จากกาน่าสู่ไทย!ชลบุรีตีแผ่ชีวิต "ปริ๊นซ์" ก่อนเฉิดฉายบนไทยลีก

ฉลามชลตีแผ่ชีวิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกองหน้าดาวรุ่งของทีมแบบหมดเปลือก ก่อนขึ้นมาฉายแสงบนโตโยต้า ไทยลีก

ชลบุรี เอฟซี ตีแผ่เรื่องราวชีวิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของ ปรินซ์ อัมปองซ่า กองหน้าดาวรุ่งของทีม ก่อนที่ล่าสุดจะขึ้นมาเฉิดฉายบนโตโยต้า ไทยลีก ช่วงเลกสองท่ามกลางความเซอร์ไพรส์ของแฟนบอล

กองหน้าดาวรุ่งชาวกาน่าเพิ่งถูกฉลามชลดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ช่วงเลกสองแทน คิม โช โร ที่ถูกถอดชื่อออกจากโควต้าต่างชาติ แม้ช่วงแรกจะโดนวิจารณ์ไม่น้อยแต่ล่าสุดเจ้าตัวกลับโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเหลือเชื่อ ยิงไปแล้ว 3 ประตูจาก 5 เกมหลังสุด

ขณะที่ ชลบุรี เอฟซี ตีแผ่เรื่องราวของเจ้าตัวว่า "ไล่เรียงความเป็นมาของดาวเตะชาวกาน่ารายนี้ คนแรกที่ได้ทาบทาม “ปรินซ์” เข้ามาก็คือ “เสี่ยเจี๊ยบ” ชูพงษ์ จักรบวรพันธ์ ผจก.ทีม พานทอง เอฟซี ที่เจ้าตัวเล่าถึงเรื่องราวของแข้งรายนี้ว่า

“ย้อนเวลาไปเมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมกับ โค้ชโบ้ จักรพันธ์ ปั่นปี ที่เวลานั้นเป็นโค้ชใหญ่ พานทองฯ และ มาสเซอร์ตาล (ตาล นครดี) ก็ได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองท่านหนึ่งจาก รร.อสช.ศรีราชา ว่ามีนักเตะต่างชาติ 3-4 ราย เผื่อ พานทอง สนใจเอาไปทดสอบฝีเท้า และหนึ่งในนั้นมี “ปรินซ์” รวมอยู่ด้วย"

“ผมจึงได้คุย กับ โค้ชโบ้ ว่าจะให้แข้งต่างชาติเหล่านี้มาทดสอบฝีเท้า และวันทดสอบก็มากันเพียง 3 ราย โดย ปรินซ์ อยู่ใน 3 รายนี้”

“ช่วงนั้นทีม พานทองฯ เพิ่งกำเนิดทีมใหม่ใน ดิวิชั่น 2 ผม และ โบ้ ต้องการกองหน้าที่ รวดเร็ว และแข็งแกร่ง พอเห็น ปรินซ์ เล่นเท่านั้นแหล่ะ ผม และ โบ้ ตัดสินใจเอาเลย และ ปรินซ์ ก็เป็นนักเตะต่างชาติเพียงคนเดียวจาก 3 รายที่ผมเลือก” เสี่ยเจี๊ยบ เกริ่นนำ

การเริ่มต้นของ “ปรินซ์” นั้น ค่อนข้างวาบหวิวในชีวิตค้าแข้ง และจุดเริ่มของ “ปรินซ์” ก็คือการเสี่ยงโชค และเลือกที่จะบินมาจาก “กาน่า” บ้านเกิด เข้ามาเล่นฟุตบอลในเมืองไทย และเลือกที่จะฝากชีวิตไว้กับครอบครัว “ฉลามชล” โดยมี “เสี่ยเจี๊ยบ” ผจก.ทีม พานทอง และ “โค้ชโบ้” ที่เป็นผู้ตัดสินใจเลือก “ปรินซ์” เข้ามาสู่ครอบครัว “ฉลาม”

“ผม กับ โบ้ เห็น ปรินซ์ ลงสนามเพื่อทดสอบฝีเท้าแล้ว ผมตัดสินใจเอาทันที ปรินซ์ มีความเร็วสูง มีทักษะและเทคนิคที่ยอดเยี่ยมกว่าเด็กไทย และตอนนั้นผมต้องการศูนย์หน้าที่เอาตัวรอดเก่ง และมีความเร็ว ปรินซ์ สามารถไปกับบอลได้ด้วยตัวคนเดียว และเอาตัวรอดเก่ง พูดง่ายๆ ถ้าเกมเราตื้อๆ เพื่อนโยนบอลให้ ปรินซ์ ไปยิงประตู ผมว่าปรินซ์ต้องทำได้แน่ และสำคัญที่สุดตอนนั้นผมรู้แค่ว่า ปรินซ์ เกิดปี 1996 หรือ พ.ศ.2539 เท่านั้น ซึ่งถ้าย้อนไปเวลานั้นก็น่าจะอายุราว 17 ย่าง 18 ปี แต่เล่นได้ขนาดนี้”

“ซึ่งพอผมตัดสินใจเอา ปรินซ์ มาเล่นให้กับทีม พานทอง ในปี 2014 ตอนนั้นเงินเดือน เขาแค่ 12,000 บาทเอง มีเบี้ยเลี้ยงซ้อม นอนแคมป์นักเตะ คนที่เอาแนะนำให้ ปรินซ์ มาเมืองไทยก็คือ คริสโตเฟอร์ เอนิน ชาวกาน่า และค้าแข้งอยู่กับทีมสมุทรปราการ เอฟซี ในดิวิชั่น 2 แต่ตอนนี้ เอนิน เลิกเล่นบอลไปและกลับประเทศกาน่า ไปแล้ว”

ทั้งหมดคือคำพูดของ “เสี่ยเจี๊ยบ” ชูพงษ์ จักรบวรพันธ์ ผจก.ทีม พานทอง ผู้ที่เสมือนดึง “ปรินซ์” เข้าสู่ ครอบครัวฉลามชล เป็นคนแรก

จากนั้น ธิติกร อาจวาริน เลขาสโมสร ชลบุรี เอฟซี ก็ได้พูดถึงเรื่องราวของ “ปรินซ์” หลังจากที่เจ้าตัวมาสู่ทีม "ฉลามชล”

“ปรินซ์ เกิดที่ อัคครา เมืองหลวงของกาน่า ก่อนมาอยู่ พานทอง ปรินซ์ ไม่เคยเล่นฟุตบอลอาชีพมาก่อนเลย ปรินซ์ เติบโตมาพร้อมกับพวก วรชิต, สหรัฐ และ สิทธิโชค เล่นฟุตบอลกับทีม พานทอง, ศรีราชา-บ้านบึง รวมไปถึงฟุตบอลเยาวชนโค้กคัพ ทำให้ ปรินซ์ คือนักเตะจากอคาเดมี่คนแรกที่เป็นชาวต่างชาติและได้ขึ้นชุดใหญ่”

“ปรินซ์ เข้ามาอยู่รั้วอคาเดมี่ชลบุรี รวมเกือบ 3 ปี เขาเปรียบเสมือนเด็กสร้างของอคาเดมี่ชลบุรี ได้เล่นกับโค้ชเก่งๆ มากมาย ได้แก่ “โค้ชโบ้” จักรพันธ์ ปั่นปี, “โค้ชก้าง” นฤพล แก่นสน และ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ปธ.พัฒนาเทคนิค ชลบุรี เอฟซี และ อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิคทีมชาติไทย ที่ช่วยกันพัฒนาฝีเท้าให้กับปรินซ์

“ปรินซ์เป็นเด็กนิสัยดี และกตัญญู เงินที่ได้จากการเล่นฟุตบอล จะส่งกลับไปให้ครอบครัวที่กาน่าเสมอ เขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย วันที่ ปรินซ์ รู้ตัวว่าจะได้เล่น ชลบุรี เขากำลังนั่งรถเมล์ไปบ้านบึง เพื่อไปซ้อมกับเด็กอคาเดมี่ ผมติดต่อไปบอกเขาว่า พรุ่งนี้ให้มาซ้อมกับชลบุรี และใส่ชื่อคุณเล่นไทยลีกแล้ว”

“ปรินซ์ มีพรสวรรค์ มีทัศนคติที่ดี ผู้ใหญ่ในทีมทุกคน รวมไปถึงโค้ชเทิด พร้อมที่จะสนับสนุนเขาขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ ตามนโยบาย REBOOT ไม่มีใครสงสัยความสามารถของเขา แต่เซอร์ไพรส์ตรงที่เขาคว้าโอกาสมันได้อย่างรวดเร็ว และผมก็เชื่อว่า ปรินซ์ คือนักเตะต่างชาติที่ค่าเหนื่อยน้อยที่สุดในเวทีไทยลีกอย่างแน่นอน” ธิติกร เลขาฯ ชลบุรี เอฟซี กล่าว