BREAKING : เพื่อนตำรวจไม่ผ่านคลับไลเซนซิ่ง พักทีม1ปี

ทีพีแอล ตัดสินให้การขอคลับไลเซนซิ่ง ของเพื่อนตำรวจไม่ผ่านเงื่อนไข หลังไม่มีเงินประกัน 50 ล้านบาท ต้องพักทีม1ปี โดยต้องทำแผนการเงินใหม่เพื่อกลับมาเล่น ด.1 ฤดูกาล 2017

นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฏหมายสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ ประธานคณะกรรมการฉุกเฉินพิจารณาคลับไลเซนซิ่งของสโมสรที่มีปัญหาตกค้าง พร้อมด้วย ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานไทยพรีเมียร์ลีก ร่วมกันแถลงข่าวผลการอุทธรณ์ของ เพื่อนตำรวจ แชมป์ยามาฮ่าลีกวันปีล่าสุด หลังยื่นเอกสารขอใบอนุญาตสโมสรก่อนเดดไลน์เมื่อเวลา 17.00 น. (8 กุมภาพันธ์ 2016)

ภายหลังการพิจารณาทีพีแอลมีมติว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตสโมสรหรือคลับไลเซนซิงให้ "สุภาพบุรุษโล่เงิน" ได้เนื่องจากไม่มีหนังสือรับรองจากนักกีฬาว่ามีการชำระเงินค่าจ้างเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งไม่สามารถหาเงินการันตีจำนวน 50 ล้านบาทได้ จึงต้องพักทีม 1 ปี และใช้เวลานี้ดำเนินการจัดทำเอกสารใหม่เพื่อกลับมาเล่นดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2017

ประธานฝ่ายกฏหมายของสมาคมกล่าวว่า "จากที่ผมได้รับรายงานทางเอกสารของสโมสรเพื่อนตำรวจตั้งแต่วันที่ 5 ทาง TPL ก็ทำการประชุมร่วมกัน กำหนดเงื่อนไขต่างๆ ที่ให้ทางเพื่อนตำรวจดำเนินการตั้งแต่ข้อ 2.1 – ข้อ 2.7 สาระสำคัญก็คือเรื่องของการที่สโมสรได้มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจการใดๆ ก็ดี เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่หรือภาษีอากร มันก็มีข้อ 2.5 ว่า จะต้องมีหนังสือรับรองจากนักกีฬาที่ได้รับค่าจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้วเป็น รายบุคคล พร้อมแนบเอกสารหลักฐานการชำระเงินกับนักกีฬาดังกล่าว และทั้งนี้นักกีฬาจะต้องรับรองว่าไม่นำเรื่องนี้ไปฟ้องคดีทั้งแพ่งและอาญา และระงับผลการร้องเรียนทั้งหมดต่อสมาคมฯ และบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก"

"และในข้อต่อไป มีการรับรองว่าบริษัท โล่ห์เงิน ไม่มีปัญหาทางการเงินตามคลับ ไลเซนซิ่งข้อ F.05 จะต้องมี FUTURE FINANCIAL ประกอบด้วย จะต้องมีการทำหนังสือแบงค์การันตีจำนวน 50 ล้านบาท
ในทั้ง 7 ประเด็น ที่เราหารือกัน ก็จะมีหลายๆ ส่วนที่ได้ดำเนินการมาแล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการมา จะเห็นได้ว่าข้อ 2.5 เรื่องหนังสือรับรองจากนักกีฬาที่ได้รับค่าจ้าง ก็เป็นเรื่องที่ยังไม่ได้ สองก็คือเรื่องของแบงค์การันตี ซึ่งอาจจะมีการโต้แย้งจากทางเพื่อนตำรวจว่ามันเป็นคนละเงื่อนไขกับ 20 ล้านที่การันตี"

"หนังสือฉบับสุดท้ายที่ส่งมา จะมีถ้อยคำที่เรียนว่า “บริษัทขอเรียนความคืบหน้าว่าได้มีการตกลงกับผู้ร่วมลงทุน และมีความพร้อมที่จะวางหนังสือค้ำประกันธนาคาร 20 ล้าน และพร้อมที่จะจ่ายหนี้ที่คงค้าง คงเหลือเพียงแบงค์การันตี 50 ล้านบาทที่ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน”

"ซึ่งตรงนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญที่เราเอามาพิจารณาด้วยครับว่าเมื่อไม่สามารถดำเนินการในส่วนตรงนี้ได้ และในเรื่องของการค้างจ่ายนักเตะ ก็ยังไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จเสร็จสิ้นได้ทั้งหมด กรณีต่างๆ ในแบบนี้ ผมขอเรียนแบบนี้ครับว่า การมีแบงค์การันตี 50 ล้านบาทเพื่ออะไร เพื่อเป็นหลักค้ำประกันไว้เผื่อในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ร่วมลงทุน หรืออาจมีนักเตะมาฟ้องร้องต่อไทยพรีเมียร์ลีกหรือสมาคมฟุตบอล เงินการันตีตัวนี้จะเป็นการรับรองและคุ้มครองว่าสามารถลงเตะได้ครบทุกแมตช์ 306 แมตช์ ที่มีการถ่ายทอดทั้งหมดโดยทรู"

"มีคณะกรรมการเรื่องสิทธิประโยชน์ท่านหนึ่งบอกเราว่า ถ้าวันนี้เรารับสโมสรที่มีปัญหากลางทาง เข้ามาทำให้เกิดปัญหาระหว่างฤดูกาล มันมีความเสี่ยงที่จะทำให้ไทยพรีเมียร์ลีก และสมาคมฯ โดนฟ้องร้องจากบริษัทที่ดูแลสิทธิประโยชน์ เกิดการแข่งขันไม่ครบถ้วนตามจำนวนที่เค้าจ่ายให้เรา 600 กว่าล้านต่อปีตามข้อตกลง”

"เมื่อเราเล็งเห็นปัญหาตรงนี้แล้วก็มีความจำเป็นที่จะต้องขอแจ้งให้กับทาง เพื่อนตำรวจทราบว่า เราคงไม่สามารถดำเนินการออกคลับไลเซนซิ่งให้กับทางเพื่อนตำรวจได้อย่าง แน่นอนนะครับ อันนี้ต้องเรียนให้ทราบว่าเราเองก็มีความเสียใจนะครับ เพราะเราเองก็อยากที่จะดำเนินการให้ท่านได้อยู่ในไทยพรีเมียร์ลีก เราเล็งเห็นความทุ่มเทของทุกๆ ท่าน ทั้งทางพี่ย้อย (พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา) ก็ดี น้องๆ ที่นั่งตรงนี้ก็ดี ผมเองก็รับบทหนักที่สุดที่มานั่งตรงนี้"

"ตรงนี้ถ้าถามว่าผมมีความรู้สึกอยากให้เพื่อนตำรวจอยู่ต่อมั้ย ต้องบอกว่าอยากให้อยู่ต่อมาตลอดนะครับ แต่ในเมื่อเป็นระบบคณะกรรมการแล้วเนี่ย เราไม่สามารถผ่านตรงนี้ไปได้"

"ฉะนั้นวันนี้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนพี่ๆ น้องๆ เพื่อนตำรวจว่า คณะกรรมการไม่สามารถออกใบอนุญาตคลับไลเซนซิ่งให้กับสโมสรเพื่อนตำรวจได้ คำถามต่อจากนี้ก็คือว่า แล้วท่านจะไปอยู่ตรงไหน ลีกไหนต่อไป"

"ก็มีมติออกมาว่า ในเลกต่อไป ครึ่งเลก ให้ทางสโมสรเพื่อนตำรวจมาจัดทำเอกสารให้ครบถ้วน มาทำแผนใหม่โดยใช้เวลาในปีที่กำลังจะเริ่มนี้ เพื่อให้เพื่อนตำรวจอยู่ในดิวิชั่น 1 ต่อไป หากไม่มีคลับไลเซนซิ่ง ตัวดิวิชั่น 1 ก็ไม่สามารถลงได้อยู่ดี"