ทีมชาติวานูอาตู จะต้องดัน เอเตียน แมร์แมร์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ขึ้นมาคุมทีมชุด U-23 ลงแข่งขันในฟุตบอลโอลิมปิครอบคัดเลือกโซนโอเชียเนีย ที่ฟิจิ ปลายเดือนกันยายนนี้ เนื่องจาก พอล มุนสเตอร์ กุนซือหนุ่มของทีม ตัดสินใจย้ายไปคุมทัพ บายังคารา เอฟซี ในลีกสูงสุดของอินโดนีเซีย เมื่องช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
มุนสเตอร์วัย 37 รับตำแหน่งกุนซือวานูอาตูในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คุมทีมลงแข่งขันเกมอุ่นเครื่องสี่นัด ในบ้านชนะ 1 เสมอ 1 เกมเยือนแพ้ทั้งสองนัด โดยหนึ่งในนั้นคือการพ่ายต่ออินโดนีเซียของไซมอน แม็คเมเนมี 6-0 ที่สนามเกโลรา บุง การ์โน(เสนายันเดิม)

หลังเสร็จสิ้นการอุ่นเครื่องเตรียมทีม มุนสเตอร์พาวานูอาตูลงแข่งขันในรายการแปซิฟิค เกมส์ 2019 ทำสถิติ ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 จอดที่รอบแบ่งกลุ่มอย่างน่าผิดหวัง นอกจากนี้เขายังรับหน้าที่คุมทีมรุ่นเยาวชนไปแข่งขันรายการ OFC Youth Development จบอันดับรองบ๊วยอีกด้วย
แม้จะเคยริเริ่มโครงการระยะยาวอย่างการนำทีมชาติ U-20 ลงเล่นในลีกอาชีพของประเทศ แต่กลายเป็นว่ามุนสเตอร์ตัดสินใจไม่ขยายสัญญากับวานูอาตูที่มีถึงสิ้นเดือนสิงหาคม เพื่อไปรับงานคุมบายังคารา เอฟซี อดีตทีมหัวตารางที่ผลงานกำลังน่าผิดหวังแทน
ล่าสุดจากการเปิดเผยของสื่อในออสเตรเลีย แมร์แมร์ซึ่งเป็นอดีตกุนซือของวานูอาตู จะต้องกลับมาคุมทีมเต็มตัวอีกครั้ง ในศึกคัดโอลิมปิค ที่วานูอาตูอยู่ร่วมกลุ่มบี กับฟิจิเจ้าภาพ, ตองก้า และปาปัวนิวกินี โดยอันดับ 1-2 จะเข้าไปสู่รอบน็อคเอาท์(4 ทีม) และทีมแชมป์ของรายการจะได้สิทธิ์ไปแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิครอบสุดท้าย ในฐานะตัวแทนจากโซนโอเชียเนียต่อไป
มุนสเตอร์เป็นผู้จัดการทีมต่างชาติคนแรกในรอบ 10 ปีของวานูอาตู และเป็นคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์
ปัจจุบันวานูอาตูอยู่ในอันดับ 163 ใน FIFA Ranking และเป็นอันดับ 5 ของโซนโอเชียเนีย โดยอันดับดีที่สุดของพวกเขาคือ 131 ในช่วงเดือนตุลาคม 2007
