ข่าว ไลฟ์สกอร์
แชมเปี้ยนชิพ

จับตาดาวเด่น M-150 แชมเปี้ยนชิพ : ทัตพิชา อักษรศรี

20:05 GMT+7 2/10/18
ทัตพิชา อักษรศรี
ต้องอดทนกับการต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งมือหนึ่งของทีมและสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนักก่อนจะยืดหยัดปกป้องก้นตาข่ายพา ไทยฮอนด้า รอดพ้นจากการตกชั้นได้หวุดหวิด

ไทยฮอนด้า เอฟซี ถือเป็นทีมองค์กรเอกชนที่ผ่านการเล่นลีกสูงสุดมาแล้วอย่างไรก็ตามการยืนระยะและต้องต่อสู้กับการแข่งขันที่แข็งแกร่งขึ้นก็ไม่สามารถพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้ในฤดูกาล 2017 หลังจบด้วยอันดับ 16 ของตารางต้องวกกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครึ่งในศึกดิวิชั่น 1 พร้อมเป้าหมายกลับไปเล่นจุดสูงสุดอีกครั้ง

ทัตพิชา อักษรศรี ถือเป็นกำลังพลชุดใหม่ที่ถูกดึงเข้ามาเสริมทัพหลัง ไทยฮอนด้า เอฟซี ตั้งเป้าว่าจะกลับไปเล่นบนลีกสูงสุดภายในปีเดียว สำหรับ นายด่านอนาคตวัย 24 ปี ผ่านการวาดลวดลายในฟุตบอลโรงเรียนมาอย่างมากมายกับกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ ปักหลักเล่นฟุตบอลอาชีพให้กับ บีซีซีเอฟซี ในดิวิชั่น 2

ตระกูล อักษรศรี ดีเอ็นเอในด้านฟุตบอลถือว่าเข้มข้นจากทั้งหมด 4 คนล้วนเล่นฟุตบอลมาหมดโดยมี “ไปร์” ทิยัชชา พี่ชายคนโตแต่ตอนนี้เลิกเล่นไปแล้ว โดยมี “ปั๊ม”ทัตพิชา เป็นคนรอง และ น้องชายฝาแฝด “โชแปง” ทิตาธร อักษรศรี และ “ปาแปง” ทิตาวีร์ อักษรศรี ที่เล่นให้กับ โปลิศ เทโร เอฟซี

เส้นทางการเฝ้าเสาของ ทัตพิชา อักษรศรี ถือว่าประสบความสำเร็จไปด้วยดีตั้งแต่เป็นนักเรียนให้กับ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ทั้งการติดโผติดชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และ 19 ปี อีกทั้งชุดนักเรียนไทย รุ่นอายุ 17-18 ปี ชิงแชมป์เอเชีย เซ็นสัญญาอาชีพครั้งแรกกับ บีบีซีเอฟซี ก่อนข้ามฝากเข้ารั้วโรงเรียน “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด


เกาะติดตลาดซื้อขายนักเตะ โตโยต้า ไทยลีก 2018 เลกสอง

รายชื่อกุนซืออำลาทีมกลางฤดูกาล โตโยต้าไทยลีก 2018

ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลไทย เพิ่มเติมที่นี่


“ตระกูลเราถือว่าเล่นฟุตบอลทั้งหมดเกือบ 99 เปอร์เซ็นทั้งแต่ พี่ไปร์ พี่ชายคนโตแต่ตอนนี้เลิกเล่นไปแล้วมุ่งหน้าทำงานอย่างเดียว ต่อมาก็ ผม ร่วมถึง โชแปง และ ปาแปง ที่ตอนนี้เล่นให้กับ โปลิศ เทโร เอฟซี"

"ถือว่าครอบครัวเรามีอะไรพูดคุยกันตลอดหากวันไหนเสร็จจากการแข่งขันก็จะพากันไปดู และ กลับมานั่งดูวีดีโอย้อนหลังหาข้อผิดพลาดมานั่งจับเข่าคุยกันแบบเป็นกันเอง ผมสอนน้อง น้องสอนผม"

การได้เซ็นสัญญากับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยถือเป็นความฝันสูงสุดของเหล่านักเตะเยาวชนไทยทั้งสิ้นโดย “ปั๊ม” ทัตพิชา ถือเป็นดาวเด่นในสมัยนั้นที่ถูกดึงตัวเข้ามาเพื่อขัดเกลาฝีไม้ลายมือเพื่อทดแทนเหล่ารุ่นพี่ในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามก้าวแรกย่อมไม่สะดวกเสมอเหมือนตอนเข้ามาเพราะการแข่งขันภายในทีมค่อนข้างสูงลิบมาตรฐานค่อนข้างละเอียดในแต่ละจุด

สุดท้าย “ปั๊ม” ก็ถูกปล่อยตัวให้กับ บางกอก เอฟซี ทีมพันธมิตรที่กำลังไล่ล่าตั๋วเลื่อนชั้นภายใต้การคุมทัพของ มิลอส โจซิค กุนซือในขณะนั้นและก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถยึดมือหนึ่งของทีมได้ทันที

และยังพาทัพ กระทิงเหล็ก มีลุ้นเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดอีกด้วยก่อนถูกดึงตัวกลับมาสู่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อีกครั้ง ก่อนถูกปล่อยตัวเก็บประสบการณ์อีกครั้งอยู่กับทีมที่ใหญ่ขึ้นอย่าง พัทยา ยูไนเต็ด และเป็นการหวนกลับมาร่วมงานกับ  มิลอส โจซิค อีกครั้ง

“ถือว่าเป็นการอัพเกรดตัวเองอีกขั้นเมื่อต้นสังกัดอย่าง เมืองทอง ดึงกลับมากลับเพื่อร่วมฝึกซ้อมในช่วงปรีซีชั่น ส่วนตัวผมก็ไม่คิดนะครับว่าเราจะต้องเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เลยทันที เพราะตอนนั้นยังมีพี่ตอง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็นมือหนึ่งและ พี่ตาล วิศณุศักดิ์ แก้วเรือง เป็นมือสอง"

"ส่วนตัวผมตั้งหน้าตั้งตาซ้อมต่อไป ก่อนสุดท้ายจะถูกปล่อยตัวให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด  ที่เพิ่งกลับขึ้นมาในลีกสูงสุดอีกทั้ง ในปี 2016 ยุคของ มิลอส โจซิค คุมทัพซึ่งผมเคยทำงานกับเขาแล้วสมัย บางกอก เอฟซี ส่วนตัวก็แฮปปี้ครับกับบรรยากาศที่มีแฟนบอลคับคั่ง”

หลังจากหมดสัญญากับทาง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อนาคตของ ทัตพิชา  ต้องเริ่มหาความท้าทายใหม่เพื่อโอกาสลงสนามมากขึ้นก่อนจะเป็น โดม เอฟซี ที่หยิบยื่นโอกาสให้เขาลงเฝ้าเสาให้กับทีม

อีกทั้งยังได้่ น้องชายฝาแฝด “โชแปง” ทิตาธร อักษรศรี และ “ปาแปง” ทิตาวีร์ อักษรศรี จาก บีซีซีเอฟซี มาร่วมเล่นด้วยกันอีกครั้ง หลังผ่านมา 1 ฤดูกาลฟอร์มเซฟที่สวยงามของ “ปั๊ม” กลับไปเข้ามาทางบอร์ดบริหาร ไทยฮอนด้า เอฟซี ที่เพิ่งตกชั้นมาจากลีกสูงสุด

ในขณะนั้นนโยบายของทีม ไทยฮอนด้า เอฟซี คือการกลับไปเล่นบนลีกสูงสุดอีกครั้งโดยได้จัดการเปลี่ยนถ่ายนักเตะเลือดใหม่เข้าสู่ทีมอย่างมากมายเช่นเดียวกันในตำแหน่งผู้รักษาประตูหลังทีมต้องเสีย ณัฐชานนท์ โจถาวร ให้กับ ศรีสะเกษ เอฟซี ร่วมถึง บัญชา ยิ้มช้อย ที่ย้ายตามนายเก่าอย่าง ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ไปอยู่กับ พัทยา ยูไนเต็ด

แต่การลุ้นแย่งมือหนึ่งของทีมต้องลุ้นกันตั้งแต่นัดแรกเมื่อภายใต้การบริหารของ มนนเทพ พรประภา การจัดการคว้าตัว ปริญญ์ กุญชร นายด่านที่มีดีกรีทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ร่วมถึง รัชชานนท์ อินทรวิสูตร์ ผู้รักษาประตูเก่าของทีม

เริ่มต้นฤดูกาล 2018 ของ เอ็ม - 150 แชมเปี้ยนชิพ เส้นทางของ ทัตพิชา อักษรศรี ต้องเริ่มด้วยการชิงมือหนึ่งของทีม หลังออกสตาร์ทเป็น ปริญญ์ กุญชร ที่ลงเฝ้าเสาให้กับทีม

อย่างไรก็ตาม ผลงานของ ไทยฮอนด้า เอฟซี กลับไปเป็นตามเป้าหมายที่วางไว้หลัง 8 นัดทีมเก็บได้เพียง 5 คะแนน ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 5 จนมีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนหลัง โค้ชโดนัท อัคถภรณ์ ชลิตาภรณ์ ประกาศลาออกเพื่อรับผิดชอบผลงานก่อนจะเป็น “โค้ชเก๋” วรชัย สุรินทร์ศิริรัฐ ขึ้นมารับไม้ต่อ

จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผลงานจากการฝึกซ้อม “ปั๊ม” ทัตพิชา อักษรศรี ก็กลับมายึดมือหนึ่งของทีมได้สำเร็จอีกทั้งยังสามารถโชว์ผลงานในสนามที่ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการปราชัยได้แถมยังคว้า MOM ประจำการแข่งขันถึง  8 เกม จนทำให้ทีมสามารถขยับขึ้นมาจากโซนท้ายตารางได้สำเร็จ

“ชีวิตคนเราต้องสู้ครับ ซึ่งตอนที่ผมย้ายมา ไทยฮอนด้า เองก็จัดการเสริมผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันและมีดีกรีถึงทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แต่ทำอะไรไม่ได้ต้องฝึกซ้อมให้เก่ง เพราะผมเชื่อว่าหากเดี๋ยวโค้ชก็จะเห็นแววและการทุ่มเทของผมเอง"

"เพราะตอนสตาร์ทการแข่งขันของปีนี้ทีมทำผลงานไม่ดีเลยหล่นไปอยู่โซนท้ายตารางบางรั้งก็ขยับหนีได้สำเร็จแต่คะแนนห่างจากโซนดังกล่าวไม่ 1-2 แต้มเท่านั้นจนเกิดการเปลี่ยนแปลง”

“หลังเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนเป็นพี่เก๋ วรชัย สุรินทร์ศิริรัฐ ผมก็มีโอกาสลงสนามบ่อยขึ้นสุดท้ายก็สามารถยึดมือหนึ่งของทีมได้สำเร็จ ต้องขอบคุณแรงใจเลยครับกับความเพียรที่ผมตั้งใจไว้สุดท้ายเราก็ร่วมแรงร่วมใจสามารถพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้"

"ส่วนอนาคตของผมตอนนี้เหลือสัญญากับทีมอีก 1 ปี โดยฤดูกาลหน้าก็ตั้งใจไว้นะครับ อยากพาทีมกลับไปเล่นลีกสูงสุดอีกครั้งเช่นเดียวกับผมก็อยากสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นอีก”

สำหรับ ไทยฮอนด้า เอฟซี ใน M-150 แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2018 จบด้วยอันดับ 12 ของตาราง โดย “ปั๊ม” ทัตพิชา อักษรศรี ถือเป็นนายด่านอนาคตไกลคนหนึ่งของลีกที่ต้องจับตาเป็นพิเศษในฤดูกาล 2019