ตลาดซื้อขายนักเตะไทยฮือฮาอีกครั้ง หลังน้องใหม่เจลีกอย่าง โออิตะ ทรินิตะ บรรลุข้อตกลงคว้า ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลางดีกรีทีมชาติไทยของบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ไปร่วมทีมแบบสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล ทำให้เจ้าตัว เป็นนักเตะไทยคนที่ 9 ต่อจาก สิทธิโชค ภาโส, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน, เชาววัฒน์ วีระชาติ, จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, จักรกฤษ ลาภตระกูล และ ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม ที่ย้ายไปค้าแข้งในลีกอาชีพญี่ปุ่น
โดยแฟนบอลไทยอาจจะไม่คุ้นทีมนี้มากนัก แต่ถ้าบอกว่าเป็นทีมที่เจ้ายิม วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เคยมาทดสอบฝีเท้าเมื่อปี 2017 คงจะพอนึกออก ถึงแม้ว่าการทดสอบครั้งนั้น ไม่มีดีลเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทีมยังคงให้ความสนใจนักเตะไทยมาตลอด ก่อนที่จะมาดึงฐิติพันธ์ ไปร่วมทีมลุยศึกเจ1ลีก ฤดูกาล 2019 ได้สำเร็จ

ประวัติทีม
โออิตะ ทรินิตะ หรือเรียกสั้นๆว่า ทรินิตะ, อัสซูโร่ เป็นหนึ่งในทีมที่มีอายุน้อยสุดมีการก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1994 เพื่อเข้าร่วมดิวิชันหนึ่งของจังหวัด ในนาม โออิตะ ทรินิตี้ พวกเขาได้แชมป์สองปีรวด ก้าวพรวดขึ้นสู่เจเอฟแอลในปี 1996 ในปี 1999 พวกเขาเป็นหนึ่งในทีมชุดก่อตั้งเจลีก ดิวิชันสอง (เจทู) และเปลี่ยนชื่อเป็น 'ทรินิต้า(ไตร)' เพื่อแสดงถึงการสนับสนุนจากแฟน ๆ, สปอนเซอร์, และหน่วยงานรัฐบาล
จุดเปลี่ยนของทีมเกิดขึ้นในปี 2002 ทรินิตะ สามารถจบฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์เจทู และก้าวเลื่อนชั้นมาเล่นบนลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรก แม้จะผลงานไม่ค่อยดีนัก แตะก็ยังประคองอยู่เล่นบนลีกสูงสุดได้เรื่อยๆ
จนปี 2008 ถือเป็นปีทองของสโมสรเลยก็ว่าได้ ด้วยผลงานอันร้อนแรงสามารถจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในเจ1ลีกที่ทีมเล่นมา แถมยังมีถ้วยเจลีกนาบิสโก้คัพ หรือที่รู้จักกันในปัจจุบันว่าถ้วยลูวาน คัพ มาครอง จากการเอาชนะชิมิสุ เอสพัลส์ ด้วยสกอร์ 2-0
ทว่าในปีถัดมา ทีมกลับเจอปัญหาทางด้านการเงิน ทำให้ต้องร่วงไปเล่นในลีกรองอีกครั้ง ก่อนจะทำสำเร็จกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดอีกครั้งในฤดูกาล 2013 แต่เหมือนว่าปัญญาการเงินของทีมยังไม่จบสิ้น จนทำให้ต้องจบในอันดับสุดท้ายของตารางตกชั้นอีกครั้ง
จากนั้นเหมือนเข้าสู่ยุคมืดของทีม หลังจากต้องร่วงลงมาเล่นเจทูในฤดูกาล 2014 แต่ก็ยังผลงานไม่สู้ดีนัก จนฤดูกาล 2015 ถือเป็นช่วงที่ทีมตกต่ำขั้นสุดจบในอันดับ 21 ของตารางต้องเพลย์ออฟกับทีมในเจ3ลีก สุดท้าย โออิตะ เพลย์ออฟแพ้ มาชิดา เซลเวีย 2-3 ต้องร่วงไปเล่นเจ3ลีกครั้งแรก แถมฤดูกาลดังกล่าวยังต้องเซ่นกุนซือไปถึง 2 ราย ได้แก่ คาซูกิ ทาซากะ และ โนบุอากิ ยานากิดะ
ฤดูกาล 2016 ทรินิตะ ตัดสินใจดึง โทโมฮิโร คาตาโนะซากะ เข้ามานั่งแท่นกุนซือใหม่ของทีม ซึ่งเจ้าตัวเคยเป็นนักเตะของทีมและเป็นทีมงานสเก๊าท์ ในช่วงแขวนสตั๊ดใหม่ๆ ก่อนจะพาทีมประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์เจ3ลีก เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นลีกรองภายในปีเดียว
และดูเหมือนทีมจะเริ่มสดใสมากขึ้น หลังจากกลับมาเล่นในลีกรองผลงานยังไม่หวือหวามาก จบในอันดับ 9 ฤดูกาล 2017 ก่อนที่จะสามารถจบด้วยการเป็นรองแชมป์เจ2ลีก ได้เลื่อนกลับมาเล่นลีกสูงสุดอีกครั้ง ในรอบ 5 ปี พร้อมกับ มัตสุโมโตะ ยากามะ ที่เป็นแชมป์เจทู 2018

เฮดโค้ชของทีม
โทโมฮิโร คาตาโนะซากะ (47 ปี)
อดีตกองหลังมากประสบการณ์ที่เคยค้าแข้งให้กับทีมดังมากมายไม่ว่าจะเป็นซานเฟรชเช ฮิโรชิมา, คาชิวา เรย์โซล, กัมบะ โอซาก้า และ โออิตะ ทรินิตะ ซึ่งกุนซือวัย 47 ปี รายนี้ เคยเล่นให้กับโออิตะสมัยที่ทีมอยู่บนลีกรองปี 2000 ก่อนจะกลับมาเล่นอีกครั้งในลีกสูงสุดปี 2003 และเลือกแขวนสตั๊ดกับทีม
หลังจากนั้นเจ้าตัวผันตัวเป็นสเก๊าท์ให้กับโออิตะ ทรินิตะ ก่อนจะไปเป็นผู้ช่วยให้กับทีมกัมบะ โอซาก้า และซานเฟรชเช ฮิโรชิมา สุดท้ายถูกดึงมารับงานเฮดโค้ชครั้งแรกให้กับโออิตะ เมื่อปี 2016 และได้รับภารกิจอันหนักอื้อ ต่อจากคาซูกิ ทาซากะ และ โนบุอากิ ยานากิดะ ที่คุมทัพตกชั้นไปเล่นเจ3ลีก
ต่อมา คาตาโนะซากะ นับหนึ่งกับอดีตต้นสังกัดจากลีกต่ำสุด ก่อนที่จะจบลงด้วยการคว้าแชมป์ในปีเดียวเลื่อนขึ้นมาเล่นในลีกรองได้อีกครั้งในปี 2017 และจบในอันดับที่ 9 ก่อนที่ฤดูกาลล่าสุดจบด้วยการเป็นรองแชมป์ เก็บไป คะแนน จากการแข่งขัน 42 นัด ชนะ 23 เสมอ 7 แพ้ 12 ยิงได้ 76 ประตู เสียไป 51 ประตู เป็นการเลื่อนชั้นมาเล่นบนลีกสูงสุดในรอบ 5 ปี

สนาม
สนามโออิตะ แบงค์ โดม หรือที่รู้จักกันดีที่ชื่อว่า “บิ๊กอาย” สร้างโดยสถาปนิคชาวญี่ปุ่น คิโช คุโรคาวะ และเริ่มใช้ในเดือนพฤษภาคม ปี 2001 เพื่อใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกับเกาหลีใต้ ซึ่งในตอนนั้นมีความจุ 43,000 ที่นั่ง ก่อนจะลดลงมาเหลือให้ความจุ 40,000 ที่นั่ง จนถึงปัจจุบัน โดยมี 3 เกมบอลโลกปี 2002 ที่ใช้สนามนี้ลงทำการแข่งขัน ได้แก่ ตูซีเนีย - เบลเยี่ยม, เม็กซิโก - อิตาลี และสวีเดน - เซเนกัล
โดยลักษณะพิเศษของสนามนี้ ได้แก่ โดมจะสามารถเปิด-ปิดได้ ตามต้องการ ทำให้สามารถแข่งขันได้ทุกสภาพอากาศ เหมือนกับสนามซัปโปโร โดม รังเหย้าของคอนซาโดเล ซัปโปโร ที่เปิด-ปิดโดมได้เช่นกัน
นอกจากนี้โออิตะ แบงค์ โดม ยังถูกรับเลือกให้เป็นหนึ่งในสนามที่ใช้ทำการแข่งขันรักบี้เวิร์ลคัพ 2019 ที่ญี่ปุ่นรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ และเป็นครั้งแรกที่การแข่งขันรักบี้เวิร์ลคัพ ในเอเชียอีกด้วย
Gettyสตาร์ดังในทีม
โออิตะ ถือว่าเป็นทีมที่ขนาดเล็ก โดยนับตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปัจจุบันนั้น เล่นในเจ2ลีกเป็นส่วนใหญ่ และยังมีร่วงไปถึงเจ3ลีกมาแล้ว แต่ก็ยังมีนักเตะที่ฟอร์มเด่นและถือเป็นกำลังหลักของทีม อย่าง โนริอากิ ฟูจิโมโตะ หัวหอกวัย 29 ปี และเคยเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมของ สิทธิโชค ภาโส สมัยที่เจ้าตัวเล่นให้กับคาโงชิมา ยูไนเต็ด
ซึ่งผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมากับทีมนั้นลงช่วยทีมในเกมลีกไป 26 นัด ยิงไปถึง 12 ประตู ครองดาวซัลโวทีมร่วมกับเคนจิ บาบะ
ส่วนอีกรายที่ถือเป็นนักเตะที่น่าจับตามอง ได้แก่ ยูโตะ มิซาโอะ กองหลังวัย 27 ปี ที่เพิ่งย้ายมาจากคาชิมา อันท์เลอร์ส แชมป์เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก 2018 มาร่วมทีมในฤดูกาล 2019 น่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในเกมรับของโออิตะในซีซั่นที่จะถึงนี้
ยูโตะ มิซาโอะ
ผู้เล่นตำแหน่งเดียวกัน
ในส่วนของคู่แข่งในทีมที่นิวต้องเจอจากตำแหน่งที่เจ้าตัวเล่น จะเจอผู้เล่นหลักอยู่ 2 ราย โดยรายแรกเป็น ยูยะ ฮิเมโนะ ที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสกับทีมเท่าไหร่ในฤดูกาลที่ผ่านมา ลงสนามไปเพียงแค่ 5 นัดเท่านั้น
ส่วนอีกรายนั้น เป็น คาซูกิ โคซูกะ ที่เพิ่งย้ายมาจาก เวนฟอเรต์ โคฟุ และมีโอกาสลงช่วยต้นสังกัดอย่างสม่ำเสมอในปี 2018 ด้วยการลงสนามทุกรายการไปทั้งสิ้น 35 นัด ยิงไป 8 ประตู และทำไปอีก 12 แอสซิสต์
นอกจากนี้อีกตำแหน่งที่นิวเล่นได้นั้น คือมิดฟิลด์ฝั่งขวา ตำแหน่งนี้ถูกจับจองโดย เรย์ มัตซูโมโตะ หนึ่งในผู้เล่นที่ช่วยโออิตะคว้าแชมป์เจ3ลีกในฤดูกาล 2016 โดยในฤดูกาลล่าสุดชงช่วยทีมในเกมลีกครบทุกแมตช์ 42 นัด ยิงไป 4 ประตู และทำไป 11 แอสซิสต์

คาซูกิ โคซูกะ

เรย์ มัตซูโมโตะ

