ลาลีกา ยื่นเรื่องต่อ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ให้สอบสวน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฐานทำการละเมิดกฎการเงิน (FFP) อย่างต่อเนื่อง
กระแสการยื่นสอบ สองยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปกลับมาอีกครั้ง หลัง แมนฯ ซิตี้ คว้า เออร์ลิง เบราท์ ฮาลันด์ มาร่วมทีม ขณะที่ ปารีส ใช้เงินมหาศาลในการต่อสัญญา คิลิยัน เอ็มบัปเป้
ทางฝั่งลีกแดนกระทิงดุ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกไปเมื่อเดือนเมษายน ก่อนจะตามมาด้วยแชมป์ลีกเอิง โดยกล่าวหาว่าทั้งสองทีม “มีที่มาเงินทุนไม่สม่ำเสมอ” ซึ่งละเมิดกฎของยูฟ่าอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อลีกยุโรป
“ในสัปดาห์นี้ ลาลีกาได้ยื่นร้องเรียน เปแอสเช กับยูฟ่า ซึ่งเป็นอีกทีมที่ต่อจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเดือนเมษายน เพื่อความเข้าใจ ทั้งสองสโมสรละเมิดกฎการเงินปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง”
“ลาลีกา เล็งเห็นว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลต่อระบบนิเวศและความยั่งยืนของวงการฟุตบอล อีกทั้งสร้างความเสียหายให้กับสโมสรและลีกยุโรป ซึ่งทำให้ตลาดเฟ้อ ด้วยเม็ดเงินที่ไม่ได้เกิดจากวงการฟุตบอลเอง”
“ลาลีกา เข้าใจว่าที่มาของเงินทุนที่ผิดปกติของสโมสร เกิดขึ้นมาจากการอัดฉีดโดยตรงหรือผ่านทางสปอนเซอร์ และสัญญาต่าง ๆ ที่ไมาสอดคล้องกับสภาวะของตลาด หรือความสมเหตุสมผลทางเศรษฐกิจ
“ข้อร้องเรียนต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกิดขึ้นก่อนกฎใหม่ที่ ยูฟ่า ประกาศในเดือนเมษายน และคราวนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อร้องเรียนต่อเปแอสเชได้ถูกยกขึ้นมา แม้ว่าจะไม่ได้ถูกนำออกมาในไม่กี่วันข้างหน้า บางส่วนของข้อร้องเรียนจะถูกนำไปร่วมกับข้อมูลใหม่”
“นอกจากนั้น ลาลีกา ได้ติดต่อกับบริษัทกฎหมายในฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงสำนักงานทนายของ ฆวน บรังโก้ โดยมีเป้าหมายเพื่องานบริหารแและพิจารณาคดีต่อหน้าหน่วยงานที่มีอำนาจของฝรั่งเศส และต่อสหภาพยุโรปโดยทันที
“ในสวิตเซอร์แลนด์, ลาลีกากำลังศึกษาแนวทางอื่น เนื่องด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนของ นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี กับบทบาทที่แตกต่างของเขาทั้งกับ เปแอสเช, ยูฟ่า, อีซีเอ และ บีอิน สปอร์ต”
ทั้งนี้ ยูฟ่าได้รับรูปแบบกฎการเงินโฉมใหม่ โดยจะกำหนดเพดานสำหรับแต่ละสโมสรในการใช้จ่ายค่าเหนื่อย, ค่าตัวและค่าเอเยนต์ไว้ที่ 70% ของรายได้ ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป และเปิดโอกาสให้ทุกสโมสรได้มีโอกาสปรับตัวตามกฎใหม่เป็นเวลา 3 ปี




