ปราสาทผ่ากิเลน 3-1 ซิวถ้วย ก 4 สมัยติด

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยืดสถิติไม่แพ้คู่ปรับตลอดกาลออกไปอีก หลังจัดการทุบกิเลน 3-1 ซิวแชมป์พระราชทาน ก สี่สมัยติดต่อกัน

ศึกชิงถ้วยพระราชทาน ก ที่สนาม ศุภชลาศัย เป็นการพบกันระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ พบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด รองแชมป์ทั้ง 2 รายการ

เกมนี้ อเล็กซานเดร กามา ไม่ได้เปลี่ยนแปลงขุมกำลังในปีที่ผ่านมาเท่าไหร่ โดยมีแค่แดนหน้า ที่ไคโอะ เฟลิเป้ ได้โอกาสลงเล่นร่วมกับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ โดยมี จักรพันธ์ แก้วพรม, สุเชาว์ นุชนุ่ม และ โก ซุลกิ ทำเกมตรงกลาง

ด้าน ธชตวัน ศรีปาน เกมนี้ ได้ฟาบริซิโอ ดอร์เนลลาส คุมแดนหลังร่วมกับ นาโอกิ อาโอยามะ ส่วนแดนกลางมีบรรดา แข้งทีมชาติอย่าง สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ขณะที่แดนหน้าเป็น จูเนียร์ เนเกรา กับ เคลตัน ซิลวา ส่วนธีรศิลป์ แดงดา มีชื่อเป็นตัวสำรองเท่านั้น

เริ่มเกมมาเป็นบุรีรัมย์ที่เพรสซิ่งอย่างหนักและเพียงแค่ 4 นาทีเป็น โกซุลกิ ที่ตัดบอลได้ก่อนทำชิ่งกับเพื่อนแล้วยิงไกลด้วยขวาแต่ยังไปติดเซฟของกวินทร์

รูปเกมยังเป็นบุรีรัมย์ที่น่ามาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ จักรพันธ์ลุยขึ้นมาก่อนจ่ายให้ไคโอะ ชาร์จวืดมาเข้าทางสุเชาว์ ยิงไปติดเซฟของกวินทร์ อนาวิน พยายามซ้ำก็ยังไปติดบล็อคของแนวรับเมืองทองอีก

นาทีที่ 8 เมืองทองมาได้ลุ้นบ้าง และเป็นฐิติพันธ์ที่หลุดมาทางขวาก่อนยิงยัดไปเสาแรกแต่ยังไปติดเซฟของศิวรักษ์ออกหลังไป

นาที 14 บุรีรัมย์ที่บุกหนักก็มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่อนาวินทุ่มไกลให้ดิโอโก้ แตะอ้อมตัว อาโอยามะก่อนยิงผ่านตัวกวินทร์เสียบเสาสองเข้าไปให้ปราสาทสายฟ้าขึ้นนำ 1-0

นาที 17 เมืองทองน่ามาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ เนเกราได้หลุดก่อนจ่ายให้ฐิติพันธ์ แปแต่ก็ยังไปติดบล็อกของอนาวิน

เมืองทองเริ่มตั้งเกมได้บ้างและนาที 33 ก็มาได้ลุ้นจากจังหวะที่ เคลตัน เปิดให้เนเกราพักให้ชนาธิปยิงโดนไม่ดี

นาที 36 บุรีรัมย์เกือบมาได้ประตูที่สองจากลูกเตะมุมที่ธีราทรที่เปิดให้ตูเญซ ได้โขกแต่กวินทร์ยังปัดออกหลังไว้ได้แบบหวุดหวิด

และท้ายครึ่งแรก ใบเหลืองก็ปลิ่วว่อน และเป็น อาทิตย์ ดาวสว่าง กับ สารัช อยู่เย็น สองนักเตะของเมืองทอง ที่รับไป เช่นเดียวกับ สุเชาว์ นุชนุ่ม และ โก ซุลกิ ของบุรีรัมย์ และก็ไม่มีจังหวะเพิ่มเติม เป็นปราสาทสายฟ้าที่นำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลัง บุรีรัมย์ ชิงเปลี่ยนตัวก่อนโดยส่งอดุล หละโสะ ลงไปเล่น สุเชาว์ นุชนุ่มที่มีใบเหลืองติดตัว เช่นเดียวกับ สุพรรณ ทองสงค์ ที่ต้องลงมาเล่นแทน นาโอกิ อาโอยามะที่มีอาการบาดเจ็บ

นาที 48 บุรีรัมย์เกือบมาได้ประตูทิ้งห่างและเป็น อดุล หละโสะตัวสำรองที่ได้เก็บตกเสาสองแต่บอลพุ่งไปชนคานอย่างจัง

นาที 51 เมืองทองมาได้ลุ้นจากจังหวะที่ ชนาธิป ยกบอลให้เนเกราหลุดเดี่ยว แต่จังหวะสุดท้ายยิงไปติดเซฟของศิวรักษ์ และไลน์แมนก็ยกธงล้ำหน้า

นาที 55 บุรีรัมย์มาได้ลุ้นจากลูกเตะมุมที่ธีราทรเปิดให้โก ซุล กิ ได้โขกที่เสาแรกแต่ออกไป

เมืองทองเริ่มขยับอย่างต่อเนื่องและส่ง อดิศักดิ์ ไกรษรลงมาเล่นแทน จูเนียร์ เนเกรา

นาที 63 บุรีรัมย์มาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่เมืองทองออกบอลพลาดและเป็นไคโอะที่เก็บได้ก่อนซัดด้วยซ้ายไปติดเซฟของกวินทร์

นาที 66 กวินทร์เปิดเกมไม่ดี และเป็นไคโอะที่เก็บได้ก่อนลากเข้าเขตโทษและโดนพีระพัฒน์สไลด์ล้มลงไป ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แม้ดูจากภาพช้าจะเป็นการฟาวล์นอกเขตก็ตาม และเป็นอันเดรส ตูเญซ ที่ซัดเข้าไปให้ทีมนำห่างเป็น 2-0

นาที 70 เมืองทองพยายามตอบโต้และมาได้ลุ้นจากลูกยิงไกลของธนบูรณ์แต่ยังไปเข้ามือศิวรักษ์

นาทีต่อมาบุรีรัมย์สามารถส่งลูกเข้าไปกองตาข่ายได้อีกครั้งจากจังหวะที่ดิโอโก้ จ่ายให้จักรพันธ์หมุนตัวยิงเข้าไป แต่ไลน์แมนยกธงว่า จักรพันธ์ล้ำหน้าไปก่อน

นาที 75 บุรีรัมย์ตัดสินใจถอนไคโอะ เฟลิเป้ ออกและส่งอังเดร โมริตช์ลงมาเล่นแทน

นาที 78 เมืองทองมาได้ประตูตีไข่แตกจนได้และเป็น อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ได้ยิงเรียดเสียบเสาแรกเข้าไปและเป็นสามเกมติดแล้วที่ AK9 ยิงใส่บุรีรัมย์ และช่วยให้กิเลนผยองไล่มาเป็น 1-2 และโค้ชแบนก็ส่งกษิดิ์เดช เวทยาวงษ์ลงมาเล่นแทนฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

และนาที 81 บุรีรัมย์ก็แก้เกมด้วยการส่งสุรีย์ สุขะลงไปเล่นแทน อนาวิน จูจีน

แต่แล้วนาที 83 บุรีรัมย์ก็มาได้ประตูนำห่างและเป็นดิโอโก้ ที่ยกไปเสาสองให้จักรพันธ์โขกโล่งๆเข้าไปให้ ปราสาทสายฟ้าหนีไปเป็น 3-1

ช่วงทดเจ็บ เมืองทองสามารถส่งลูกไปกองที่ก้นตาข่ายได้สำเร็จ จากจังหวะที่สารัชเปิดให้อดิศักดิ์โขกเข้าไป แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า และก็ไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกมเป็น บุรีรัมย์ที่ชนะไป 3-1 พร้อมกับคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทาน ก. เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน พร้อมยืดสถิติไม่แพ้ เมืองทองออกไปเป็น 20 นัด