มุ่งงานโค้ช!อภิเชษฐ์ประกาศแขวนสตั๊ดในวัย39ปี

คอมเมนต์()
Thananuwat Srirasant
อดีตกัปตันบุรีรัมย์ ยืนยันตัดสินใจแขวนสตั๊ดแล้ว ยอมรับใจหาย แต่ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมุ่งหน้าสู่งานโค้ช

อภิเชษฐ์ พุฒตาล แบ็คขวาวัย 39 ปี ยืนยันผ่าน โกล ประเทศไทย ตัดสินใจแขวนสตั๊ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

แบ็คขวามากประสบการณ์ เพิ่งลงเล่นให้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2) หลังจบฤดูกาล 2017 ก่อนที่ล่าสุดจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดเป็นที่เรียบร้อย เพื่อมุ่งหน้าสู่งานโค้ชต่อไป โดยปัจจุบันมีดีกรี บี ไลเซนส์ 

“คิดมาสักพักแล้วครับ” อภิเชษฐ์เริ่มกล่าวกับ โกล ประเทศไทย

“จริงๆยังอยากเล่นอยู่ เพราะยังมีความสุขและแฮปปี้ แต่ก็มานั่งทบทวน ชั่งน้ำหนักดู รู้ศึกษาว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหาโอกาสเปิดเส้นทางใหม่ นั่นคืองานโค้ช ซึ่งปัจจุบันผมมี บี ไลเซนส์ สุดท้ายเลยสรุปว่าเริ่มปีหน้าทันทีครับ”

อภิเชษฐ์ กล่าวต่อ “ยอมรับว่าใจหายครับ รู้สึกแปลกๆ มันบอกไม่ถูก แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกที่เสียใจ มันแค่รู้สึกว่าจากนี้เราจะไม่ได้เล่นในสิ่งที่รักแล้ว แต่ถ้ามองอีกแง่ ก็ดีใจกับตัวเอง ที่ยังมีโอกาสอยู่ในเส้นทางนี้อยู่ ฟุตบอลไม่ได้หายไปไหน แค่เราเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ไปมากกว่า” 


ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลไทย เพิ่มเติมที่นี่


“เราเล่นไม่ได้ตลอดชีวิตหรอก แต่ถ้าเรายังรักในฟุตบอลอยู่ เราก็ทำงานตรงนี้ต่อได้ ตอนนี้ผมอยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างรุ่นผมเพื่อนๆ โจ (ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น) และ อ้น (รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค) หรือคนอื่นๆ ก็เริ่มงานโค้ชแล้ว ผมเลยรู้สึกว่าน่าจะถึงเวลาของผมแล้วเหมือนกัน”

“ที่ผ่านมาฟุตบอลสำคัญมากในชีวิตผม ฟุตบอลให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับผม ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานหรือตัวตนในสังคม ผมอยากขอบคุณเพื่อนร่วมทีมของผมทุกคน , สตาฟฟ์โค้ชทั้งหมด , ผู้บริหารที่ผมเคยรับใช้ ตลอดจนแฟนบอลที่สนับสนุนผมมาตลอด ผมอยากบอกว่าทุกคนคือผู้มีพระคุณสำหรับผม”

“สุดท้ายแล้วไม่ว่าผมจะประสบความสำเร็จมาขนาดไหน ผมจะดีใจ ภูมิใจมากกว่า ถ้าน้องๆหรือเด็กรุ่นใหม่ จดจำผมในฐานะนักฟุตบอลแบบอย่าง ที่มุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อทีมตลอดเวลา ผมเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นนักฟุตบอล คือความเป็นมืออาชีพ เที่ยวได้ มีสังคมได้ แต่ต้องรู้หน้าที่ รู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร ผมเชื่อว่าทุกคนมีโอกาสยืนอยู่ในระดับสูงได้” อภิเชษฐ์ปิดท้ายผ่าน โกล ประเทศไทย

สำหรับ อภิเชษฐ์ พุฒตาล เริ่มต้นค้าแข้งกับ ราชประชา , พนักงานยาสูบ , การไฟฟ้าฯ , บุรีรัมย์ พีอีเอ , บีอีซี เทโรศาสน และ อาร์มี่ ยูไนเต็ด โดยประสบความสำเร็จมากมาย เมื่อเคยคว้าแชมป์ไทยลีก 3 สมัย , เอฟเอคัพ 2 สมัย และ ลีกคัพ 2 สมัย

ขณะเดียวกัน ยังเคยติดทีมชาติไทยตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ปี 1997 , รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี , รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี (ปรีโอลิมปิค) กระทั่งชุดใหญ่ ผ่านรายการสำคัญๆอย่าง เอเชียนคัพ และ คิงส์คัพ มาแล้ว

บทความต่อไป:
เปอร์เซ็นต์สูง! เซเรโซเล็งคว้าตัว “เคน โทคุระ” ร่วมทีมปีหน้า
บทความต่อไป:
ผิดซ้ำแบนแน่! ยูฟ่าปรับมิลานแหกกฎการเงิน 12 ล้านยูโร
บทความต่อไป:
ห้ามกดดัน! กุนซือมาเลย์เตือนลูกทีมระวังจังหวะสวนกลับเวียดนาม
บทความต่อไป:
ชนะ 3 นัดรวด! เบนิเตซคว้ากุนซือยอดเยี่ยมเดือน พ.ย.
บทความต่อไป:
เกมสำคัญ! ฮังซอรับกดดันแม้เล่นหน้าแฟนบอลตัวเองนัดตัดสินแชมป์ซูซูกิคัพ
ปิด