ธนวัชร นิติกาญจนาRBFC

ใส่สุดจนหมดไปแล้ว! ธนวัชร รับสภาพ ราชบุรี แทบไม่เหลือแรงสู้ บุรีรัมย์

ธนวัชร นิติกาญจนา ประธานสโมสรราชบุรี เอฟซี ยอมรับ นักเตะอ่อนล้าสะสมจนเรี่ยวแรงถดถอยในเกมแพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-2 ในศึกไทยลีก 2025/26 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

‘ราชันมังกร’ เจอเกมใหญ่ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้เสมอ บีจี ปทุมฯ ในลีก ก่อนจะทำศึกชี้ชะตาเข้ารอบกับ นัม ดินห์ เอฟซี ในเกม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทู เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และเป็นฝ่ายเอาชนะไป 2-0 ได้ไปต่อในรอบถัดไป แต่ได้พักเพียงก่อนไปเยือน ‘ปราสาทสายฟ้า’

ตลอดทั้งเกมรูปเกมของ ราชบุรี เป็นรองชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของสภาพร่างกายที่อ่อนล้า ซึ่งครึ่งแรกครองบอลเพียง 38.1 % มีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียว แถมยังยิงไม่ตรงกรอบ ส่วนสถิติโอกาสยิงตลอดเกมคือ 7 ครั้ง ตรงกรอบหนเดียว

“จบละ 3 บิ๊กแมตช์ใน 1 สัปดาห์ ผมต้องขอขอบคุณนักกีฬาทีมงานและแฟนบอลทุกคนนะครับที่ช่วยกันสู้ผ่าน 3เกมนี้มาได้”

“ปีนี้เกมกลางสัปดาห์เราไม่เหมือนปีที่ผ่านๆมา เมื่อก่อนกลางสัปดาห์เราเล่นแค่บอลถ้วยในประเทศ ความเข้มข้นเทียบกันไม่ได้กับเอซีแอล2 บวกกับสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มด้วยเกมหัวตารางกับบีจี ตามมาด้วยเกมตัดสินชีวิตกับนัมดินห์ ปิดท้ายด้วยเยือนบุรีรัมย์”

“ผู้เล่นเราไม่ได้มีให้โรเตชั่นมากนัก พอเข้าเกมที่ 3 ก็จะเห็นว่าเริ่มมีอาการล้า แต่หลายๆคนก็ได้แสดงให้เห็นว่าเค้าพยายามอย่างเต็มที่แล้ว”

“สปีดเกมที่ทีมเราเล่นในปีนี้สูงมาก แต่ละเกมนักเตะต้องใช้พลังงานมหาศาล ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ฟุตบอลทุกทีมควรเล่น สังเกตได้ที่เห็นนักเตะเจ็บกันเยอะๆ ก็เพราะบางคนล้าสะสมหรือกล้ามเนื้อไม่พร้อมสำหรับเกมส์ระดับนี้”

“ขณะเดียวกันทีมที่เราเจอก็เล่นในความเข้มข้นสูงเช่นกันทั้งบีจี นัมดินห์และบุรีรัมย์ ทำให้อาทิตย์ที่ผ่านใช้พลังงานหนักจริง เจสซี่ ล่าสุดเติมไม่ไหว ซิดเคลย์ก็ใส่กับนัมดินห์จนหมด นี่ก็จะเป็นอีกบทเรียนให้เรารู้ว่าบรรดาบิ๊กทีมทั้งหลายทำไมเค้าถึงได้ต้องมีผู้เล่นระดับท็อปเต็มม้านั่งสำรอง (ฝันว่าเราจะมีงบประมาณแบบเค้า ก็ต้องรอให้แฟนบอลเข้าเต็มสนาม)”

“มาเถอะครับผลงานแบบนี้ ปีนี้มีถึง 5 ทีมที่แย่งพื้นที่ท็อปทรี แค่เราได้มีส่วนร่วมผสมโรงอยู่ในกลุ่มนี้มันก็สุดๆแล้ว วันศุกร์นี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญสำหรับพวกเรา มาช่วยกันเปิดบ้านรับ สุโขทัย เอฟซี”

“อีก 18 เกมต่อจากนี้ สำคัญทุกเกมสู้ไปด้วยกัน จะจบที่ไหนท้ายฤดูกาลให้เรารู้แค่ว่านักกีฬาและแฟนบอลพวกเราได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว”

โฆษณา
0