Goal.com
สด
มิโลวาน ราเยวัช

มีโอกาสเท่ากันหมด! ราเยวัชแจง 50 แข้งลุ้นอุ่นเครื่อง, ลุยซูซูกิ

มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เผยว่านักเตะที่อยู่ในลิสต์ทั้ง 50 คน มีโอกาสติดทีมชาติชุดลุยเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ อย่างเท่าเทียมกัน หลังมีการประกาศรายชือเบื้องต้นไปก่อนหน้านี้

ทีมชาติไทยได้ทำการส่งรายชื่อนักเตะ 50 คน แก่สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) เพื่อลงทะเบียนในเบื้องต้น ตามระเบียบของฝ่ายจัดการแข่งขัน ก่อนจะมีการตัดตัวให้เหลือ 23 คนสุดท้ายต่อไป

นอกจากนี้จะมีการตัดตัวเพื่ออุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์กับ ฮ่องกงในวันที่ 11 ตุลาคม และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก วันที่ 14 ตุลาคม

ด้านเทรนเนอร์ช้างศึก ได้ออกมาอธิบายว่า หากผู้เล่นคนใดไม่ติดทีมที่ลงเตะเกมกระชับมิตรทั้ง 2 นัด ในเดือนตุลาคม ไม่ได้หมายความว่าโอกาสเล่นในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ จะปิดตายลงแต่อย่างใด

“ที่วันนี้เราประกาศรายชื่อ 50 ผู้เล่นที่ลงทะเบียนใน ซูซูกิ คัพ ก็เพราะว่า เราอยากให้นักกีฬาทุกคนรู้ว่าพวกเขามีโอกาสติดทีมชาติในช่วงที่บอลลีกจบลง เพราะบางคนอาจจะวางแผนชีวิตส่วนตัวหลังจบฤดูกาล เช่น การลาพักผ่อน หรือธุระอื่นๆ” โค้ชมิโล เริ่มกล่าว


เกาะติดตลาดซื้อขายนักเตะ โตโยต้า ไทยลีก 2018 เลกสอง

รายชื่อกุนซืออำลาทีมกลางฤดูกาล โตโยต้าไทยลีก 2018

ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลไทย เพิ่มเติมที่นี่


“โดยอีก 4 ตุลาคม เราจะประกาศรายชื่อที่จะอุ่นเครื่องกับ ฮ่องกง และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก หากนักกีฬาคนใดไม่มีรายชื่อในเกมอุ่นเครื่องทั้ง 2 เกมดังกล่าว ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสติดทีมไปซูซูกิ คัพ แต่เป็นเพราะว่าแมตช์อุ่นเครื่องเราใช้ผู้เล่นได้จำกัด”

“เพราะฉะนั้น ผมอยากให้รู้ว่า ทุกคนยังมีสิทธิ์ติดทีม และผมจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนที่สุด ก่อนประกาศรายชื่อในทัวร์นาเมนต์สำคัญ”

“หลังจากจบเกมอุ่นเครื่องทั้งสองเกม เราจะประกาศรายชื่อนักกีฬาที่จะถูกเรียกเข้ามาฝึกซ้อมก่อน ซูซูกิ คัพ จะเริ่มขึ้น โดยเราตั้งใจว่าจะเริ่มเก็บตัวตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม เป็นต้นไป”

“สำหรับนักกีฬาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ บางกอกกล๊าส พวกเขาจะมีภารกิจกับสโมสรต่อ เพราะฉะนั้น เราจะให้พวกเขาได้มีเวลาพักเพิ่มขึ้น ก่อนจะเรียกตัวพวกเขามาฝึกซ้อมต่อไป”

สำหรับทีมชาติไทยจะเข้าร่วมแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2561 ซึ่งช้างศึก อยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับ ติมอร์ เลสเต, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

โฆษณา
0