อันซู ฟาติ ได้รับการคาดหมายและจับตามองว่าจะก้าวมาเป็นซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลนา และเป็นตัวแทนขง ลิโอเนล เมสซี
ช่วง 12 เดือนแรกของเขากับทีมโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ นับตั้งแต่เดบิวต์ในเดือนกันยายนปี 2019 ก่อนทำลายสถิติเป็นว่าเล่น รวมถึงสไตล์การเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ
ทว่า เหมือนกับหลาย ๆ คน เขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานจนแทบไม่เหลือเค้าคนเดิม สี่ปีหลังเดบิวต์เขากลายเป็นส่วนเกินของ บาร์ซา และเพิ่งย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของ ไบรท์ตัน แอนด์
GOAL ขอพาคุณไปเส้นทางการค้าแข้งของเขา
นักทำลายสถิติ
ฟาติ เป็นกำลังสำคัญในทีมเยาวชนของ บาร์ซา ฤดูกาล 2018/19 ก่อนทะลุขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ และได้รับสัญญาอาชีพฉบับแรกในปี 2019
25 สิงหาคม 2019
ในวัย 16 ปี 298 วัน ฟาติ ลงสนามในเกมพบ เรอัล เบติส วันที่ เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดลำดับสองในประวัติศาสตร์สโมสร
Getty31 สิงหาคม 2019
ก่อนที่จะมาทำประตูแรกกับทีมในเกมเสมอ โอซาซูนา 2-2 สัปดาห์ถัดมา ทำสถิติเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
14 กันยายน 2019
เส้นทางของเขาเฉิดฉายขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งการได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในลาลีกา สเปน ในเกมถล่ม บาเลนเซีย 5-2
10 ธันวาคม 2019
อันซู ฟาติ เดินหน้าทำสถิติต่อเนื่องด้วยการทำประตูใส่ อินเตอร์ มิลาน ในเดือนธันวาคม 2019 ทำให้เขาเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการนี้
3 กันยายน 2020
อันซู ฟาติ ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่อย่างรวดเร็วหลังเดบิวต์เพียงปีเดียว และได้ลงสนามในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่เสมอ เยอรมนี 1-1 กลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดอันดับสองที่ลงสนามให้ทัพกระทิงดุต่อจาก โบยาน เกร์กิช และในเกมต่อมา หลังได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมพบ ยูเครน ฟาติ ตอบแทนความไว้ใจของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ด้วยประตูสุดสวยประเดิมทีมชาติ
Getty Images24 ตุลาคม 2020
ฟาติ ทำประตูได้ในศึก เอล กลาซิโก้ กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับสองที่ทำประตูได้ในประวัติศาสตร์การพบกัน แม้ว่าทีมจะพ่ายไป 1-3 ในเกมดังกล่าว
ฝันร้ายอาการบาดเจ็บ
ช่วงเวลาเหมือนฝันของ อันซู ฟาติ เริ่มหมดลงไปเมื่อ เขาได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าในเกมพบ เรอัล เบติส ในเดือนพฤศจิกายน 2020 พร้อมขึ้นเขียงผ่าตัดที่ทำให้เขาต้องพักยาว
อาการของเขาไม่ดีขึ้น และต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกรอบต้อนเดือนมกราคม 2021 เนื่องจากบาดแผลไม่สามารถสมานตัวเองได้อย่างราบรื่น
ฝันร้ายของเขายังไม่ตบ เมื่อต้องทำการผ่าตัดหนที่สามในเดือน มีนาคม 2021 ต่อด้วยการผ่าตัดหนที่สี่ในเดือน พฤษภาคม ทำให้เขาแทบไม่ได้ลงสนามในฤดูกาลนั้นเลย
Getty Imagesสืบทอดหมายเลข 10 ต่อจาก เมสซี
แม้จะบาดเจ็บไปนาน แต่ อันซู ฟาติ ยังได้รับความเชื่อใจจากสโมสรให้สืบทอดหมายเลข 10 ของ ลิโอเนล เมสซี ที่ย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทั้ง ๆ ที่เขาไมาได้ลงสนามเลยตลอดปีที่ผ่านมา
หลังบาดเจ็บไปเกือบปี เขากลับมาลงสนามและทำประตูได้ทันทีในเกมช่วยทีมเอาชนะ เลบานเต้ 3-0 ในวันที่ 26 กันยายน 2021 ก่อนจะได้รับการต่อสัญญาใหม่ในเดือน ตุลาคม 2021 ยืดสัญญาออกไปจนถึงปี 2027
ทว่าในเดือน พฤศจิกายน 2021 หลังทำ 2 ประตูจาก 6 เกม ฟาติ ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง จนทำให้เขาต้องพักยาวจนช่วงปีใหม่ และกลับมาลงสนามในเกมเอล กลาซิโก้ วันที่ 13 มกราคม ทว่า เขามาบาดเจ็บซ้ำอีกในเกม โกปา เดล เรย์ 7 วันต่อมา ซึ่งคราวนี้เขาปฏิเสธการผ่าตัด และเข้ารับการกายภาพจนปิดฉากฤดูกาล 2021/22
โอกาสสุดท้าย?
ฟาติ เริ่มฤดูกาล 2022/23 ด้วยสภาพฟิตสมบูรณ์ และเริ่มกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งแม้จะไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องก็ตาม
จนกระทั่งในเดือน มีนาคม 2023 คุณพ่อของ ฟาติ เริ่มออกมาบ่น ซาบี เรื่องโอกาสลงนามของลูกชาย และอาจพิจารณาโอกาสย้ายทีม ไม่เว้นแม้แต่ เรอัล มาดริด หากได้รับการติดต่อมา
โอกาสของ ฟาติ เริ่มหมดไปเรื่อย ๆ เมื่อมีดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง ลามีน ยามาล วัย 16 ปี สอดแทรกขึ้นทีมชุดใหญ่เต็มตัวในฤดูกาล 2023/24
Getty โอกาสครั้งใหม่กับ ไบรท์ตันฯ
จนสุดท้ายแล้ว “นิว เมสซี” เลือกความท้าทายครั้งใหม่แบบช็อคแฟนบอลด้วยการเลือกย้ายไปร่วมทีม ไบรท์ตัน ของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ที่มุ่งมั่นจะเรียกความมั่นใจและคืนฟอร์มเก่งให้กับดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้
“ผมพอใจมาก เขาคือนักเตะที่ยิ่งใหญ่ เราเสีย เอ็นซิโซ ไป และเราต้องการนักเตะเข้ามาทดแทน เราโชคดีเพราะเรามีดาวรุ่งมากมาย, นักเตะพรสวรรค์ระดับสูง และจะมีอีกหนึ่งความรับผิดชอบเพิ่มเข้ามา
“ถ้าคุณทำงานกับดาวรุ่งพรสวรรค์เหล่านี้ คุณจะมีความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น เพราะมันเป็นมรดกของเรา และเราไม่สามารถผิดพลาดกับนักเตะเหล่านี้ได้ เพราะฟุตบอลต้องการพรสวรรค์เหล่านี้ และคุณต้องจัดการในวิธีที่ต่างออกไป
“ผมคิดแบบนั้นมาเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดนักเตะที่มีพรสวรรค์ยิ่งใหญ่ ผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่จะช่วยพวกเขากลายเป็นยอดนักเตะ บางครั้งโค้ชคิดถึงแต่เพียงผลลัพธ์ นึกถึงแต่อาชีพของพวกเขา แต่ฟุตบลอต้องการยอดนักเตะเหล่านี้ มันเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ และผมรู้สึกถึงมันได้ ผมคิดว่าสไตล์การเล่นของเราใกล้เคียงกับเขามาก ๆ ด้วยคุณภาพของเขา”
น่าสนใจว่าด้วยฟุตบอลที่น่าตื่นตาตื่นใจของเดแซร์บี้จะช่วยเรียกความมั่นใจของอันซูฟาติกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้มากน้อยเพียงใด


