โธมัส มุลเลอร์ กองหน้าบาเยิร์น มิวนิค กลายเป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเยอรมัน หลังจากคว้าแชมป์เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
ทีมเสือใต้ ในฐานะดับเบิ้ลแชมป์ฟุตบอลเยอรมันเมื่อฤดูกาลก่อน มีโปรแกรมเผชิญหน้ากับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ลงแข่งขันในฐานะรองแชมป์บุนเดสลีกา ก่อนจะเป็นฝ่ายเอาชนะไปอย่างเฉียดฉิว 3-2
เริ่มเกมมาได้เพียง 32 นาที บาเยิร์นก็เป็นออกนำไปก่อนถึง 2-0 จากโกร็องแตง โตลิสโซ และโธมัส มุลเลอร์ ก่อนที่ดอร์ทมุนด์จะมายิงคืนได้จากยูเลียน บรันด์ท และเออร์ลิง ฮาลันด์
จากนั้นในนาทีที่ 83 บาเยิร์นมาได้ประตูแซงนำอีกครั้ง โยชัว คิมมิช รอจังหวะฉกบอลกลางสนามจาก เดลานีย์ ก่อนจ่ายออกขวาให้ เลวานดอฟสกี รอจังหวะก่อนจ่ายหลับมาหน้าปากตูให้ คิมมิช จับบอลและยิงด้วยขวา บอลไปติดเซฟของ มาร์วิน ฮิตซ์ ก่อนจะกลับไปโดนเท้าของคิมมิชที่เสียหลักล้มเข้าประตูไป และเป็นประตูชัยของเสือใต้ในเกมนี้
ประตูดังกล่าวของคิมมิช ส่งผลให้ บาเยิร์น มิวนิค ได้แชมป์เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพมาครอง ทั้งยังเป็นถ้วยแชมป์รายการที่ 27 ของมุลเลอร์ตลอดชีวิตค้าแข้ง ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่คว้าแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเยอรมันทันที แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ที่เคยได้แชมป์รวมทั้งสิ้น 26 รายการ ตลอดชีวิตค้าแข้ง
มุลเลอร์ได้แชมป์บุนเดสลีกา 9 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 6 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย, ฟุตบอลโลก 1 สมัย, คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2 สมัย และเดเอฟแอล ซูเปอร์คัพ อีก 6 สมัย นับตั้งแต่ประเดิมสนามนัดแรกให้บาเยิร์นเมื่อปี 2008 ในฐานะตัวสำรองของมิโรสลาฟ โคลเซ ในเกมพบฮัมบูร์กเมื่อ 12 ปีที่แล้ว



