ยีแถลง!! โต้จำนองที่ดินส.บอล ปัดหากำไรจากบ.ไทยลีก

บังยีแถลงข่าวรอบแรกตอบโต้ข้อกล่าวหานำที่ดินส.ฟุตบอลไปจำนอง พร้อมปัดไม่เคยหากำไรจากการตั้งบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก เตรียมตั้งโต๊ะอีกรอบชี้แจงกรณีแดอัน21พรุ่งนี้
วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดโต๊ะแถลงข่าวที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาหลายกรณีโดยเฉพาะข่าวล่าสุดเรื่องการนำที่บริเวณศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติหนองจอกไปจำนองกับธนาคาร รวมไปถึงการหาผลประโยชน์จากการตั้ง บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด

“บังยี" ได้ย้อนไปถึงการหยิบยกข้อกล่าวหาของ ลอร์ด เดวิด ทรีสแมน อดีตประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ที่ออกมาแฉว่าตนเองเป็นหนึ่งใน 4 ผู้บริหารของฟีฟ่าที่เรียกร้องรับสินบนค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดทีวีจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เพื่อแลกกับคะแนนเสียงในการโหวตเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2008 ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วกลับมาตีแผ่ตามสื่ออีกครั้ง

“เรื่องนี้มันจบไปตั้งแต่สมาคมฟุตบอลอังกฤษและฟีฟ่ามีการตรวจสอบโดยระบุว่าไม่มีข้อมูลใดๆจากคำกล่าวหาของทรีสแมน อีกทั้งผู้บริหารของสมาคมฟุตบอลอังกฤษเองก็ให้ปากคำว่าไม่มีความเกี่ยวข้อง และตอนนี้ผมได้ฟ้อง ลอร์ด ทรีสแมน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลระดับสูงในกรุงลอนดอน"


ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยสำเนาเอกสารโฉนดที่ดิน 2 ฉบับบริเวณศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติหนองจอก ซึ่งตนเองได้มอบไว้ให้กับสมาคมฟุตบอลโดยใช้เงินโครงการ “โกลด์ โปรเจ็ค” ของฟีฟ่า จำนวน 860,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26 ล้านบาท) ก่อสร้างขึ้นมาว่ามีการนำไปจำนองต่อธนาคารกสิกรไทย โดยมีชื่อนายวรวีร์เป็นผู้ให้สัญญานั้น

นายวรวีร์ กล่าวว่า "วันนี้ผมได้นำโฉนดที่ดินตัวจริงซึ่งมีสภาพเก่าแก่มา (โชว์โฉนด 3 ฉบับให้ผู้สื่อข่าวดู) ซึ่งมีเนื่อที่ 17 ไร่ 3 งาน 27 ตารางวา รวมมูลค่า 200 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักฐานว่าไม่ได้มีการนำไปจำนองที่ไหน เพราะหากมีการจำนองจริงจะต้องมีการจดทะเบียน และที่สำคัญด้านหลังของโฉนดระบุไว้อย่างชัดเจนว่าผมได้มอบไว้เป็นสมบัติของสมาคมฟุตบอลฯ ห้ามมิไห้สมาคมฟุตบอลฯโอนต่อไปภายใน 30 ปี ถ้ามีการละเมิดโดยการมอบให้หรือขายให้กับผู้อื่นที่ดินดังกล่าวจะตกเป็นของ การกีฬาแห่งประเทศไทยทันที"

“เงินที่นำมาสร้างศูนย์ฝึกฯหนองจอกนี้จริงๆเป็นเงินของเราไม่ใช่ฟีฟ่า เงินของฟีฟ่านั้นใช้ในการสร้างสนามหญ้าเทียม และอาคารประชุมซึ่งทางฟีฟ่าเป็นผู้จัดการเอง เราไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการด้วย ผมก็ไม่รู้ว่าจะมากล่าวหาอะไรผม เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์จากฟีฟ่าก็มีที่มาที่ไปชัดเจน" ประมุขลูกหนังไทยกล่าว

นอกจากนี้นายวรวีร์ยังตอบโต้คำพูดที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) ที่ให้ข่าวว่าสมาคมฟุตบอลฯอาจจะถูกยุบเพราะทำผิดข้อบังคับโดยการตั้งบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ขึ้นมาเพื่อแสวงหากำไรให้กับผู้บริหารภายในสมาคมฯนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริงและคำกล่าวนี้ทำให้สมาคมฟุตบอลเสื่อมเสียมาก

ในประเด็นนี้ "บังยี" ได้ให้ นายวีระ คำมี ที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายของสมาคมฟุตบอลฯ ชี้แจงว่า "บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ก่อตั้งขึ้นไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปันกันในหมู่สมาชิกหรือผู้ถือหุ้น แต่ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพโดยมีสมาคมฟุตบอลเป็นผู้ดูแลตามเจตนารมณ์ของเอเอฟซี ซึ่งในส่วนนี้สมาคมฟุตบอลฯก็ไม่ได้เข้าไปดูแลเรื่องรายได้ แต่มีบริษัทอื่นมาบริหารจัดการให้ เพราะฉะนั้นข่าวที่ว่าสมาคมฟุตบอลฯจะถูกยุบ ดูจะเป็นการกล่าวหาฝ่ายเดียวมากกว่า"

นายวรวีร์ เสริมว่า "เมื่อ 4-5 ปีที่แล้วตอนก่อตั้งบริษัททีพีแอลเราไม่อาจรู้ได้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว เพราะเรารับแนวทางมาจากเอเอฟซี จึงต้องใช้คนของสมาคมฟุตบอลฯเข้ามาเป็นผู้บริหาร สมมุติว่าเราไปเอาคนอื่นมาจะเป็นปัญหามากกว่า ที่สำคัญบริษัท พรีเมียร์ลีก ในอังกฤษหรือญี่ปุ่น และหลายๆประเทศก็มีคนภายในสมาคมฯเป็นผู้บริหารเช่นกัน ไม่ได้ผิดแปลกอะไร"

ในการประชุมครั้งนี้มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศทั้งจาก เอพี และ รอยเตอร์ส เข้าร่วมสังเกตุการณ์ด้วย นายวรวีร์ จึงถือโอกาสแก้ไขข้อมูลจากสื่อต่างประเทศที่นำเสนอว่าถูก กมธ.ป.ป.ช. เรียกไปสอบสวนเรื่องคอรัปชั่น "ประเด็นในวันนั้นมันไม่มีเรื่องคอรัปชั่นมาเกี่ยวข้อง ผมเพียงแค่ไปชี้แจงเรื่องภาษี และการดำเนินงาน,ปัญหาของสมาคมฟุตบอลเท่านั้น"

อย่างไรก็ตามกรณีที่ บริษัท แดอัน 21 จำกัด ของเกาหลีใต้ ฟ้องร้องสมาคมฟุตบอลฯ ข้อหาฉ้อโกงนั้น นายกสมาคมลูกหนังไทย กล่าวว่าจะขอตั้งโต๊ะแถลงอีกรอบในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.55) รวมไปถึงข้อสงสัยเรื่องคลับไลเซนซิ่งของเอเอฟซีด้วย โดยให้เหตุผลว่าหากพูดทั้งหมดเกรงจะใช้เวลามากเกินไป