แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจเปลี่ยนสีชุดแข่งกลางคันช่วงพักครึ่งเกมเยือน เซาแธมป์ตัน ฤดูกาล 1995/96 ตกเป็นรองถึง 3 ประตูในครึ่งแรก
ก่อนที่ ปีศาจแดง ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะเปลี่ยนชุดแข่งมาเป็นสีน้ำเงิน-ขาว ลงสนามในครึ่งหลัง แม้สุดท้ายทีมจะยิงไล่มาได้เพียงประตูเดียวพ่ายไป 1-3 ในเกมดังกล่าว
ควันหลงหลังเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษลงโทษปรับเงิน 10,000 ปอนด์จากข้อหาเปลี่ยนชุดแข่งกลางคัน นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ แมนฯ ยูฯ ใส่ชุดเยือนสีเทา พร้อมผลงานสุดย่ำแย่ในฤดูกาล 1995/96 ในเสื้อที่เล่นนอกบ้านแพ้ 4 จาก 5 เกมจากชุดดังกล่าว
รู้หรือไม่ว่า การยกเลิกชุดแข่งสีเทาในวันนั้น เกิดขึ้นโดยมีการอ้างอิงถึงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เรื่องสีชุดแข่งที่มีผลต่อการมองเห็นจากปากของ แกรี เนวิลล์
“บอสเป็นคนยกเรื่องนี้มาพูดเอง เขาเกลียดชุดนั้น และมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์อยู่เบื้องหลัง
“ทุกวันนี้ยังมีการล้อกันอยู่เลย ว่าเราเปลี่ยนชุดเพราะทีมกำลังแพ้ หรืออะไรก็ตาม แต่ความจริงคือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จ้าง “เกล สตีเฟนสัน” ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการมองเห็น เข้ามาทำงานกับทีม สัปดาห์ละสองครั้ง
“เพราะมันเห็นได้ชัดไงล่ะ เหตุผลที่คนสวมเสื้อสีเหลืองสว่างบนมอเตอร์เวย์ก็เพื่อให้มองเห็นได้ง่าย ไม่มีใครใส่สีเทาบนมอเตอร์เวย์หรอก เธอบอกกับเขาว่า ‘นี่มันไม่ถูกต้อง นักเตะจะมองเห็นกันและกันในบรรยากาศที่แออัดได้ช้ากว่าชุดสีอื่น’
“เรื่องนี้มันกินเวลามาหลายเดือน เขาบอกไม่เอาชุดนี้หลายเดือนก่อนหน้านี้ มันไม่ถูกใจเขาเลยแม้แต่น้อย ผู้เชี่ยวชาญด้านการมองเห็นเริ่มทำงานร่วมกับผู้ผลิตชุดแข่งในการทำให้ชุดแข่งของเราโดดเด่นที่สุด มันมีเหตุผลทางด้านวิทยาศาสตร์อยู่เบื้องหลังมากกว่าที่พูดกันว่า ‘ผู้จัดการทีมไม่ชอบชุดนี้ นั่นคือเหตุผลที่เราแพ้’”


