Give A Shout : "เด็กสร้างไทยบูม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ

จากเด็กตัวเล็ก ตาหยี สู่การปลุกปั้นของ ‘ไทยบูม’ วันนี้ โกล ประเทศไทย และช้างขอพาไปรู้จักกับ เจ้าหนุ่มตาหยี วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เจ้าของประตูประวัติศาสตร์ไทยลีก

โดย อณิวัฏ แผ่นดินทอง GOAL
aniwat.phandinthong@gmail.com
 

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ หรือ “เจ้ายิม” เด็กหนุ่มจากเชียงใหม่ ผู้มีความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอล มาตั้งแต่ยังเด็ก วันนี้เขากลายเป็นคนในประวัติศาสตร์ เป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดในไทย พรีเมียร์ลีก นัดที่ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้าน เฉือนชนะ ราชบุรี ไป 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

“ผมจำวินาทีที่พี่มิ้งเปิดเข้ามาได้เลย ผมพยายามโหม่งบอลให้มันตรง และมันก็ย้อยเข้าพอดี น่าจะเป็นการโหม่งเข้าครั้งแรกในชีวิตของผมเลย” ยิมเล่าให้ โกล ประเทศไทย ฟัง พร้อมรอยยิ้มตาหยีที่เห็นครั้งเดียวก็จำได้

เด็กหนุ่มจากเมืองเหนือ ผ่านการฝึกปรือวิชากับทีมชั้นนำมากมายทั้ง วิสเซิล โกเบ ในญี่ปุ่น รวมถึง เลสเตอร์ ซิติ้ ในอังกฤษ มาวันนี้ เจ้าตัวกำลังขยับไปอีกก้าว ด้วยการติดตราช้างศึกที่หน้าอกข้างซ้าย

“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ 6-7 ขวบแล้วครับ” ยิมเล่า

“ผมเป็นเด็กเชียงใหม่ และย้ายมาอยู่กรุงเทพ อยู่กรุงเทพฯได้ประมาณ 2-3 ปี ก็ย้ายมาชลบุรี เพราะคำแนะนำของป๋าลอย (น.อ.จีรศักดิ์ เจริญจันทร์) ผมว่าผมโชคดีนะที่ได้มาอยู่อะคาเดมีของชลบุรี”

เจ้ายิมในวัย 12 ปี ที่ฝึกซ้อมกับอคาเดมีของชลบุรี เมื่อปี 2551

แม้จะเล่าด้วยประโยคสั้น ๆ แต่เหตุการณ์ระหว่างบรรทัดนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการย้อมผมทองทั้งหัว จนทำให้ “เฮงซัง” วิทยา เลาหกุล ผู้ปลุกปั้นถึงกับส่ายหน้า หรือการได้ก้าวไปติดทีมชลบุรี เอฟซี ชุดใหญ่ เมื่อปี 2014 แต่ฟอร์มการเล่นกลับถดถอยจนต้องถูกส่งกลับไปเล่นกับ พานทอง เอฟซี ในดิวิชั่น 2 อีกครั้ง

“ผมยอมรับนะว่าที่ผ่านมา ผมอิจฉาเด็กรุ่นเดียวกันบางคน เพราะเขาสามารถทำอะไรก็ได้ แต่เราต้องมีวินัย ผมเองก็เคยคิดนะว่าจะเลิกเล่น เวลาโดนโค้ชว่า หรือช่วงฟอร์มตก”

“แต่สุดท้ายผมก็ไม่ยอมแพ้ เพราะเราเลือกมาแล้วว่าเราจะเป็นนักฟุตบอล ผมก็อยากจะไปให้มันสุดทาง”

“กับประตูแรกในไทย พรีเมียร์ ลีก ผมดีใจมากเลยนะ  แต่มันก็เป็นแค่จุดเริ่มต้น ผมเชื่อว่าอนาคตมันน่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้”

สำหรับ “เฮงซัง” วิทยา เลาหกุล โค้ชมากประสบการณ์ผู้เคยผ่านทั้ง การคุมสโมสรในญี่ปุ่น และทีมชาติไทยมาแล้ว แล้วนั้น “เจ้ายิม” ถือเป็นผลผลิตที่เจ้าตัวภูมิใจและตั้งความหวังสูงมาก เพราะชลบุรี อคาเดมี รุ่นปี 2011 ถือเป็นรุ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุด

“ผมยังจำวันแรกที่ยิมมาอยู่กับเราได้เลย เขาเป็นเด็กตัวเล็กๆ ตาตี่ๆ มีเบสิคและทักษะดีมาก และต้องยอมรับเลยว่าเขามีของ” โค้ชเฮง พูดถึง เจ้ายิม

“ที่ผ่านมาผมเห็นพัฒนาการของเขามาตลอด ทั้งการไปเลสเตอร์ หรือ โกเบ ได้ขึ้นไปเล่นให้ทีมชุดใหญ่ ผมคิดว่าปีนี้น่าจะถึงเวลาของเขาแล้วล่ะ เขาโชคดีที่ผ่านวงจรของเรามาได้หมดโดยไม่หลุดไปก่อน”

“ผมภูมิใจมากที่เห็นเด็กที่เราสร้างมาทำประตูในไทยลีกได้ เพราะผมใช้เวลาสร้างเขามานานกว่า 4-5 ปี และการทำประตูแบบนี้ก็เป็นตัวเขาเลย นั่นคือการยิงประตูในกรอบเขตโทษ”

เจ้ายิมกับ วิทยา เลาหกุล สุดยอดโค้ชและนักเตะของไทย ในช่วงวัยเริ่มต้นฝึกวิชาลูกหนัง 

ไม่ได้มีแต่คำชมเลิศลอย ครูผู้เข้มงวดอย่างโค้ชเฮงยังคงเห็นสุดที่ควรปรับปรุงของวรชิต

“แต่ผมมองแล้ว เขายังมีจุดบกพร่องอยู่บ้าง ทั้งเรื่องความกระตือรือร้น บุคลิกความเป็นผู้นำ การช่วยเกมรับ รวมถึงที่สำคัญเลยคือความแข็งแกร่ง เพราะที่ผ่านมา ตอนไปโกเบ หรือ เลสเตอร์ เขาชมทุกอย่างแต่ก็ตำหนิเรื่องเหล่านี้มาในรายงาน”

“ผมเชื่อว่าถ้าเขาพัฒนาเรื่องพวกนี้ได้ มันไม่ใช่แค่ตัวหลักทีมชาติไทยหรอก ผมเชื่อว่าเขามีโอกาสไปเล่นในต่างแดน และเป็นสุดยอดนักเตะได้เลย”

นอกจาก โค้ชเฮง อีกหนึ่งนักเตะที่เปรียบเหมือนพ่อและเป็นไอดอลของเจ้ายิมอย่าง เทิดศักดิ์ ใจมั่น เองก็ภูมิใจในตัวนักเตะรายนี้เช่นกัน

“ยิมเป็นนักเตะที่ดี เขามีเซนส์บอลที่สุดยอดมาก แต่เขายังอายุน้อย ยังมีอะไรที่พัฒนาได้อีกเยอะ ถ้าผมแนะนำ ผมอยากให้เขามีสปีดที่เร็วกว่านี้ ต้องมีความหลากหลาย เราจะมาคลาสสิคอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องดุดัน อย่าดูแบบซีดาน เพราะนั่นเขาเป็นระดับโลก ผมอยากให้เขาเป็นเหมือนเจอร์ราร์ดอะไรแบบนี้มากกว่า” น้าเทิด กล่าว

“แต่บางที ยิมอาจจะยังเด็ก ผมอยากให้เขาเห็นแก่ตัวบ้าง เล่นเองบ้าง ไม่ใช่ใครเรียกบอลก็ให้ ผมเชื่อว่า หากเขายังพัฒนาและรักษามาตรฐานต่อไป เขาจะกลายเป็นตัวหลักของทีมชาติไทยได้”

รุ่นพี่ในทีมต่างมาร่วมแสดงความดีใจหลังจากที่เขาทำประตูได้ แสดงให้เห็นว่าประตูสู่ฉลามชลได้เปิดให้เขาแล้ว

“อีกเรื่องที่อยากฝากถึงยิม ผมว่าไม่ใช่แค่ยิม แต่คือเด็กทุกคนที่อยากเป็นนักฟุตบอล คือเรื่องพฤติกรรมนอกสนาม ทั้งการดูแลตัวเอง การพัฒนาจุดอ่อนของตัวเอง อย่างเช่นการไปเล่นฟิตเนส เพราะถ้าเราย่ำอยู่กับที่ เราก็มีโอกาสถูกคนอื่นแซงขึ้นมา เพราะปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าเรามีคนที่อยากเป็นนักฟุตบอลมากมาย”

“ยิมเป็นเด็กที่มีทักษะอยู่แล้ว แต่เขาต้องอดทน เหมือนทหารนั่นแหละ เราไม่สามารถรอโค้ชสั่งได้ตลอดเวลา บางทีเราต้องตัดสินใจเอง ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมหรือเวลาลงสนามจริง”

การประสานครั้งแรกของเจ้ายิมและไอดอลของเขาเทิดศักดิ์ ใจมั่น ในศึกโตโยต้า ไทย พรีเมียร์ลีก เมื่อปีก่อนที่ชลบุรี ถล่ม สมุทรสงคราม 4-0

โค้ชอีกหนึ่งคนผู้คว้ารางวัลกุนซือยอดเยี่ยมประจำศึกโตโยต้า ไทย พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014 อย่าง มาซาฮิโร วาดะ ซึ่งถือเป็นหนึ่งผู้ทำคลอด “เจ้ายิม” หลังให้โอกาสออกสตาร์ทเมื่อปีก่อน ก็มีความเห็นไปถึงหนุ่มน้อยคนนี้เช่นกัน

"ประตูที่เขาทำได้นั้นสุดยอดจริงๆ และผมก็อยากจะถือโอกาสนี้แสดงความยินดีกับเขาที่ทำประตูแรกในไทยลีกได้สำเร็จ เท่าที่ผมตามดูฟอร์มเข้ามา ก็ถือว่าน่าแปลกใจไม่น้อย เพราะเขาเป็นนักเตะที่ควบคุมบอลด้วยเท้าได้ดีและมีจุดอ่อนที่ลูกกลางอากาศ"

"ตั้งแต่ที่เขากลับมาจากฝึกซ้อมที่ญี่ปุ่น ผมก็ได้มีโอกาสตามดูฟอร์มเขาเรื่อยๆ และผมก็คิดว่าตรงนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเขา ผมหวังว่าเขาจะยังมุ่งมั่นต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ ทั้งในแง่ของการฝึกซ้อม และในแง่ของจิตใจที่เขาต้องตั้งเป้าหมายและมีความกระหายที่จะเป็นนักฟุตบอลที่ดีกว่าเดิมให้ได้ในทุกๆ เวลาตราบเท่าที่จะแขวนสตั๊ด"

"ผมอยากจะเตือนเขาว่าเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของเขาเพิ่งเริ่มต้นขึ้น และมันยังมีอีกหลายอย่างที่ทอดตัวรอเขาระหว่างเส้นทางที่แสนไกลนี้ ผมหวังว่าเขาจะเตรียมพร้อมสำหรับทุกอุปสรรคและทุกคำชม"

"ชลบุรีเองก็ถือว่ากำลังมาถูกทาง พวกเขามีผู้เล่นดาวรุ่งดีๆ หลายคนทะลุขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ และผมก็หวังว่าพวกเขาจะยังคงยึดมั่นแนวทางนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะมันคือการพัฒนาที่ยั่งยืนที่แท้จริง และเป็นวัฒนธรรมที่สโมสรระดับพวกเขาต้องมี"

ขวัญใจและความหวังใหม่ของเหล่าสาวก เดอะ ชาร์คส์

กับอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่จะเริ่มในช่วงปลายเดือนนี้ อย่างศึกชิงแชมป์ฟุตบอลอาเซียนรุ่นอายุ 19 ปี วรชิตถือว่าเป็นตัวหลักของช้างศึกรุ่นกระทงคนหนึ่ง ซึ่งเป้าหมายของเขากับทีมนั้นถือว่ายิ่งใหญ่

“กับทีมชาติไทย ชุด U19 เป้าหมายผมอยากพาทีมชาติไทยไปเล่นฟุตบอลโลก U20 รอบสุดท้ายนะ ผมเชื่อว่าทุกอย่างไม่ได้ปิดตาย เรามีโอกาส เราต้องทำงานหนัก และอย่ายอมแพ้ และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”

“ตอนนี้ผมต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ มันยังเร็วเกินไปที่จะคาดหวังอะไร ทั้งการเป็นตัวหลักของสโมสร แต่ผมก็มีเป้าหมายเหมือนกันนะ ผมต้องก้าวไปทีละขั้น”

“เป้าหมายสูงสุด แน่นอนก็คือการไปเล่นต่างประเทศ ผมเองก็รอจบ ม.6 ก็ว่าจะลองดู ที่ผ่านมาได้คุยกับทั้งโค้ชเฮงและพี่ๆ ในทีมมาบ้าง ผมเองก็อยากไปให้สุดทางที่ผมฝันไว้เหมือนกัน”

อนาคตที่สดใสในรังฉลามรออยู่ รวมถึงอนาคตในทัพช้างศึกด้วย

ด้วยวัย เพียง 17 ย่าง 18 “เจ้ายิม” ผู้ผ่านการฝึกวิชาลูกหนัง กับ “นักเตะไทยบูม” อย่างวิทยา เลาหกุล จะสามารถก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในช้างศึกรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ได้หรือไม่

ไม่ว่าจะอาจารย์ โค้ช หรือรุ่นพี่ ไม่มีใครจะบอกได้ว่าอนาคตของ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ จะไปได้ไกลเพียงไหน มีเพียงตัวเขาเองที่จะเขียนคำตอบลงบนผืนหญ้าสีเขียว - และเราจะได้เห็นไปพร้อม ๆ กัน