คว้าตัวเนย์มาร์มาเล่นในตำแหน่งของโรนัลโด้
Goalทางเลือกที่ดูจะเป็นอุดมคติที่สุดสำหรับทางด้านราชันชุดขาว คือการได้ตัวเนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์บราซิเลียน เข้ามาอุดช่องว่างของโรนัลโด้ เมื่อแข้งเปแอสเชรายนี้มีทั้งฝีเท้า, วุฒิภาวะ และชื่อเสียงในระดับที่เตรียมก้าวขึ้นเป็นนักเตะอันดับหนึ่งของโลกต่อจากยุคลิโอเนล เมสซี และโรนัลโด้
นอกจากนี้ เนย์มาร์ยังถนัดเล่นทางริมเส้นฝั่งซ้ายแบบพอดิบพอดี และพร้อมจะประสานงานกับคาริม เบนเซมา และแกเร็ธ เบล โดยไม่ต้องโยกตำแหน่งให้วุ่นวาย
เอ็มบัปเป้ทางฝั่งขวา, เบลอยู่ฝั่งซ้าย
Goalคีลิยัน เอ็มบัปเป้ อาจเพิ่งอายุ 19 ปี และดูเหมือนจะอายุน้อยเกินไปสำหรับการแบกภาระแทนนักเตะที่ยิ่งใหญ่อย่างโรนัลโด้ แต่การเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในฟุตบอลโลก 2018 พิสูจน์ให้เห็นได้เป็นอย่างยิ่งว่าเขามีศักยภาพพอจะแสดงผลงานในเกมใหญ่ รวมถึงเขายังเคยเป็นเป้าหมายของราชันชุดขาวมาแล้ว ก่อนจะตัดสินใจย้ายไปเล่นให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ตามเนย์มาร์
หากโลส บลังโกส คว้าตัวนักเตะรายนี้มาได้จริง เอ็มบัปเป้ก็น่าจะได้เล่นทางริมเส้นฝั่งขวา และเป็นแกเร็ธ เบล ที่ต้องโยกมาเล่นทางฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นบทบาทที่เขาสร้างชื่อสมัยอยู่กับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ แต่แทบจะไม่ได้เล่นตำแหน่งนี้เลยในสเปน เพราะมีโรนัลโด้ขวางทางอยู่
อาซาร์ทางริมเส้น
Goalผู้เล่นอีกหนึ่งคนที่อาจเป็นตัวเลือกของเรอัล มาดริด ในช่วงหน้าร้อนนี้คือ เอเดน อาซาร์ จอมเทคนิคชาวเบลเยียมของเชลซี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีข่าวกับเรอัล มาดริด มานาน โดยหากอาซาร์ได้ย้ายมาอยู่ในทัพราชันชุดขาว เขาน่าจะได้เป็นริมเส้นทางฝั่งซ้ายในรูปแบบเดียวกับเนย์มาร์ หลังจากเคยประกาศชัดเจนว่าไม่ถนัดลงเล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์ตัวกลาง หรือหน้าต่ำ
เปิดโอกาสให้ อเซนซิโอ เฉิดฉาย

นอกจากบรรดาซูเปอร์สตาร์ที่กล่าวมาข้างต้น เรอัล มาดริด ยังมีดาวรุ่งฝีเท้าดีอยู่ในมืออีกหนึ่งราย คือมาร์โก อเซนซิโอ้ ซึ่งยังไม่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงถาวรในซานติอาโก้ เบร์นาเบว แม้จะยิงได้รวม 21 ประตูตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมาในฐานะตัวสำรองของทีม ซึ่งคงต้องจับตาดูว่าโลเปเตกีพร้อมจะให้นักเตะรายนี้ได้โอกาสลงสนามมากกว่าที่ผ่านมาหรือไม่




