โปรแกรมถ่ายทอดสด
| TV station |
True Premier Football HD1 |
เช็คโปรแกรมถ่ายทอดสดทุกคู่ได้ทีนี่
วันและเวลาแข่งขัน
| เกม | แมนฯยูไนเต็ด - เชลซี |
| วันที่ | วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 |
| เวลา | 23.30 น. |
| สนาม | โอลด์ แทรฟฟอร์ด |
LIVE UPDATE พรีเมียร์ลีก : แมนฯยูไนเต็ด - เชลซี
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คู่เอกประจำวันเสาร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าบ้านที่ผลงานดีในสองเกมหลังสุด เกมนี้ยึดผู้เล่นชุดเดิมจากที่เอาชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แฮร์รี แม็คไกวร์ หายเจ็บกลับมาจับคู่ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ คู่กลาง เฟร็ด จับคู่ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ แนวรุก ฆวน มาต้า, บรูโน แฟร์นันด์ส และ แดเนียล เจมส์ โดยใช้ มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นหน้าเป้าขณะที่ เอดินสัน คาวานี มีชื่อเป็นตัวสำรอง
ทางฝั่ง เชลซี ปรับแผนมาใช้หลังสามคน เคิร์ท ซูมา, ติอาโก้ ซิลวา และ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า แนวรุกฝากความหวังไว้ที่สามประสาน ไค ฮาแวร์ตซ์ และ คริสเตียน พูลิซิช คอยปั้นเกมให้ ติโม แวร์เนอร์
รูปเกมในช่วง 25 นาทีแรกค่อนข้างอึดอัด โดยเป็นเชลซีได้ลุ้นตรงกรอบก่อนจากฟรีคิกนอกกรอบของ รีซ เจมส์ หลอกยิงแต่บอลเบาเข้าซอง ดาบิด เด เคอา
เชลซีเกือบเสียประตูนาที 29 เอดูอาร์ เมนดี้ จ่ายบอลหน้าประตูผิดเหลี่ยมเกือบเข้าเสาไกล ยังดีที่บอลหลุดเสาออกหลังไปเสียก่อน
เจ้าบ้านได้ลุ้นนาที 30 แดเนียล เจมส์ ไหลบอลให้ บรูโน แฟร์นันด์ส พลิกบอลก่อนได้กดด้วยขวาแต่บอลไปเข้าซอง เมนดี้
แมนฯยูฯเกือบได้ประตูนำในนาที 35 บรูโน แฟร์นันด์ส ตัดบอลกลางสนามก่อนให้ ฆวน มาต้า แทงต่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวไปได้กดด้วยขวาติดเซฟ เอดูอาร์ เมนดี้
เชลซี พลาดโอกาสนาที 38 จากลูกเตะมุมเปิดเข้ามาแล้ว แฮร์รี แม็คไกวร์ โหม่งสกัดออกมาได้ แต่ทว่าจากภาพช้า แม็คไกวร์ ไปล็อคคอ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า แต่ VAR ไม่มีการเรียกดูแต่อย่างใด
เจ้าบ้านพลาดประตูนำอีกครั้งนาที 40 จากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลากบอลตัดเข้ามาในเขตโทษก่อนโดนขวาง บอลมาเข้าทาง ฆวน มาต้า ได้ปั่นด้วยซ้ายจากหน้าหัวกระโหลกแต่ เอดูอาร์ เมนดี้ พุ่งปัดได้เยี่ยมอีกครั้ง โดยหลังจากช็อตดังกล่าวมีการเช็ค VAR จังหวะที่ เอ็นโกโล ก็องเต้ และ ติอาโก้ ซิลวา เตะ แรชฟอร์ด ล้มลงแต่ไม่มีการให้ฟาวล์เกิดขึ้น
ครึ่งหลังนาที 57 เจ้าบ้านทำการเปลี่ยนตัวส่ง เอดินสัน คาวานี และ พอล ป็อกบา ลงสนามมาแทน ฆวน มาต้า และ แดเนียล เจมส์
ปีศาจแดงได้ลุ้นทันที นาที 58 บรูโน แฟร์นันด์ส ฉีกมารับบอลทางซ้ายก่อนเปิดเข้ามาถึง เอดินสัน คาวานี ดีดด้วยข้างเท้าด้านนอกหลุดเสานิดเดียวเท่านั้น
ท้ายเกมนาที 90 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูขึ้นนำจากลูกปั่นโค้งหน้ากรอบเขตโทษของ มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ พุ่งปัดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนจบลงด้วยสกอร์ 0-0
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา; อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี แม็คไกวร์, ลุค ชอว์, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด, ฆวน มาต้า, บรูโน แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด
ตัวสำรอง : ดีน เฮนเดอร์สัน, อั๊กเซล ทวนเซเบ้, เนมานยา มาติช, พอล ป็อกบา, ดอนนี ฟาน เดอ เบ็ค, เอดินสัน คาวานี, เมสัน กรีนวู้ด
เชลซี (3-4-3) : เอดูอาร์ เมนดี้; เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า, ติอาโก้ ซิลวา, เคิร์ท ซูมา, รีซ เจมส์, เอ็นโกโล ก็องเต้, จอร์จินโญ, เบน ชิลเวลล์, คริสเตียน พูลิซิช, ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ตซ์
ตัวสำรอง : วิลลี กาบาเยโร, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, มาเตโอ โควาซิช, เมสัน เมาท์, ฮาคิม ซิเย็ค, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, แทมมี อับราฮัม
สภาพความพร้อมก่อนเกมของทั้งสองทีม
แมนฯยูไนเต็ด จะไม่มี เอริค ไบญี และ เจสซีย์ ลินการ์ด ที่มีอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ อ็องโตนีย์ มาร์กซิยัล ที่ติดโทษแบน ขณะที่ แฮร์รี แม็คไกวร์, เอดินสัน คาวานี และ เมสัน กรีนวู้ด ต้องรอเช็คความฟิต แนวรับใช้ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ จับคู่กับ อาเซล ตวนเซเบ้ แดนกลางเป็น สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ประสานงานกับ ปอล ป็อกบา ขณะที่แนวรุกเป็น ฮวน มาต้า, บรูโน แฟร์นันด์ส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด คอยปั้นเกม โดยมี มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนเป็นหัวหอก
เชลซี อยู่ในสภาพทีมค่อนข้างพร้อมขาดเพียง บิลลี กิลมัวร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกนั้นพร้อมลงสนาม แนวรับใช้ ติอาโก้ ซิลวา จับคู่กับ เคิร์ท ซูมา แดนกลางนำทัพโดย เอนโกโล ก็องเต้ ประสานงานกับ จอร์จินโญ แนวรุกใช้ เมสัน เมาท์, ไค ฮาแวร์ตซ์ และ คริสเตียน พูลิซิช คอยปั้นเกมให้ ติโม แวร์เนอร์ จบสกอร์
11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนฯยูไนเต็ด
เด เคอา(GK)
วาน-บิสซาก้า, ตวนเซเบ้, ลินเดอเลิฟ, เตลเลส
แม็คโทมิเนย์, ป็อกบา
กรีนวู้ด, แฟร์นันด์ส, มาต้า
แรชฟอร์ด
เชลซี
เมนดี้(GK)
เจมส์, ซูมา, ซิลวา, ชิลเวลล์
ก็องเต้, จอร์จินโญ
เมาท์, ฮาแวร์ตซ์, พูลิซิช
แวร์เนอร์
ผลงานในลีกนัดล่าสุด
แมนฯยูไนเต็ด เพิ่งโชว์ฟอร์มเด็ดบุกเอาชนะ นิวคาสเซิล มาได้แบบไม่ยากเย็น 4-1 ขณะที่ เชลซี พลาดท่าโดน เซาแธมป์ตัน ไล่ตามตีเสมอ 3-3 ในช่วงท้ายเกม




