7 โมเมนท์มนต์เสน่ห์รอบตัดเชือกโตโยต้าลีกคัพ

35 นาทีมหัศจรรย์การท่าเรือ , ระยองชื่อที่บุรีรัมย์ไม่เคยลืม , ไดกิตบตาพามังกรผงาด ฯลฯ Goal รวบรวม 7 โมเมนท์เกมนัดรอบรองชนะเลิศที่อยู่ในความทรงจำบนศึกโตโยต้าลีกคัพ

1. 35 นาทีมหัศจรรย์ของสิงห์เจ้าท่า

ขอบคุณภาพจาก Prapoj

ราชนาวีเปิดรังสอนเชิงการท่าเรือ 3-1 กุมความได้เปรียบนัดแรก นัดที่สองหวดแข้งกันที่ แพท สเตเดี้ยม "สิงห์เจ้าท่า" เป็นรองทั้งสกอร์และเสียงเชียร์เมื่อไม่มีแฟนบอลเข้าชมเนื่องจากติดโทษแบนจากสมาคมฯ โดยเกมดังกล่าวผู้มาเยือนออกนำก่อน ทำให้สกอร์รวมการท่าเรือตามหลังถึง 1-4 อย่างไรก็ตาม "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ และลูกทีมทำเรื่องมหัศจรรย์เมื่อใช้เวลา 35 นาทีของครึ่งหลัง ไล่ยิงพลิกนรกแซงสามลูกรวดจบด้วยผล 3-1 รวมผลสองเกมเสมอ 4-4 ต้องต่อเวลาพิเศษ 120 นาที และเป็น ศรายุทธ ชัยคำดี หัวหอกตำนานซัดให้ทีมชนะ 4-1 รวมผลสองนัด 5-4 ผ่านเข้ารอบชิงแบบเหลือเชื่อและจบด้วยแชมป์โตโยต้าลีกคัพ 2010 แบบมีเสน่ห์

2. ด.2 สร้างประวัติศาสตร์

ขอบคุณภาพจาก กอลฟ์ ป่ายอม

อีกหนึ่งความภูมิใจที่ อนุรักษ์ ศรีเกิด จำไม่รู้ลืมเมื่อเขาพา พัทลุง เอฟซี ม้านอกสายตาจากลีกภูมิภาคทะยานผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศโตโยต้าลีกคัพ 2011 แบบหักปากกาเซียน แม้เกมแรกบุกพ่ายการท่าเรือ 3-0 ทว่าเกมที่สองเล่นในรังตัวเองจัดการสอนเชิงทีมจากไทยลีกได้ตลอด 90 นาที ครองเกมเหนือกว่าบุกดีกว่าและจบด้วยการชนะ 1-0 รวมผลสองนัด "อีแอ่นเหินฟ้า" เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ก็เพียงพอถูกบันทึกว่า พัทลุง เอฟซี คือหนึ่งเดียวจากลีกภูมิภาค ด.2 ที่มาไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ของถ้วยใบนี้

3. ฉลามชนะใจ

ในเกมรอบรองชนะเลิศนัดที่สองของศึกโตโยต้าลีกคัพ 2011 ชลบุรี เอฟซี ที่เกมแรกบุกไปแพ้บุรีรัมย์ 0-1 ทำให้เกมสอง "โค้ชเฮง" เน้นกำชับลูกทีมและวางแผนเพื่อปราบยอดทีมจากแดนอีสาน เกมเขี่ยเริ่มได้ไม่นานทัพฉลามชลต้องเหลือผู้เล่นน้อยกว่าตั้งแต่ น.26 เมื่อ เคนเนธ อัคเปเซ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ทว่า 10 คนของทัพฉลามชลใจสู้ไม่มีถอยสู้กับลูกทีมบิ๊กเนได้สนุก ก่อนจบด้วยผลชนะ 3-2 แบบสนุกสุดมัน ผลสกอร์รวมสองเกมเสมอ 3-3 ชลบุรีแพ้ด้วยกฎประตูทีมเยือน แม้ไม่เพียงพอสู่รอบชิง แต่เกมนี้ถือเป็นแมตช์แห่งความทรงจำที่ทัพ "ฉลามชล" แสดงให้รู้ว่าพวกเขาแพ้แต่ชนะใจผู้ชม

4. มังกรเล็กเกือบถึงฝั่ง

"ครอบครัวนิติกาญจนา" สร้างปรากฏการณ์พาทีมจังหวัดเล็กๆอย่าง จ.ราชบุรี โลดแล่นทำผลงานสุดเทพในศึกฟุตบอลถ้วยโตโยต้าลีกคัพ 3 ปีติดต่อกัน โดยปี 2012 สมัยเล่น ด.1 ผงาดเข้าชิงชนะเลิศโตโยต้าลีกคัพ , ปี 2013 ผ่านเข้าชิง , ปี 2014 คว้าอันดับ 3 แม้สุดท้ายไม่ได้สัมผัสชูถ้วย เป็นได้แค่รองแชมป์ แต่ก็เพียงพอให้โลกลูกหนังไทยรู้ว่า "ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไม่ธรรมดาจนเป็นโมเดลการทำทีมต้นแบบให้เหล่าทีมคลื่นลูกใหม่ได้เรียนรู้

5. ระยอง เอฟซี ชื่อนี้บุรีรัมย์ไม่มีวันลืม

ขอบคุณภาพจาก Buriram United

ประกบคู่เกมรอบรองชนะเลิศโตโยต้าลีกคัพ 2013 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เต็งแชมป์ทุกถ้วยของไทยจับพบ ระยอง เอฟซี ทีมท้ายตารางของ ด.1 สื่อและกูรูลูกหนังต่างฟันธงว่านี่คือของหวานของยอดทีมแห่งอีสาน แต่เอาเข้าจริงของหวานกลายเป็นของขมเมื่อ ระยอง เอฟซี คว้าชัยเหนือบุรีรัมย์ 1-0 แบบสุดช็อก ทำเอา "บิ๊กเน" ถึงกับหัวเสียพอควร แม้เกมสองทัพเซราะกราวแก้มือถล่ม 5-0 ผ่านเข้าชิงพร้อมกวาดแชมป์ทุกถ้วยในประเทศ ทว่า "ระยอง เอฟซี" กลายเป็นแผลใจที่ไม่มีวันลืมเพราะเป็นทีมเดียวจากทุกถ้วยที่ยัดเยียดความปราชัยแด่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปี 2013

6. เล่ห์เหลี่ยมลูกหนังของ "ไดกิ"

บีอีซี เทโรศาสน ได้ตัว ไดกิ อิวามาซะ มาร่วมทัพในปี 2014 และเกมรับญี่ปุ่นก็เป็นผู้ปลุก "มังกรไฟ" ให้ตื่นตัวอีกครั้ง ในเกมรอบรองชนะเลิศนัดที่สองที่บ้าน "สวาทแคท" ทัพมังกรไฟที่ชนะมาในเกมแรก 1-0 ต้องเจอเสียงพลังเชียร์ทั้งสนามของเจ้าถิ่นกดดัน แถมโดนนำ 2-0 ตั้งแต่ 26 นาที อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนของเกมก็เกิดขึ้น นครราชสีมา ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ อีวาน บอสโควิช กับ ไดกิ อิวามาซะ เล่นนอกเกมใส่กัน ภาพช้าเห็นชัดว่า ไดกิ ใช้เล่ห์เหลี่ยมลูกหนังตบตากรรมการเพราะคู่แข่งมีใบเหลืองติดตัว รวมถึงใช้มารยาทิ้งตัวแสดงอาการเจ็บถึงทรวง แต่ระหว่างที่นอนก็เงยหน้ามองดูตลอดผู้ตัดสืนจะแจกใบเหลืองที่สองแด่ บอสโควิช หรือไม่ เรียกได้ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญส่งให้ "มังกรไฟ" พลิกแซงชนะ 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงจบด้วยแชมป์โตโยต้าลีกคัพ 2014 และเป็นแชมป์ที่รอคอยมานานถึง 12 ปี

7. อาร์มี่ดีแต่บุรีรัมย์มี 'ดิโอโก'

อาร์มี่ ยูไนเต็ด ของ อิสสระ ศรีทะโร ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกรอบรองชนะเลิศโตโยต้าลีกคัพ 2015 เกมแรกแม้บุกพ่ายบุรีรัมย์ 2-3 แต่การเล่นเป็นทีมเยือนแถมยิงได้สองประตูทำให้ อาร์มี่ มีความหวังกับนัดล้างตา โดยเกมที่สอง ณ กองทัพบก การวางหมากและแผนของ "อิสสระ" ทำได้อย่างยอดเยี่ยมและลงตัวเช่นเดิม เมื่อได้ประตูนำก่อนตั้งแต่หัววันและมาได้สกอร์แซง 2-1 จาก มงคล ทศไกร ในช่วงท้ายเกม น.77 โดยหากจบสกอร์นี้ได้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด จะผ่านเข้ารอบชิงด้วยกฏอเวย์โกล อย่างไรก็ตามขุนพลและแฟนบอลอาร์มี่เหมือนโดนรัฐประหารกลางหัวใจ เมื่อ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต หอกบราซิลตัวเก่งซัดตีเสมอ 2-2 น.81 และเป็นประตูส่งให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผงาดเข้าชิง พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ลูกหนังไทยซิว 5 แชมป์แบบสถิติไม่แพ้ให้ใครเลย