แข่งขันคืนวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2563
เวลา 3.00 น. (เช้ามืดวันพฤหัสบดี)
ถ่ายทอดสดทาง beIN SPORTS 1
รายละเอียดเกมการแข่งขัน
ลาลีกา 2019-2020 ประจำโปรแกรมสัปดาห์ที่ 35 เป็นการพบกันระหว่าง บาร์เซโลนา เปิดรังเหย้า คัมป์ นู แบบไร้คนดูตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ต้อนรับการมาเยือนของทีมร่วมแคว้นกาตาลันอย่าง เอสปันญอล
กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ด้วยการตัดสินใจส่งสามประสานแนวรุกในแดนหน้าเป็น ลิโอเนล เมสซี, อองตวน กรีซมันน์ และ หลุยส์ ซัวเรซ ลงตัวจริงพร้อมหน้าพร้อมตา
ด้านทีมเยือนของ ฟรานซิสโก้ รูเฟเต้ วางหมากมาในแผน 5-4-1 โดยใช้กองหน้าตัวเป้าเป็น ราอูล เด โทมัส คอยประสานงานในแนวรุกร่วมกับตัวริมเส้นอย่าง โปล โลซาโน และ อาดริ เอ็มบาร์บา
เริ่มเกมมา 10 นาที เป็นฝั่งของเอสปันญอลเกือบจะขึ้นนำ จากจังหวะที่ อาดริ เอ็มบาร์บา ได้ลากหลุดเดี่ยวไปยิงด้วยขวา แต่ยังโดน มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น ใช้เท้าขวาเซฟออกหลังไปได้
จากนั้นนาทีที่ 22 บาร์ซามีโอกาสได้ลุ้นบ้าง จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลา เยื้องมาทางกราบขวาเล็กน้อยที่ เมสซี ปั่นด้วยซ้ายแต่บอลโค้งโด่งช้ามคานไปนิดเดียว
ต่อมานาทีที่ 25 อาซูลกรานามีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่ กรีซมันน์ จ่ายทะลุช่องให้ ซัวเรซ หลุดเข้าเขตโทษไปยิงด้วยซ้าย แต่ยังติดบล็อกของ เฟร์นานโด กาเลโร ออกหลังไป ทำให้จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0
ก่อนครึ่งหลังบาร์ซาตัดสินใจเปลี่ยนตัวสำรองคนแรก ด้วยการส่ง อันซู ฟาติ ลงมาแทน เนลซอน เซเมโด้
ทว่าต่อมาเพียงแค่นาทีที่ 50 เจ้าบ้านกลับต้องมาเหลือ 10 คน จากจังหวะที่ อันซู ฟาติ ไปเปิดปุ่มยันเสาใส่หน้าแข้งของ เฟร์นานโด กาเลโร ซึ่งทีแรกผู้ตัดสินให้เป็นใบเหลือง ทว่าเมื่อวิ่งไปเช็คเหตุการณ์ย้อนหลังที่จอ VAR ก็เปลี่ยนใจมาให้เป็นใบแดงโดยตรงไล่ออกไป
แต่แล้วถัดมานาทีที่ 53 เอสปันญอลก็มาเหลือ 10 คนเช่นกัน จากจังหวะที่ โปล โลซาโน ไปเปิดปุ่มยันเสาใส่หน้าแข้งของ เคราร์ด ปิเก้ ซึ่งทีแรกผู้ตัดสินให้เป็นใบเหลือง ทว่าเมื่อวิ่งไปเช็คเหตุการณ์ย้อนหลังที่จอ VAR ก็เปลี่ยนใจมาให้เป็นใบแดงโดยตรงไล่ออกไป
จากนั้นนาทีที่ 56 กลายเป็นฝั่งของบาร์ซามาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ เมสซี ได้ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือนมาเข้าทาง ซัวเรซ แปซ้ำดาบสองด้วยขวาเน้น ๆ ตุงตาข่าย ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0
ต่อมานาทีที่ 68 อาซูลกรานาเกือบจะได้ลูกสอง จากจังหวะที่ แซร์จี้ โรแบร์โต้ เปิดบอลทางกราบขวาเข้าเขตโทษให้ เมสซี วอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่กลับโดน ดีเอโก้ โลเปซ โชว์ความหนึบซูเปอร์เซฟได้เหลือเชื่อ
สุดท้ายไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้จบเกมเป็นบาร์เซโลนาเฉือนชนะหวุดหวิด 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 76 คะแนน รั้งอันดับ 2 ต่อไป แต่ไล่จี้ เรอัล มาดริด จ่าฝูงเหลือแค่แต้มเดียวแล้ว ส่วนเอสปันญอลจมอยู่อันดับ 20 สุดท้ายของตาราง ยังมี 24 คะแนน และกลายเป็นทีมแรกในฤดูกาลนี้ที่ตกชั้นอย่างเป็นทางการแล้ว
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
บาร์เซโลนา (4-3-3) : มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น; เนลซอน เซเมโด้ (น.50 อันซู ฟาติ), เคราร์ด ปิเก้, เคลมองต์ ล็องเลต์, จอร์ดี้ อัลบา; เซร์คิโอ บุสเกสต์, แซร์จี้ โรแบร์โต้, อิวาน ราคิติช (น.90+2 โรนัลด์ อเราโฮ); ลิโอเนล เมสซี, อองตวน กรีซมันน์ (น.71 อาร์ตูโร วิดัล), หลุยส์ ซัวเรซ (น.82 มาร์ติน เบรธเวต)
สำรองไม่ได้ใช้ : อาร์ตูร์ เมโล, เนโต้, อินญากี้ เปนญา, ริกี้ ปุช, อเล็กซ์ กอญาร์โด้, ดานี โมเรร์, มอนชู, ฆอร์เก้ กูเอนก้า
ใบแดง - น.50 อันซู ฟาติ
เอสปันญอล (5-4-1) : ดีเอโก้ โลเปซ; บิคตอร์ โกเมซ, เบร์นาโด้ เอสปิโนซา, เลอันโดร กาเบรรา, เฟร์นานโด กาเลโร (น.66 เซร์กี้ ดาร์เดร์), ดิดาก บิลา; โปล โลซาโน, ดาบิด โลเปซ, มาร์ก โรก้า (น.86 อู่ เล่ย), อาดริ เอ็มบาร์บา (น.74 บิคตอร์ กัมปูซาโน); ราอูล เด โทมัส
สำรองไม่ได้ใช้ : อาเดรีย เปโดรซา, บิคตอร์ ซานเชซ, นัลโด้, ออสการ์ เมเลนโด้, ฆาบี้ โลเปซ, มาติอัส วาร์กาส, โอเยร์ โอลาซาบัล, นิโก้, ดาเนียล บิญาเอร์โมซา
ใบเหลือง - น.45+1 ราอูล เด โทมัส
ใบแดง - น.53 โปล โลซาโน




