รวมที่สุดแห่งการเซ็นสัญญา "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ในยุคบิ๊กเน

Goal!!! โกล ประเทศไทย ขอรวมที่สุดการเซ็นสัญญาสุดยอดเยี่ยมและการซื้อผู้เล่นสุดแย่ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นับจากการมาของลูกผู้ชายที่ชื่อ "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ
ปี 2553 เนวิน ชิดชอบ ชายผู้ประกาศลาขาดวางมือจากการเมืองและผันตัวเองมาสู่วงการฟุตบอล ได้เข้าครอบครองกิจการสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ฯ ในเวลานั้นหลายคนลูกหนังไทยคาดการณ์อย่างชัดเจนว่านั่นคือจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนต่อวงการลูกหนังไทย

ในช่วงเวลาที่ "เจ้าสัวระวิ" ระวิ โหลทอง นายใหญ่แห่งทัพกิเลนฯสั่งงาน "บิ๊กเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา แม่ทัพคู่กายนำพลพรรคนักเตะ เอสซี เมืองทอง ยูไนเต็ด เดินเครื่องล่าความสำเร็จอย่างเมามัน

"ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ของ "บารมีลูกหนัง" อรรณพ สิงห์โตทอง ดูเหมือนจะอ่อนกำลังลงแต่ยังเป็นเสือฟุตบอลไทยตัวจริงของวงการขาดเพียงถ้วยแชมป์มาเติมแรงใจ

"กระต่ายแก้ว" บางกอกกล๊าส เอฟซี ของ "น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์" ปวิณ ภิรมย์ภักดี ยังคงตั้งไข่นับหนึ่งกับวิธีการสร้างทีมฟุตบอลให้ขึ้นมาระดับท็อป

"มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน ของ ไบรอัน แอล มาร์ก้า ที่กลายเป็นมังกรขาดเชื้อเพลิงขาดแรงจูงใจในการล่าความสำเร็จเหมือนในอดีต

เนวิน ชิดชอบ กลายเป็นผู้ที่มาปฏิวัติ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้กลายเป็นคู่ต่อกรที่น่าเกรงขามของเหล่าสโมสรบรรดายักษ์ใหญ่เมืองไทย ด้วยการทุ่มเงินแบบไร้ขีดจำกัดซื้อผู้เล่นดาวดังมากมายเข้ามาเสริมทีมแบบที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น

เพียงแค่ปีแรกหลังจากเข้าดำรงตำแหน่ง มหาเศรษฐีจากแดนอีสานใต้ฯ ทุ่มเงินสนับสนุนให้ บุรีรัมย์ฯ สำหรับการซื้อนักเตะใหม่ไม่น้อยกว่า 100 ล้าน โดยเหล่าดาราแข้งเกรดเอชาวไทยและอิมพรอท์ต่างชาติชุดแรกที่พาเหรด กันมาสวมชุด "ปราสาทสายฟ้า" มีทั้ง สุเชาว์ นุชนุ่ม ,ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน , พิพัฒน์ ต้นกันยา ,"ดูดู้" หลุยส์ เอดูอาโด้ และ แอนเดอร์สัน โดส ซานโต๊ส เป็นต้น

นับจากนั้นเหล่าแข้งดาวดังเกรดเอไทยลีกและนักเตะระดับบีของทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่โค้ชโปร์ไฟร์สวยหรู ต่างเข้ามาอยู่ในชายคา "ปราสาทสายฟ้า" ผลัดเปลี่ยนตามวิถีลูกหนังตามนโยบายของ "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ คือ "ต้องเดินไปข้างหน้าและต้องสูงกว่าเดิม"

Goal โกล ประเทศไทย ขอรวมที่สุดแห่งการเซ็นสัญญาทั้งดีเยี่ยมและผิดพลาดนับตั้งแต่ การไฟฟ้า เปลี่ยนมาเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยโยกมาแดนอีสานใต้นำมาซึ่งการเป็นยอดทีมดังของเมืองไทยและเอเชียในปัจจุบัน

โดยในสุดสัปดาห์หน้าเราจะเสนอทีม "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และต่อไปๆจะเป็น "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี , "กระต่ายแก้ว" บางกอกกล๊าส เอฟซี และ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน

เซ็นยอดเยี่ยม


Cr. Buriram United

1.ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน - นายด่านฝีมือดีชาวนครราชสีมาหมดสัญญากับ บีอีซี เทโรศาสน และเตรียมย้ายไปร่วมทัพ ทีโอที เมื่อต้นปี 2010 ทว่าสัญญาของเขากับต้นสังกัดใหม่มีปัญหา จึงตัดสินใจย้ายตาม "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ มาร่วมทีม บุรีรัมย์

นายทวารฝีมือดีแห่งทัพ "ปราสาทสายฟ้า" ถือเป็นผู้เล่นรายแรกในยุคสร้างทีมของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จุดเด่นความเก่งในเรื่องอ่านเกม ตัดลูกกลางอากาศ และ การเซฟลูดจุดโทษ ถือเป็นอาวุธสำคัญในเกมรับ ที่ เนวิน ชิดชอบ ขาดไม่ได้

"แชมป์จอมเซฟ" ถือเป็นนักเตะรุ่นแรกที่ประสบความสำเร็จระดับสูงกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยการพาทีมเดินหน้าคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ ลีก 2012 และ 3 ถ้วยบอลไทย ทั้ง มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2011,2012 โตโยต้าลีกคัพ 2011,2012 และ ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ก. 2013

โดยในเกม เอเอฟซี ชปล นัดเพลย์ออฟ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน จัดการเซฟลูกจุดโทษ 3 ครั้งติดในเกมชนะ บริสเบน โรอาห์ 3-0 ทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทะยานขึ้นเป็นทีมเบอร์ 1 ของของไทยและอยู่ในระดับต้นของภูมิภาคเอเชียอีกด้วย


Cr. Buriram United

2.ออสมาร์ อิบันเญซ - แม้จะเป็นหนึ่งในสตาร์ยุคใหม่ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ไม่นาน แต่ผลงานที่ ออสมาร์ แสดงออกมาก็ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเซนเตอร์ฮาร์ฟกระทิงดุรายนี้คืออนาคตของ "บุรีโลน่า"

ออสมาร์ ย้ายจาก ราซิ่ง ซานตานเดร์ มาร่วมทัพ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อกลางปี 2012 แม้ไม่ได้ลงเล่นในศึกไทยพรีเมียร์ลีกปีดังกล่าว ทว่าเขาเป็นเป็นกุญแจสำคัญของทีมในการก้าวไปป้องกันแชมป์คว้าแชมป์มูลนิธิ ไทยคม เอฟเอ คัพ และ โตโยต้า ลีกคัพ

โดยในฤดูกาล 2013 ออสมาร์ ยังทำผลงานยอดเยี่ยมนำทีมสร้างชื่ิอเสียงดังไปทั่วโลกในศึก เอเอฟซี และกำลังมีโอกาสจ่อคว้าถ้วยไทยลีก 2013 แบบเต็มแก่


Cr. Buriram United

3.สุเชาว์ นุชนุ่ม - ปีกขวาหน้าหล่อของทีมชาติไทยย้ายจาก ทีโอที มาร่วมทัพ บุรีรัมย์ ตามคำชวนของกุนซือผู้มีพระคุณด้านลูกหนังอย่าง "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ

ปี 2010 เนวิน ชิดชอบ ยอมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลโดยให้ค่าเหนื่อยถึงเดือนละ 1.5 แสนบาท ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคเวลานั้น เพื่อปาดหน้ายักษ์ใหญ่หลายทีมในการ ซิว สุเชาว์ นุชนุ่ม กลับจาก เปอร์ซิป บันดุง ทีมในลีกอินโดนีเซีย มาสวมสีเสื้อเล่นให้กับทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนที่เขาจะตอบแทนผลงานด้วยการพาทีมกวาดถ้วยประดับตู้สโมสรมากมาย

"กบไซเบอร์" กัปตันทีม "บุรีโลน่า" ในยุคปัจจุบันถือว่าเป็นแข้งนักเตะที่ประสบความสำเร็จระดับสูงกับ บุรีรัมย์ มาตั้งแต่ยุคแรก ด้วยการพาทีมเดินหน้าคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ ลีก 2012 และ 3 ถ้วยบอลไทย ทั้ง มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2011,2012 โตโยต้าลีกคัพ 2011,2012 และ ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ก. 2013 รวมทั้งสร้างชื่อเสียงโด่งดั่งไปทั่วเอเชียด้วยการพา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนที่ลุยเข้ารอบถึง 8 ทีมสุดท้ายในถ้วย เอเอฟซี ชปล 2013


Cr. Buriram United

4.แฟรงค์ อาเชียมปง - ตอนที่ "ซูเปอร์แฟรงค์" ย้ายมาร่วมทีม บุรีรัมย์ ในฐานะดาวรุ่งของสโมสรเมื่อปี 2011 เนวิน ชิดชอบ นายใหญ่บุรีรัมย์เคยบอกว่าไอ้เด็กน้อยชาวกาน่าผู้นี้จะเป็นนักเตะต่างชาติที่จะแจ้งเกิดในเวทียุโรปและจะสร้างชื่อเสียงโด่งดั่งไปทั่วโลกในฐานะอดีตผู้เล่นทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในอนาคต

คำพูดของ "บิ๊กเน" ในตอนนั้นทำให้หลายๆคนรู้สึกแปลกใจและไม่คิดว่าแข้งระดับไทยลีกจะสามารถแจ้งเกิดในเวทียุโรปได้ หากเทียบศักยภาพและความเป็นจริงของบอลลีกไทย ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปกลายเป็นว่าคำพูดของ เนวิน ชิดชอบ เป็นจริง!

ปีกความเร็วสูงคู่หูฝั่งซ้ายของ "เจ้าอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน ทำให้แผงหลังคู่แข่งทุกทีมในไทยลีกยอมสยบ เมื่อเขาเป็นเครื่องจักรสังหารและเป็นอีกหนึ่งแข้งนักฟุตบอลชั้นดีแห่งไทยลีก การันตีด้วยดีกรี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ของดีจากแดนไทยพรีเมียร์ลีก

อาเชียมปง วัย 19 ปี ฝากผลงานแชมป์ 6 ในสีเสื้อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนย้ายไปเล่นในยุโรปให้ อันเดอร์เลชท์ แชมป์ลีกสูงสุดของเบลเยียม ด้วยราคา 1 ล้านยูโร หรือราว 39 ล้านบาท เมื่อต้นปี 2013 ซึ่งนับเป็นผู้เล่นจากไทยพรีเมียร์ลีกที่มีราคาค่าตัวสูงสุดและยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมหากสโมสร อันเดอร์เลชท์ขายให้กับสโมสรอื่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะได้รับส่วนแบ่งอีกส่วนหนึ่งอีกด้วย


Cr. Buriram United

5.อรรถพล ปุษปาคม - อาจไม่ใช่กรณีการเซ็นสัญญาซื้อผู้เล่น แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าหากไม่มีชายคนนี้เส้นทางความสำเร็จของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็อาจจะไม่ได้เดินมาถึงในจุดที่เป็นอยู่

กุนซือพูดน้อยผู้พา "กิเลนผยอง" คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2009 เข้ามารับตำแหน่งแทนที่ "โค้ชพงษ์" ธนเดช ฟูประเสริฐ เมื่อเดือน พ.ค. 2010 ก่อนพาทีมจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ไทยลีก และ รองแชมป์โตโยต้าลีกคัพ ในปีดังกล่าว

อย่างไรก็ตามในปี 2011 "โค้ชแต๊ก" อรรถพล ปุษปาคม สามารถนำ บุรีรัมย์ คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 3 ถ้วยได้เป็นทีมแรกของเมืองไทย (ไทยพรีเมียร์ลีก,โตโยต้าลีกคัพ และ มูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ) ก่อนสานต่อความสำเร็จในปี 2012 ด้วยการพาทีมป้องกันแชมป์บอลถ้วยสองใบไว้ในรังบุรีรัมย์

ในปี 2013 โค้ชแต๊ก พาทีมชูถ้วยฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ก. 2013 ก่อนจะประกาศอำลา "ปราสาทสายฟ้า" แบบช็อควงการลูกหนังไทยในเดือนพฤษภาคม 2013 ด้วยเหตุผลส่วนตัวเนื่องจากไม่สามารถทำตามนโยบายของสโมสร ก่อนจรดปากกาคุมทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี ทันทีหลังวางมือจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เพียง 2 วัน

เซ็นผิดหวัง


Cr. Buriram United

1.จอห์น แมรี่ - ชื่อเสียงของหัวหอกร่างยักษ์ลูกครึ่ง แคเมอรูน- ไนจีเรีย เป็นที่เลื่องลืออย่างมากในแถบแอฟริกา หลังทำผลงานร้อนแรงลงเล่น 61 นัดยิงได้ 23 ประตูกับการเล่นให้ ยูเนียล สปอร์ทีฟ เด ดัวร์อาล่า ทีมแชมป์ลีกสูงสุด 4 สมัยของประเทศแคเมอรูน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญา จอห์น แมรี่ เข้าทัพเมื่อเดือนมีนาคม 2012 ด้วยดีกรีระดับเป็นหนึ่งในเยาวชนชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ลุยศึกฟุตบอลโลกของทีมชาติแคเมอรูน ร่วมกับ ฟร็องค์ โอฮันด์ซ่า หลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่าเขาจะเป็นอาวุธหนักและเป็นอาวุธลูกกลางอากาศของ "ปราสาทสายฟ้า"

ทว่าเอาเข้าจริงการเล่นในเมืองไทยไม่เป็นเหมือนสมัยลีกบ้านเกิดและระบบของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นบอลพื้นระบบวันทัชเสียส่วยใหญ่ ทำให้ จอห์น แมรี่ ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้และต้องเดินออกจากบ้านแห่งโรงละครลูกหนังแห่งนี้ไปในที่สุด


Cr. Thai premierlegue

2.คนึง บุราณสุข - "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ยักษ์ใหญ่ไทยลีกตัดสินใจปล่อย คนึง บุราณสุข ออกจากทีมโดยขายให้กับ บุรีรัมย์ พีอีเอ เป็นเงินจำนวน 6 แสนบาท ด้วยเหตุที่ว่าแข้งเจ้าปัญหารายนี้ต้องการย้ายกลับบ้านเกิด

เวลานั้น "เจ้าบาร์" คนึง บุราณสุข แฮปปี้สุดๆที่ได้มาช่วย บุรีรัมย์ และ "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ ผจก.ทีมในเวลานั้น ก็แฮปปี้ได้ตัวริมเส้นฝีเท้าจัดจ้านเสริมทัพ โดยหวังว่าฝีเท้าดาวโรจน์รายนี้จะเป็นอาวุธของหนักของทีมในปี 2010

อย่างไรก็ตามชีวิตจริงในเกมลูกหนังกลับไม่สวยหรูเหมือนที่คิด เมื่อ "เจ้าบาร์" ไม่สามารถพิสูจน์ฝีเท้าตัวเองได้สมราคา ก่อนถูกโยกไปช่วยทีมน้อง บุรีรัมย์ เอฟซี และชื่อเสียงฝีเท้าก็หายไปตามกาลเวลา


Cr. Buriram United

3.มาร์โก้ เซ็ตโควิช - แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 สร้างความฮือฮาให้กับวงการซื้อขายนักเตะในช่วงตลาดเลกสองในปี 2012 ได้ไม่น้อย หลังจัดการเซ็นสัญญา 'เมสซีแห่งมอนเตรเนโกร'

"โค้ชแต๊ก" อรรถพล ปุษปาคม และ "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ หวังจะให้เพลเมกเกอร์รายนี้เข้ามาอุดช่องโหว่ในแดนกลาง ที่ช่วงเลกแรกค่อนข้างจะใช้โอกาสเปลือง แถมบรรดาพ่อค้าแข้งในแผงมิดฟิลด์ยังดูเหมือนกับแสดงอาการอ่อนล้าจากเกมที่มากขึ้น

อย่างไรก็ตามมิดฟิลด์ตัวรุกวัน 26 ปี ดีกรีทีมชาติมอนเตเนโกรมา ไม่สามารถงัดฟอร์มเทพออกมาได้ สุดท้ายกลายเป็นนักเตะตัวสำรองของทีมและถูกยกเลิกสัญญาไปในที่สุด


Cr. Buriram United

4.อีกอร์ บูร์ซาโนวิซ - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปาดหน้า ล็องส์ สโมสรชั้นนำในฝรั่งเศส เพื่อเซ็นสัญญา "ดาวยิงมอนเตเนโกร" มาร่วมทัพเมื่อเดือน ส.ค. 2012 แม้จะรู้ว่าเจ้าตัวไม่สามารถลงเล่นในปีดังกล่าวได้ เนื่องจากเลยช่วงเวลาตลาดซื้อขายนักเตะรอบสุดท้ายของไทยไปแล้วทำให้ไม่สามารถลงเล่นในรายการใดๆได้

อย่างไรก็ตาม "ปราสาทส่ยฟ้า" ก็หวังว่าอดีตแข้งดังของ นาโกย่า แกรมปัส จะเป็นแข้งหลักในฤดูกาล 2013 ทว่าโชคชะตาในการเซ็นสัญญาหนนี้ไม่เป็นผล เหมือนซื้อหวยแต่ถูกแค่รางวัลเลขท้ายสองตัว

เมื่อ อีกอร์ บูร์ซาโนวิซ ไม่สามารถพิสูจน์ฝีเท้าขั้นเทพได้เหมือนสมัยโด่งดังในเจลีกและไม่เข้ากับระบบของทีม ทำให้ บุรีรัมย์ จำต้องยกเลิกสัญญา และ ยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้ดาวยิงมอนเตเนโกรรายนี้แบบแค่ซ้อมเฉยๆราวครึ่งปี


Cr. Buriram United

5.พิพัฒน์ ต้นกันยา - บุรีรัมย์ สร้างเซอร์ไพรส์คว้าดาวยิงทีมชาติไทยอย่าง "เจ้าต้น" พิพัฒน์ ต้นกันยา โดยฉีกสัญญาที่เหลือจาก เปอร์ซิซัม ทีมในอินโดนีเซียลีกมาร่วมทัพทีมดังอีสานใต้ โดยได้ค่าเหนื่อยต่อเดือนสูงระดับต้นๆของเมืองไทยในยุคเวลานั้น

ชื่อเสียงดีกรีของ พิพัฒน์ ต้นกันยา คนลูกหนังก็เห็นแล้วว่าฝีเท้าของเขายิงระเบิดเถิดเทิงทุกทีมที่สังกัดทำประตูเป็นว่าเล่นและนั่นกลายเป็นความคาดหวังว่าดาวยิงทีมชาติไทยจะเข้ามาเป็นอาวุธร้ายแรงในแนวรุกบุรีรัมย์

อย่างไรก็ตามชีวิตจริงกลับไม่สวยหรูเหมือนในอดีต เมื่อ "เจ้าต้น" เจอปัญหามากมาย ทั้ง ความกดดัน อาการบาดเจ็บ ทั้งหลายทั้งปวง ทำให้แสงแห่งความเจิดจรัสของความหวังใหม่ค่อยๆ ดับวูบลง สุดท้ายต้องย้ายออกจากทีมไปตามวิถีฟุตบอล