนี้คือบทสัมภาษณ์ EXCLUSIVE ที่ Goal Thailand พูดคุยกับนายทวารค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของลูเวิน เจาะลึกแค่ไหน? อยากให้อ่านเอง

คิดยังไงกับคำว่าเด็กเส้น

มันสามารถคิดได้อยู่แล้ว ยิ่งประธานสโมสรเป็นคนไทยด้วย(อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา) มันไม่แปลกหรอกที่เขาจะคิดกัน มันมีมากกว่าครึ่งด้วยซ้ำที่คิดแบบนั้น แต่ผมก็ไม่ได้เก็บมาคิดมากอะไร 

ในฐานะนักฟุตบอลผมไม่ได้มีหน้าที่คิดตรงนี้ ผมโฟกัสแค่ว่า ผมเป็นนักฟุตบอลอาชีพของทีมไหน ผมเต็มที่ให้ทีมนั้น ทั้งฝึกซ้อมและแข่งขันจริง ส่วนเรื่องโซเชียล ผมไม่ได้สนใจเลย เพราะอ่านไปมันก็ไม่มีประโยชน์กับตัวผม

1 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวเป็นอย่างไรบ้าง?

ก็โอเคครับ ถือว่าปรับตัวได้ดีขึ้น คุ้นเคยกับทีมมากขึ้น รู้จักกับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้สนิทอะไรกันมากเท่าไร มีคุยกันเยอะ ๆ แค่ 2-3 คน

เรื่องจังหวะฟุตบอล ก็ยังต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกสักหน่อย เพราะสภาพสนามที่นี่ เหมือนมีฝนตกลงมาตลอด มีเหมือนเป็นหิมะ เกล็ดน้ำแข็งตลอดด้วย ทำให้บอลเดินทางเร็ว บางครั้งแฉลบก็ไปอีกทิศทางหนึ่ง ต่างจากไทยที่แห้งตลอด คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย ต้องพยายามเรียนรู้สไตล์การเล่นของทีม และ คู่แข่งมากขึ้นกว่านี้ด้วย

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

เวลาเก็บตัวก่อนแข่ง ใครเป็นรูมเมท?

ไม่มี(หัวเราะ) ที่นี่ต่างจากไทยนะ ที่นี่ไม่มีเวลาเก็บตัว เพราะเวลาแข่งเดินทางไกลสุดก็ 2 ชั่วโมง เรามาเจอกันวันแข่งเลย กินข้าวด้วยกัน จากนั้นก็เดินทางไปแข่ง เสร็จก็กลับมาปกติครับ

มาตรฐานฟุตบอลเมื่อเทียบกับไทย

ที่เห็นชัดคือฟุตบอลที่นี่ ใช้ร่างกายปะทะมากกว่า เล่นหนักกว่า เล่นกันเร็วกว่าด้วย ไม่มีการเซ็ตบอลคอยจังหวะ มาถึงเขาเดินหน้าบุกใส่กันเลย และด้วยพื้นสนามอย่างที่บอกไป มันทำให้ฟุตบอลเดินทางเร็วด้วย เกมเลยดูเร็วมากๆ

ส่วนการฝึกซ้อม ที่จริงลักษณะไม่ต่างจากที่ไทยมาก แต่เข้มข้นกว่า ให้ความสำคัญกับฟิตเนสเยอะ

ที่นี่มีเทสต์บ่อยมาก ไล่เรียงไปเลย ตั้งแต่กล้ามเนื้อแต่ละส่วน การกระโดด ความแข็งแรงต่างๆ เขาจะดูเป็นรายบุคคลเลยว่า ตรงไหนควรพัฒนาเพิ่ม มันเหมือนกับว่า เขาเริ่มต้นพัฒนาเป็นรายบุคคลก่อน จากนั้นค่อยพัฒนาเป็นทีม

นักเตะไทยมาเล่นได้ไหม?

ผมว่าเล่นได้นะ อย่างที่บอกเรื่องฝึกซ้อมมันก็หนักพอๆ กัน อาจเข้มข้นกว่านิดหน่อย แต่ในเรื่องทักษะฟุตบอล คิดว่าผู้เล่นไทยไม่ได้เป็นรองเท่าไร แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องความแข็งแรง ต้องเป็นผู้เล่นที่ร่างกายแข็งแรงจริงๆ เพราะที่นี่เล่นฟุตบอลกันทั้งหนักและเร็ว ที่สำคัญเดินเข้าใส่กันตลอด

ได้ลงเล่นไปแล้ว รู้สึกอย่างไรกับบรรยากาศการเชียร์ของแฟน ๆ ที่นี่?

ก็โอเคนะครับ แต่แฟนบอลที่นี่ยังไม่เต็มสนาม นัดหนึ่งก็ประมาณ 5-6 พันคน อาจน้อยกว่าที่ไทย แต่ก็เชียร์กันมันดีครับ สนับสนุนทีมดีเหมือนกัน

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

รู้สึกยังไงกับการแย่งตำแหน่งตัวจริงครั้งแรกในรอบหลายปี?

ตั้งแต่ตัดสินใจมาที่นี่ ผมก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเจออะไร 

ที่ไทยผมได้เล่นตลอด แต่พอมาที่นี่ มันเหมือนเราก้าวออกมาจากจุดที่เคยสุขสบาย อาจจะไม่รู้หรอกว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นยังไง เพราะทีมก็มีผู้รักษาประตูที่โชว์ฟอร์มได้ดีอยู่แล้ว แต่ผมก็พร้อมสู้ทุกอย่าง ทั้งความกดดันที่จะพลาดไม่ได้ในการฝึกซ้อมทุกๆวัน ซึ่งก็ต้องใช้เวลา อดทนเข้าไว้ครับ ที่สำคัญผมต้องคิดบวก

มีท้อแท้บ้างไหม?

มันไม่ถึงกับท้อ แต่มันมีความอยากเล่นอยู่ตลอด แต่เราก็ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งด้วยว่า เรามาอยู่ในที่ๆใหญ่กว่าเดิม สิ่งแรกที่เราต้องทำคือพยายามเรียนรู้ พยายามปรับตัว ผมจะไม่พยายามตั้งความหวังไว้สูง ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ผมอยากให้เป็นไปตามสเต็ปที่ควรจะเป็น เริ่มจากโฟกัสการฝึกซ้อม ปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีม และ สไตล์การเล่นของทีมให้ได้ จากนั้นรอคอยโอกาส ไม่จำเป็นว่าต้องได้ลงทุกนัด


ใช้คำว่า ‘กบออกจากกะลา’ ได้ไหม?

ก็ใช่นะ... เราเคยใหญ่ในที่เล็ก แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ตอนนี้เราไม่ได้เริ่มจากศูนย์นะ เริ่มจากติดลบเลย เราต้องค่อยๆสร้างมันขึ้นไปใหม่ ลืมความสำเร็จที่ผ่านมา 

มันดีอย่างหนึ่งที่ผมเองไม่ใช่คนทำตัวเลิศหรูอะไรมาตั้งแต่อยู่ไทย ตั้งแต่มีชื่อเสียง ผมพร้อมปรับตัวเข้าหาทุกคนอยู่แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็เลยปรับเข้าหาทุกคนได้ง่าย ผมเต็มใจที่จะเข้าหาทุกคนก่อน นอบน้อมถ่อมตน พยายามติดดินมากที่สุด

สำคัญแค่ไหนกับการออกมาเล่นในต่างแดนครั้งแรกด้วยวัย 28 ปี

ไม่ว่าเล่นที่ไหน มันก็สำคัญทั้งนั้นแหละ ส่วนตัวผมก็อยากประสบความสำเร็จอยู่แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปได้ไกลขนาดไหน รู้แค่ว่า ในเมื่อโอกาสมาแล้ว ซึ่งมันไม่ได้มาง่ายๆ ผมต้องเต็มที่กับมันเท่านั้นเอง

คุณไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากไปเล่นในลีกระดับสูงของเอเชียอย่างเจลีก แต่พูดถึงการมายุโรปอยู่เสมอ

ไม่รู้เหมือนกัน(หัวเราะ) ตั้งแต่เด็กแล้วนะ ที่ฝันอยากมาเล่นในยุโรป ไม่ใช่เจลีกหรือที่อื่น ๆ ในเอเชีย คือไม่ใช่เขาไม่ดีนะ แต่ถ้าเลือกได้ก็อยากมายุโรปมากกว่า

ถึงตอนนี้ก็คิดว่าตัวเองมาไกลเหมือนกัน กี่สิบล้านคนไม่รู้ที่มีฝันแบบผม แต่ผมเป็นหนึ่งในนั้นที่มีโอกาส ก็จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

เรียกว่าแบกความกดดันมาด้วย

เรื่องความกดดัน เล่นที่ไหนมันก็กดดัน โดนจับตามองอยู่แล้ว ผมอาจจะถูกจับตามองมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ต้องผ่านไปให้ได้ ถึงแม้ว่าวันไหน จะเล่นไม่ดี โดนด่า แต่ก็ต้องยอมรับมัน บอกตัวเองให้ลุกขึ้นสู้เพื่อเดินหน้าต่อไป

โค้ช(ไนเจล เพียร์สัน) ช่วยเราได้มากไหม?

เรื่องเกมเอาจริง ๆ ไม่ได้คุยกันมาก แต่เขาเป็นโค้ชที่ดี ถ้าผมมีปัญหานอกสนาม ไม่สบายใจอะไร เขาก็บอกว่า มาบอกเขาได้ ไม่อยากให้เก็บปัญหาไว้คนเดียว เพราะเขาเข้าใจว่าผมมาอยู่ต่างบ้าน ต่างถิ่น เขาพร้อมให้คำปรึกษากับเราทุกเมื่อ

เปลี่ยนมาเรื่องนอกสนามบ้าง - ไม่นับเรื่องฟุตบอล ชีวิตที่เบลเยียมเป็นอย่างไร โอเคดีไหม?

บ้านเมืองที่นี่โอเคครับ สวย และ สะอาดดี อีกอย่างผมเป็นคนชอบอากาศหนาว ถ้าวันไหนหนาวๆ จะชอบมาก แต่ส่วนใหญ่ที่นี่ฝนตกตลอด ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไร (หัวเราะ) ส่วนเรื่องอาหารการกินก็โอเคครับ ยังมีอาหารไทยให้กินด้วย

จริงๆตอนนี้พยายามเอาความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านที่ไทย มาอยู่ที่นี่ แต่ผมก็เพิ่งมาอยู่ได้แค่เดือนกว่าๆ เอง ก็คงต้องให้เวลากับมัน ให้เราชินมากกว่านี้ก่อน

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

ติดต่อครอบครัวบ่อยไหม?

คุยทุกวันครับ ทั้งไลน์คอล, วีดีโอคอล ความจริงอยากให้เขามาอยู่ด้วยเลย แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าเขาจะสะดวกมาช่วงไหน ที่คุยกันไว้อาจเป็นฤดูกาลหน้าครับ อาจไม่ได้มาอยู่ถาวรหรอก เพราะที่บ้านก็ยังมีอะไรที่ต้องทำ แต่อาจมาสัก 3 อาทิตย์ หรือไม่ก็ 1 เดือนแล้วกลับ แต่ถ้าเลือกได้ มาอยู่ถาวรเลยก็คงดี(ยิ้ม)

อยู่ที่นี่ เวลาว่างได้ทำอะไรบ้าง?

ส่วนใหญ่ที่นี่ซ้อมเช้า แปดโมงครึ่งถึงสนาม เที่ยงซ้อมเสร็จ จากนั้นวันไหนทีมมีเข้ายิม เล่นฟิตเนส ก็เข้าตามปกติครับ แต่ถ้าวันไหนซ้อมมื้อเดียว ผมก็เข้ายิมเองบ้าง ถ้าวันไหนหยุด ก็อาจมีเที่ยวชมสถานที่สำคัญๆ หรือ เมืองอื่นบ้าง หรือเหงาๆ ก็เดินเล่นครับ เดินไปหากินข้าวที่ร้านลุงสมบัติ เป็นร้านอาหารไทยที่นั่น ชื่อ ไทยเฮาส์

ธีรเทพ วิโนทัย อดีตนักเตะ เค ลีร์เซ บอกว่า ที่เบลเยียมใช้ภาษาฝรั่งเศส กับ ดัตช์(เนเธอร์แลนด์) เป็นหลัก

มันขึ้นอยู่ที่ว่าเราใกล้โซนไหน อย่างตรงที่ผมอยู่ใกล้ดัตซ์ เขาก็จะพูดดัตซ์กัน แต่ก็มีคนใช้ภาษาอังกฤษอยู่บ้าง ตอนนี้ผมก็พยายามเอาอังกฤษให้คล่องมากกว่านี้ก่อน มีเวลาผมก็เปิดยูทูปฟังไปเรื่อย เปิดหาคำศัพท์ที่ยากๆ เดี๋ยวสักพักจะมีครูมาสอน ถ้าได้อังกฤษคล่องแล้ว คิดว่าคงเรียนดัตซ์ต่อเลย

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์Goalthailand

ตัดกลับมาที่ฟุตบอลกันต่อ - ในช่วงหลัง เบลเยียมพัฒนาขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในชาติฟุตบอลระดับหัวแถวของโลก คุณพอเห็นสาเหตุอะไรบ้างจากการไปอยู่มา 1 เดือน

มันแปลกใจนะ แปลกใจมากเลยล่ะ เพราะเบลเยียมเป็นประเทศเล็ก ประชากรก็น้อยมาก ก็ยังคิดอยู่เลยว่า ทำไมฟุตบอลเขาพัฒนาเร็วจัง 

จริงๆ ผมไม่ได้รู้ลึกอะไรหรอก อย่างที่เห็น เสาร์ - อาทิตย์ ก็เหมือนบ้านเรา ที่มีอคาเดมีมาซ้อม ก็ยังดูไม่รู้ว่าทำไมเขาเก่งจัง

แต่ที่มองเห็นชัดเลยคือ เรื่องทัศนคติ ความจริงจัง ผู้เล่นที่นี่จะคิดเสมอว่าต้องทำเพื่อตัวเอง ให้ความสำคัญกับฟิตเนส ต่างจากเด็กไทยที่ขี้เกียจเล่นฟิตเนส สำหรับทีนี่ เขาค่อนข้างมีมาตรฐาน นี่ขนาดผมอยู่ดิวิชั่นรอง ยังรู้สึกเลยว่ามาตรฐานสูง ถ้าเป็นลีกสูงสุดคงสูงกว่านี้

เป้าหมายสำหรับตัวเองในฤดูกาลแรก

 ไม่ได้คาดหวังไว้สูงครับ แค่อยากพัฒนาตัวเองในทุกๆวัน ตั้งใจฝึกซ้อมให้ดีที่สุด ถ้ามีโอกาสลงแข่ง ก็จะทำให้เต็มที่ ลงเล่นด้วยความมั่นใจ ที่สำคัญผมไม่ได้มาเล่นเพื่อผมคนเดียว แต่ผมมาเล่นเพื่อประเทศไทย ผมต้องการพิสูจน์ให้คนยุโรปเห็นเหมือนกันว่า คนไทยก็เล่นฟุตบอลได้ดี

ปิดท้ายด้วยการฝากอะไรถึงแฟน ๆ ที่ไทย

อยากขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ ที่ยังคอยเชียร์ อย่างเกมสำรองที่ผมเล่นก่อนหน้านี้ เล่นช่วงดึก ก็ยังมีคนคอยเชียร์เยอะมาก จนทีมงานที่นี่ตกใจ บอกว่าคนดูในยูทูบเยอะมาก ยอดวิวเป็นล้าน เยอะกว่าทีมใหญ่แข่งอีก ขอบคุณจากใจริงๆ ครับ

จากนี้ผมก็อยากให้แฟนบอลเป็นกำลังใจให้ผมเรื่อยๆ ผมมาที่นี่ เป็นก้าวสำคัญของผมมากๆ ผมข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่ในที่ๆ ไม่คุ้น ทั้งที่พักอาศัย คนรอบข้าง เจอทั้งความกดดัน และ อุปสรรคเยอะแยะมากมาย สิ่งที่จะทำให้ผมมีกำลังใจ ต่อสู้เพื่อผ่านตรงนี้ไปให้ได้ ก็คือกำลังใจจากแฟนบอลชาวไทยทุกคน ขอบคุณที่สนับสนุนกันมาตลอดครับ ผมสัญญาว่า ในฐานะคนไทย ผมจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์OH Leuven
โฆษณา
0