'พี่อ๊อด' ปฐมชัย บุปผาโรจน์ แฟนบอลพันธุ์แท้สมุทรปราการ ซิตี้ ที่แฟนบอลเขี้ยวสมุทรรู้จักดี ประกาศยุติบทบาทการเชียร์ทีมแล้ว หลังถูก ลกากรณ์ จันทรมณี อดีตผู้จัดการทีมฯ กล่าวหาว่าใช้ถ้อยคำหยาบคายด่านักกีฬาและสตาฟฟ์โค้ช
สมุทรปราการ ซิตี้ ตกเป็นประเด็นดราม่าในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกมเมืองไทย ลีก 2024/25 นัดที่ 10 เปิดบ้านเสมอ พัทยา ยูไนเต็ด 0-0 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ซึ่งหลังจบเกม ลกากรณ์ จันทรมณี ผู้จัดการทีม ตัดสินใจประกาศยุบทีมแบบช็อคแฟนบอล ซึ่งแถลงด้วยตัวเองผ่านเพจสโมสรฯ
ใจความสำคัญของการประกาศยุบทีมนั้น ส่วนหนึ่งมีการอ้างว่าถูกแฟนบอลทีมตัวเองและทีมคู่แข่งด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย โดยเฉพาะการอ้างชื่อ 'พี่อ๊อด' ปฐมชัย บุปผาโรจน์ แกนนำกองเชียร์กลุ่มปราการ เนเวอร์ดาย (PRAKAN NEVER DIE) ที่ตามเชียร์ทีมรักมาเกิน 10 ปี ซึ่งมีประโยคที่กล่าวว่า "ผมขอพูดถึงคนที่อ้างตัวว่าเป็นประธานเชียร์ของสมุทรปราการ ซิตี้ คือ พี่อ๊อด ไม่ควรมาอบรมหรือด่านักฟุตบอลและทีมสตาฟฟ์ของสมุทรปราการ"
ภายหลังเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา นักเตะสมุทรปราการ ซิตี้ ได้ออกมาโพสต์ข้อความประกาศหาผู้สนับสนุนเข้ามาช่วยทีมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน สมุทรปราการ ซิตี้ แถลงการณ์ยืนยันว่าจะขอสู้ต่อไป และไม่มีการยุบทีมเกิดขึ้น ที่สำคัญได้ตกลงแยกทางกับ ลกากรณ์ จันทรมณี ในบทบาทผู้จัดการทีมฯ เรียบร้อยแล้ว
แม้ว่า สมุทรปราการ ซิตี้ จะเดินหน้าต่อไปได้ แต่พวกเขาเสียแฟนบอลพันธุ์แท้ของทีมอย่าง 'พี่อ๊อด' ปฐมชัย บุปผาโรจน์ ไปแล้ว เนื่องจากเจ้าตัวประกาศยุติบทบาทการเชียร์ทีมผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมชี้แจงประเด็นที่ถูกอดีตผู้จัดการทีมกล่าวหาว่าด่านักกีฬาว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
"ผมไม่เคยแสดงตัวตนและใช้นามว่า ประธานเชียร์ทีมสโมสรใด ๆ"
"อีกประการหนึ่ง ผมไม่เคยมีทัศนคติในการด่านักเตะ มีแต่จะให้การสนับสนุนให้กำลังใจเสมอมา"
"เชื่อว่า ผมไม่เคยแสดงตัวตนและใช้นามว่า ประธานเชียร์ทีมสโมสรใด ๆ"
"ตลอดเวลาเป็นสิบปีทั้งทีมชาติและทีมบ้าน ทั้งในประเทศและนอกประเทศ ก็ไม่เคยแสดงตัวตน ยกตนข่มท่านกับผู้ใด มีแต่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือทุกคนเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้วงการเชียร์ฟุตบอลไทย ที่มีกองเชียร์ที่มาด้วยหัวใจ มีความสามารถเดินร่วมทางกันไปให้ไกลที่สุด"
"อีกประการหนึ่ง ผมไม่เคยมีทัศนคติในการด่านักเตะ มีแต่จะให้การสนับสนุนให้กำลังใจเสมอมา"
"สุดท้าย ผมเชื่อว่า ผมคือกองเชียร์ในประเทศไทยคนหนึ่ง ที่มีความจงรักภักดีต่อสโมสรฯ อย่างถึงที่สุด และไม่เคยทำอะไรให้เสื่อมเสียต่อสโมสรฯ"
"ผมขอจบเรื่องราวต่าง ๆ ไว้เพียงตรงนี้ ขอบคุณทุกคนครับ"
"ผมขอยุติบทบาท ขอบคุณและขอโทษทุกคน"
"ผมเชื่อว่าในเมืองไทยนี้ ผมไม่เป็นสองรองใครในเรื่องความรักต่อสโมสรฯ และในทุกเรื่อง ผมเชื่อว่าผมมีสติทุกครั้งในการตัดสินใจทำอะไร และในทุกเรื่องที่ผมตัดสินใจ ผมไม่ได้มีวิธีคิดในการตัดสินใจเพื่อตนเอง แต่ผมคิดว่า ผมมองไปไกลกว่านั้น เพื่อทุก ๆ คน"
"1. ในสนาม ถ้าไม่ถามผม ผมก็จะไม่ขอตอบ เพราะในสนามเป็นหน้าที่ของฝ่ายปฎิบัติการ ซึ่งผมมีความเชื่อว่า มันมีขั้นตอน เพื่อการควบคุมดูแล แต่ถ้าถามผม ผมก็ยังเชื่อว่า ถ้าเป็นผม ผมจะเดินถอยออกมาแล้วให้ทีมควบคุมดูแลจัดการต่อไป"
"2. นอกสนาม ผมยังยืนว่า ความอดทนในฐานะเจ้าบ้าน ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร คุณมาในสนามฐานะกองเชียร์ ไม่ใช่นักรบ ถ้าอยากจะชนะ ต้องชนะในวิถีเชียร์ 90 นาที"
"สุดท้าย ผมอยากจะบอกทุกคนว่า ถ้าเรามาเชียร์ฟุตบอล และมองว่าผู้คนรอบกายเรา คือ เพื่อนพี่น้องที่เราต้องรักษาไว้ ให้เขามีความสุขในเกมฟุตบอล ให้กลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัย และให้พวกเขาเอาความสุขที่เขาได้ กลับไปเชื้อเชิญเพื่อน ญาติ พี่น้อง ให้กลับมาสนับสนุนทีมฟุตบอลต่อไป"
"ไม่ใช่การที่พวกเขาเข้ามาในสนาม พาลูกหลานมาเห็นแต่เสียงด่าทอ เห็นแต่ความรุนแรง สุดท้ายอาจได้รับอันตราย จากสิ่งที่ไม่คาดคิด แล้วคิดว่าพวกเขาอยากจะกลับมาอีกหรือ?"
"ไม่รวมถึงการเดินทางไปเยือนในสถานที่ต่าง ๆ หากทุกคนสร้างแต่ความบาดหมางเอาไว้ แล้วผู้คนที่เขาชอบชมเกมฟุตบอลในสนาม มีความจงรักภักดีต่อสโมสรฯ ติดตามไปเชียร์ทุกสนาม จะหาความสบายใจและความปลอดภัยได้จากไหน?"
"ผมเดินทางในสายนี้มายาวนาน ผมรักษาวินัยในการเชียร์มาอย่างสม่ำเสมอ ผูกมิตรกับทีมเชียร์ทุกทีมเท่าที่ทำได้ เพื่อผลให้สโมสรฯ มีมุมมองที่ดีจากคนภายนอก การเชียร์ไม่หยุด การมีวินัยในการเชียร์ การให้เกียรติคู่แข่ง ที่ทำต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน ก็เคยได้รับคำชมเชยจากพี่น้องกองเชียร์อื่น ๆ มาตลอด"
"ผมจึงไม่เข้าใจว่า วันนี้พวกเราจะทำลายมันไปด้วยอารมณ์ เพื่ออะไร?"
"ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่เดินทางร่วมทางกันมาอย่างยาวนาน"
"ขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติผมเสมอ ทั้งที่ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรต่อกัน"
"ขอให้ทุกคนรักษาวัฒนธรรมที่ดีของ ฅนปราการ ที่ลงมือทำมันมาอย่างยาวนานเอาไว้ครับ"
"นับถือ / ขอโทษ และ ขอขอบคุณอีกครั้งครับ"
