ข่าว ไลฟ์สกอร์

Rank it Up : 10 ยอดซูเปอร์ซับในโลกลูกหนัง


โดย พลพงศ์ จันทร์อัมพร GOAL
kim.junumporn@gmail.com
ติดตาม @KimJunumporn ทาง twitter

10. ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ชิชาร์ริโต้

ดาวยิงชาวเม็กซิกันสร้างชื่อในฐานะซูเปอร์ซับนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในยุโรปกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทำประตูสำคัญๆ มาแล้วมากมายให้ทีมปีศาจแดงรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ รวมถึงคว้าชัยได้อีกหลายต่อหลายนัด

อย่างไรก็ดี เจ้าตัวดูเหมือนจะไม่แฮปปี้กับบทบาทนี้ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เท่าไหร่นัก และเพิ่งตัดสินใจย้ายไปเล่นในสเปนกับ เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัว และทำไปแล้ว 2 ประตู จากการลงสนามเพียง 52 นาที ใน 3 เกม เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นบทบาทในฐานะตัวสำรองทั้งสิ้น

9. เอดิน เซโก้

กองหน้าชาวบอสเนียย้ายมาอยู่กับเรือใบสีฟ้า ด้วยดีกรีดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรโวล์ฟบวร์ก ทว่าไม่อาจเบียดแทรกคาร์ลอส เตเบซ และอเกวโร กุน ขึ้นเป็นผู้เล่นตัวจริงได้ ในช่วงแรกของการค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก จนมีข่าวลือออกมาว่าเจ้าตัวอยากย้ายสโมสรอยู่หลายต่อหลายครั้ง

อย่างไรก็ดี ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่และการทำประตูที่เฉียบคม ทำให้เซโก้ เป็นทีเด็ดอยู่บ่อยครั้งในยามที่ถูกส่งลงมาในสนาม และจากผลงานอันยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอของเจ้าตัวนี่เอง ส่งผลให้เขาเริ่มมีโอกาสได้เป็นตัวจริงบ่อยครั้งขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่อเกวโร กุน สภาพร่างกายยังไม่ฟิตพร้อมดี

8. ลาร์ส ริคเคน

ดาวรุ่งแห่งวงการลูกหนังเยอรมันในยุคนั้นมีเทคนิคอันยอดเยี่ยมและโดดเด่นไม่แพ้ใคร ทว่ากลับได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงไม่มากนัก อย่างไรก็ดี ด้วยทักษะและพรสวรรค์ที่เขามีก็ทำให้เจ้าตัวเป็นทีเด็ดช่วยทีมได้อยู่เสมอๆ เวลาลงมาเล่นเป็นตัวสำรอง

ผลงานนัดหนึ่งที่แฟนบอลส่วนใหญ่จำกันได้ดี คือการทำประตูชัยดับยูเวนตุสในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 1997 ซึ่งประตูดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เขาถูกเปลี่ยนลงมาในสนามเพียง 16 วินาทีเท่านั้น

7. ทอเร อังเดร โฟล

อดีตกองหน้าร่างโย่งของทีมเชลซี มีทั้งรูปร่างที่สูงใหญ่และทักษะการครองบอลที่ยอดเยี่ยม ทว่ากลับต้องนั่งเป็นตัวสำรองของจานฟรังโก โซลา, จานลูก้า วิอัลลี และมาร์ค ฮิวส์ ที่ได้รับโอกาสลงสนามบ่อยครั้งกว่าในช่วงนั้น

อย่างไรก็ดี โฟลก็ทำประตูให้สิงโตน้ำเงินครามไปได้ไม่น้อยทีเดียว โดยเขายิงได้ 50 ประตูตลอดระยะเวลาค้าแข้งในสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดย 13 ประตูจากจำนวนดังกล่าวมาจากการเป็นตัวสำรอง

6. อัลวาโร เรโคบา

กองหน้าเท้าซ้ายสังหารของทีมชาติอุรุกวัย ต้องเจอทั้งการแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงกับบรรดาซูเปอร์สตาร์ในทีมอินเตอร์ มิลาน, การปรับตัวเข้ากับฟุตบอลยุโรป และปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้เขามีโอกาสได้เล่นเป็นตัวจริงไม่มากนักตลอดเวลาที่ค้าแข้งอยู่กับทีมงูใหญ่

ทว่าด้วยพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมในการเล่นลูกตั้งเตะ ไม่ว่าจะเปิดลูกเตะมุมหรือยิงฟรีคิก ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง รวมถึงทักษะในเชิงลูกหนังที่ยอดเยี่ยมของเรโคบา ทำให้เขาเป็นซูเปอร์ซับที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยทีเดียว ยามที่ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง

5. เอ็นวานโก คานู

กองหน้าทีมชาติไนจีเรียเป็นตัวเลือกรองจากนิโกลาส์ อเนลก้า, เดนิส เบิร์กแคมป์ และเธียร์รี อองรี ในแนวรุกมหากาฬสมัยที่อาร์เซน เวนเกอร์ ยังพาลูกทีมท้าทายความสำเร็จในพรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างสูสี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทักษะในเชิงลูกหนังของเขาสู้กับนักเตะอีกสามรายไม่ได้แต่อย่างใด

แฟนบอลทีมอื่นอาจจะหลงลืมไปบ้างว่าคานูเป็นตัวสำรองที่ยอดเยี่ยมเพียงใด แต่คงไม่ใช่สำหรับแฟนๆ อาร์เซนอล และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คงไม่ใช่สำหรับแฟนเชลซี เมื่อเขาเคยถูกเปลี่ยนลงมาในครึ่งหลัง และทำแฮตทริคช่วยให้ทีมพลิกกลับมาเอาชนะสิงห์บลูไปได้ 3-2 ทั้งที่ตอนแรกปืนใหญ่เป็นฝ่ายตามอยู่ถึงสองประตู

4. เจอร์เมน เดโฟ

เจอร์เมน เดโฟ อาจไม่ใช่นักเตะที่ประสบความสำเร็จมากมายนักในชีวิตค้าแข้ง และอาจไม่ใช่ชื่อแรกๆ ที่แฟนบอลส่วนใหญ่นึกถึง เมื่อพูดถึงคำว่า "ซูเปอร์ซับ" แต่เมื่อลองมาดูที่ตัวเลข คุณจะพบสถิติที่ไม่น่าเชื่อของเขา และแน่นอนว่า คำกล่าว "ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร" ยังคงใช้งานได้เสมอๆ

เดโฟ เป็นผู้เล่นที่ครองสถิติทำประตูสูงสุดในฐานะตัวสำรอง ทั้งบนเวทีพรีเมียร์ลีกและทีมชาติ โดยเจ้าตัวทำได้ถึง 20 ประตู ยามลงสนามในฐานะตัวสำรองบนเวทีลีกสูงสุดของอังกฤษ รวมถึงในทีมชาติสิงโตคำราม เขาก็เป็นเจ้าของสถิติยิงได้มากที่สุดในฐานะตัวสำรองเช่นกัน เมื่อกองหน้าวัย 31 ปีรายนี้ ทำได้ถึง 7 ประตูด้วยกัน เวลาถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรอง

3. กุนเทอร์ เน็ตเซอร์

อดีตตำนานฟุตบอลเมืองเบียร์ที่เคยเล่นให้ทั้งโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค และเรอัล มาดริด รวมถึงประสบความสำเร็จอย่างมากมาย แม้ว่าจะไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงบ่อยนัก ผลงานที่น่าจดจำที่สุดของเน็ตเซอร์ในฐานะตัวสำรอง คือการถูกเปลี่ยนลงมาเล่นในนัดชิงชนะเลิศเยอรมันคัพเมื่อปี 1973 ที่เขาทำประตูชัยให้ทีมสิงห์หนุ่มชนะไปในเกมนั้น ทั้งที่เหตุผลซึ่งโค้ชเลือกดร็อปเขาในเกมดังกล่าว เป็นเพราะเจ้าตัวเพิ่งเสียมารดาไป จึงยังไม่น่ามีสภาพจิตใจพร้อมลงสนามนั่นเอง

2. เดวิด แฟร์คลัฟ

ผู้เล่นในยุคทองของลิเวอร์พูลช่วง 1970s ถึง 1980s ที่มีทั้งทักษะและความสามารถในการทำประตูที่ยอดเยี่ยม ทว่าเมื่อเทียบกับคู่ขามหาภัยอย่าง เควิน คีแกน และจอห์น โตแช็ค เขาก็ต้องนั่งอยู่ที่ข้างสนามตามระเบียบ

อย่างไรก็ดี แฟร์คลัฟก็ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดซูเปอร์ซับคนหนึ่งของวงการลูกหนัง และมีส่วนสำคัญไม่น้อยสำหรับความสำเร็จมากมายของลิเวอร์พูล เมื่อเขาทำได้ถึง 18 ประตู จากการลงสนามให้ทีมในฐานะตัวสำรองทั้งสิ้น 62 นัดด้วยกัน

1. โอเล กุนนาร์ โซลชาร์

เมื่อกล่าวถึงคำว่า "ซูเปอร์ซับ" ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คงไม่มีใครเหมาะกับนิยามดังกล่าวมากไปกว่า "เพชฌฆาตหน้าทารก" โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ อีกแล้ว เมื่อดาวเตะหมายเลข 20 เคยทำได้ถึง 4 ประตู ในเวลาเพียง 19 นาทีที่ลงสนามพบน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เมื่อปี 1999

นอกจากนี้ เขายังเป็นคนทำประตูชัยในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ปี 1999 ที่ปีศาจแดงพลิกกลับมาแซงบาเยิร์น มิวนิค ได้แบบสุดเหลือเชื่อ 2-1 ทั้งที่ถูกเสือใต้ไล่ต้อนอยู่แทบจะตลอดทั้งเกม และแน่นอนว่าประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในฐานะที่เจ้าตัวเป็นตัวสำรองในเกมนั้นเช่นกัน

 

ติดตาม พลพงศ์ จันทร์อัมพร ทาง