10 วอนเดอร์คิดส์ไทยลีก โดย โกล ประเทศไทย

ทุกทีมล้วนมีนักเตะดาวรุ่งให้ฟูมฟักเพื่อเป็นแข้งกำลังหลักของทีม Goal ขอเสนอ 10 แข้งอนาคตไกล พร้อมแจ้งเกิดบนไทยพรีเมียร์ลีกอนาคตอันใกล้นี้
หลายปีที่ผ่านมามีผู้เล่นดาวรุ่งหลายคนแจ้งเกิดมากมายบนเวทีไทยพรีเมียร์ลีก อาทิ ชนาธิป สรงกระสินธ์ , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา (บีอีซี เทโรฯ) , นูรูล ศรียานเก็ม , วานิช ใจแสน (ชลบุรีฯ) , ปกเกล้า อนันต์ , ปกรณ์ เปรมภักดิ์ , ภิญโญ อินพินิจ (อินทรีเพื่อนตำรวจ) , กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , ปฐมพล เจริญรัตนภิรมย์(เมืองทองฯ)

โดยแข้งดังเหล้านี้ล้วนเป็นรากฐานสำคัญของวงการฟุตบอลยุคทอง อย่างไรก็ตามยังมีแข้งดาวรุ่งอีกมากมายพร้อมก้าวขึ้นมาสู่ศึกไทยพรีเมียร์ลีก

โกล ประเทศไทย ขอนำแข้ง "วันเดอร์คิด" รุ่นเล็กหน้าใหม่อนาคตน่าจับตามองมารวมไว้ที่นี่

1. ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


อดีตเด็กสร้าง เจเอ็มจี อะคาเดมี่ ไทยแลนด์ ของ อาเซน่อล อย่าง "เจ้าเบนซ" ถือเป็นอีกหนึ่งแข้งอนาคตไกลที่ " บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ หวังขัดเกลาฝีเท้าให้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้ทัพ "ปราสาทสายฟ้า" ชุดใหญ่ในอนาคต ซึ่งอดีตที่ผ่านประสบความสำเร็จกับเกมลูกหนังระดับเยาวชนมาแล้วมากมายทั้งการคว้า ฟุตบอลกรมพละ 12 ปี ถ้วย ก (อัสสัมชัญ ธนบุรี) และ แชมป์ไนกี้คัพ รอบประเทศ (กรุงเทพคริสเตียน)

ขณะเดียวยังผ่านการรับใช้ชาติมาแล้วไล่ตั้งแต่อายุ 12 ปี ซึ่งผ่านรายการสำคัญและคว้าแชมป์มามากมายเช่น ไซตามะ คัพ ที่ญี่ปุ่น ปี 2551 , 16 ปี แชมป์เอเอฟเอฟ ที่ลาว และปัจจุบันติดทีมชาติไทยชุด 19 ปี ของ สะสม พบประเสริญ พร้อมกันนี้ยังเป็นหนึ่งในรุกกี้บุรีรัมย์ที่ข้ามทวีปไปฝึกศาสตร์ลูกหนังกับทีมน้องใหม่ของพรีเมียร์ลีกอังกฤษอย่าง เลสเตอร์ มาแล้วถึง 2 ปี

โดยปัจจุบันมิดฟิลด์เกมรุกวัย 19 ปี พึ่งประสบความสำเร็จโดยการพา จ.บุรีรัมย์ อะคาเดมี่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขึ้นเถลิงแชมป์โค๊กคัพปีล่าสุดด้วยการเฉือนชนะ สุพรรณบุรี รอบชิงชณะเลิศไป 2-1 ก่อนจะถูกส่งตัวไปพร้อมกับ สิทธิโชค กันหนู อีกหนึ่งแข้งอนาคตไกล เพื่อบ่มเพาะประสบการณ์กับทาง สุรินทร์ ซิตี้ ทีมในระดับดิวิชั่น 2 เพื่อรอวันฉายแสงภายใต้สีเสื้อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในอนาตอันใกล้นี้

2. เจนรบ สำเภาดี - บีซีซี เทโรศาสน


ปฏิเสธ ไม่ได้ว่าหอกวัย 19 กะรัตรายนื้ถือเป็นยอดเพชฌฆาตในระดับเยาวชนของยุคนี้ ซี่งด้วยสปีดอันจัดจ้านประกอบกับการจบสกอร์ที่เด็ดขาด ส่งผลให้ชื่อของ เจนรบ สำเภาดี มีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต

โดยอดีต ที่ผ่านมาเจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อด้วยการพาโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนคว้าแชมป์ ฟุตบอลจตุรมิตร ก่อนจะถูกเรียกไปติดทีมนักเรียนไทยชุด 18 ปี ครั้งที่ 40 ที่ประเทศอิหร่าน พร้อมต่อยอดสู่การเป็นตัวหลักพาทีมชาติไทยชุดยู 19 ปี ผ่านเข้าไปชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายที่ประเทศเมียนมาร์ เพื่อเฟ้นหา 4 ทีมไปฟาดแข้งในศึกเยาวชน 20 ปี ชิงแชมป์โลกที่ประเทศนิวซีแลนด์ต่อไป

ขณะ เดียวกันด้วยฝีเท้าที่แกร่งเกินวัย "เจน" ก็ผันตัวเองสู่เกมลูกหนังสายอาชีพได้อย่างรวดเร็ว เมื่อถูก กรุงเทพคริสเตียน ดันสู่ชุดใหญ่ในวัยเพียง 17 ปี พร้อมกับพาทีมสู้ศึก ด.2 ก่อนจะโดน บีอีซี เทโรศาสน ยักษใหญ่ไทยลีก ฉกตัวมาร่วมทัพในเวลาต่อมา และปัจจุบันถูกฟูมฟักประสบการณ์กับทาง บีซีซี เทโร เอฟซี ทีมพันธมิตรของ "มังกรไฟ" อยู่นั่นเอง


3. องอาจ ภมรประเสริฐ - บางกอกกล๊าส เอฟซี


หนึ่งในเด็กสร้างแห่งรังลีโอ สเตเดี้ยม ที่ปัจจุบันเริ่มฉายแววกลายเป็นยอดแข้งอนาคตไกล เมื่อปัจจุบันถูก "ป๋าแต๊ก" ดันจากชุดเยาวชนมาสู่ชุดใหญ่ของบีจี ก่อนที่เจ้าตัวจะสร้างผลงานได้แบบเหลือเชื่อโดยการก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในแผงมิดฟิลด์ให้กับทีมชนิดที่เบียด เลอันโดร ดอส ซานโต๊ส แข้งตัวหลักซีซั่นก่อนหลุดทีมกระทั่งต้องแพ็คกระเป้าย้ายไปหาโอกาสลงเล่นในลีกมาเลเซียกับทาง ที ทีม

ซึ่งในระดับนานาชาติเจ้าตัวก็เคยติดเยาวชนให้กับทัพช้างศึกไทยมาแล้วแทบทุกชุด ไล่ตั้งแต่ 12 , 14 , 16 และ 18 ปี และผลพวงจากการโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับสโมสรก็ผลักดันให้เจ้าตัวถูก ‘’ซิโก้’’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เรียกตัวติดทีมชาติไทยชุดเตรียมสู้ศึกเอเชี่ยนเกม ที่อินชอน ประเทศเกาหลีใต้มาแล้วด้วย

แน่นอนว่าหากเจ้าตัวยังคงรักษามาตรฐานการเล่นและยืนหยัดในเกมลูกหนังได้แบบมืออาชีพ ชื่อของ องอาจ ภมรประเสริญ วัย 19 ปี จะกลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตามอง พร้อมกับก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอนาคตได้ไม่ยาก

4. สุริยา สิงห์มุ้ย - เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด


ถือเป็นเด็กในคาถาของทาง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เมื่อถูกดันขึ้นมาเข้าร่วมแก๊งกิเลนผยองด้วยวัยเพียง 17 ปี อีกทั้งยังถูกส่งตัวไปเก็บวิชากับทาง แอตเลติโก มาดริด นานถึง 4 เดือน ก่อนจะโดนปล่อยไปเก็บสกิลกับทาง นครนายก เอฟซี ช่วงเลกสองเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และพาทีมผ่านเข้าสู่รอบแชมเปี้ยนส์ลีกในฐานะรองแชมป์โซนภาคตะวันออก

จากฝีเท้าอันโดดเด่นบวกกับประสบการณ์เชิงลูกหนังที่มากขึ้น เจ้าตัวก็ได้รับโอกาสลงโชว์ฝีเท้ากับ กิเลนเผยอง ในช่วงปรีซีซั่น และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อเปิดซิงสกอร์แรกในชุดใหญ่กับทีมได้ทันทีในเกมที่บุกไปเสมอ นครราชสีมา มาสเด้อ เอฟซี 2-2 ก่อนจะสานต่อฟอร์มอันร้อนแรงด้วยการก้าวขึ้นมายึดพื้นที่ทางกราบซ้ายของทีมอดีตแชมป์ไทยลีก3สมัยได้จนถึงปัจจุบัน

พร้อมกันนี้หากไม่มีอะไรผิดพลาดเจ้าตัวก็น่าจะเป็นหนึ่งในขุมกำลังหลักให้กับทีมชาติไทยชุดยู 19 ปี ในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งมีเป้าหมายด้วยการติด 1 ใน 4 ไปชิงแชมป์โลกที่นิวซีแลนด์ อีกทั้งยังเคยถูกยกให้เป็นทายาทของ ธีราธร บุญมาทัน แบ็คซ้ายเบอร์หนึ่งของทีมชาติชุดใหญ่ในปัจจุบันอีกด้วย

5. อรรถวิท สุขช่วย - ราชบุรี มิตรผล เอฟซี


แข้งยังบลัคผู้เคยลับฝีเท้ากับแอสไพร์ อะคาเดมี่ ที่ประเกศกาตาร์เมื่อปี 2010 อดีตที่ผ่านมาเคยไต่ระดับเล่นให้กับช้างศึกไทยในรุ่นเยาวชนมาแล้วแทบยกชุด ไม่ว่าจะเป็น 12 , 13 , 15 , 16 และ 17 ปี ซึ่งห้องเครื่องดาวรุ่งรายนี้มีจุดเด่นอยู่ที่วิสัยทัศน์การวางบอลที่แม่นยำ พร้อมกับคุมจังหวะเกมแดนกลางได้อย่างชาญฉลาด

โดยเด็กหนุ่มผู้มี สตีเว่น เจอร์ราร์ด เป็นแรงบันดาลใจ ตัดสินใจเริ่มการเล่นฟุตบอลกับทาง กรุงเทพคริสเตียน ก่อนจะข้ามฟากซบสถาบันยักษ์ใหญ่อย่าง อัสสัมชัญ กระทั่งฝีเท้าไปเตะตาบรรดาสต๊าฟโค๊ชเมืองทองฯ และถูกคว้าตัวไปลับฝีเท้าในอะคาเดมี่ของกิเลนผยองในเวลาต่อมา

ทว่าต้นสังกัดปัจจุบันของเจ้าตัวกลับเป็น ราชบุรี มิตรผล เอฟซี หลังถูกเอสซีจี เมืองทองฯ ปล่อยตัวมาร่วมทัพ "ราชันมังกร" เมื่อปี2012 ด้วยค่าตัวเกินหลักล้านและถือเป็นอีกหนึ่งดีลสำคัญที่ทำให้ "เสี่ยฟลุ๊ค" ผจก.ทีม ถึงกับยิ้มแก้มปรีพร้อมการันฝีเท้าเด็กคนนี้ว่าเป็นผู้เล่นมหัศจรรย์และจะเป็นกำลังสำคัญของทีมในอนาคตอย่างแน่นอน

6. สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ - ศรีราชา บ้านบึง เอฟซี


นอกเหนือจาก วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ดาวรุ่งอนาคตไกลชาวฉลาม ยังมีอีกหนึ่งแข้งดาวรุ่งอย่าง สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ วันเดอร์คิสที่ถูก ชลบรี เอฟซี ฟูมฟักตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งปัจจุบันกำลังขัดเกลาฝีเท้าพร้อมสั่งสมประสบการณ์ลูกหนังกับทาง ศรีราชา บ้านบึง เอฟซี ซึ่งอดีตที่ผ่านมาเจ้าตัวเคยค้าแข้งอาชีพให้กับ พานทอง เอฟซี ทีมใน ด.2 มาแล้ว อีกทั้งยังถูก "ฉลามชล" ส่งตัวไปเก็บสกิลกับทาง วิสเซล โกเบ สโมสรชั้นนำของเจลีกมาแล้วถึง 3 เดือนเต็ม

ห้องเครื่องมันสมองรายนี้มีสไตล์การเล่นตามแบบฉบับแข้งผู้ปิดทองหลังพระ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การจ่ายบอลที่แม่นยำและเฉียบขาด ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาคพื้นดินรวมถึงกลางอากาศ อีกทั้งยามอยู่ในสนามเจ้าตัวยังมีความเป็นผู้นำที่สูงลิ่ว จนเคยถูกสถาปนาให้เป็นกัปตันทีม ‘’ฉลามจูเนียร์’’ ชลบุรี อะคาเดมี่ รุ่นยู 15 ปี ที่เคยประกาศศักดาคว้าแชมป์อาเซียน แชมป์เปี้ยนส์ โทรฟี่ มาแล้วเมื่อปี 2013

ขณะเดียวกันแม้ว่า "กัปตันแจ๊ป" จะถนัดในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง แต่ด้วยความสามารถและศักยภาพที่แกร่งเกินวัยเจ้าตัวก็เคยคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" มาแล้วในการคว้ารองแชมป์ไนกี้ พรีเมียร์คัพ ครั้งที่ 16 ร่วมกับ ชลบุรี อะคาเดมี่ พร้อมกันนี้ยังเคยมีชื่อติดเยาวชนทีมชาติไทยในชุด 16 ที่ลงลับแข้งกับ เกาหลีใต้ อีกด้วย

7. ปฏิวัติ คำไหม - เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด


นายทวารคลื่นลูกใหม่รายนี้ถูก เอสซีจี เมืองทองฯ กระชากตัวเข้าสู่อะคาเดมี่ของทัพกิเลนผยองตั้งแต่ปี 2555 โดยเจ้าตัวเริ่มฉายแววความเป็นยอดมือกาวกับทาง อัสสัมชัญ ธนบุรี อดีตสถาบันเดียวกับที่เคยปุกปลั้น กวินทร์ ธรรมสัจจานนท์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติไทยในปัจจุบัน

โดยนายด่านรายนี้เคยถูกเรียกติดธงไตรรงค์ในคราบช้างศึกจูเนียร์มาแล้วกับรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี กระนั้นแม้ว่าเจ้าตัวจะเลือกเดินตามความฝันในเส้นทางลูกหนัง แต่ขณะเดียวกัน ปฏิวัติ คำไหม ยังไม่ละทิ้งในด้านการศึกษา และเคยถูกคัดเลือกให้เป็นนักเรียนดีเด่นที่ได้รับรางวัลเกียรติคุณประจำสถาบันอย่าง อัสสัมชัญ ธนบุรี

พร้อมกันนี้ "ไมค์" ยังเคยถูก อาร์แบค เอฟซี ทีมในระดับดิวิชั่น 2 คว้าตัวไปเฝ้าเสาในช่วงเลก2 ของฤดูกาลที่ผ่านมาอีกด้วย และด้วยฝีไม้ลายมือที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดปัจจุบันเจ้าตัวก็รับบทนายทวารมือ3 ให้กับเจ้าของแชมป์ไทยลีก3สมัยอย่างกิเลนผยองด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น

8. ปฏิภาณ อุ่นอบ - ชลบุรี เอฟซี


ปราการหลังดาวรุ่งรายนี้นับเป็นผลผลิตอะคาเดมี่ของ ชลบุรี เอฟซี ที่ถูกวางให้เป็นผู้เล่นแห่งอนาคตของ "ฉลามชล" อย่างแท้จริง เมื่อเจ้าตัวเริ่มฝึกชั้นเชิงลูหนังกับทางอัสสัมชัญ ศรีราชา ตั้งแต่วัยเพียง 14 ปี ก่อนจะถูกขัดเกลาฝีเท้าจนร่วนเป็นส่วนหนึ่งของขุมกำลังหลักในระดับเยาวชนร่วมกับทีมมาโดยตลอด
    
โดยโปรไฟล์ในอดีตเจ้าตัวก็ประสบความสำเร็จกับเวทีในระดับรุกกี้มาแล้วมากมายทั้งการคว้าแชมป์เคเอฟซี แชมเปี้ยนส์ชู๊ด ทิสิงคโปร์ ปี 2553 , แชมป์นักเรียนไทย 15 ปีที่อินโดนีเซีย ปี 2553 , แชมป์ไพรม์มินิสเตอร์ และรองแชมป์ไนกี้พรีเมียร์คัพเมื่อปี 2554 พ้อมกับไต่ระดับขึ้นไปสู่การติดทีมนักเรียนไทยรุ่น 18 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    
กระทั่งปัจจุบันเจ้าตัวก็ถูกบอร์ดบริหาร ชลบุรี เอฟซี ดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ในการไล่ล่าความสำเร็จสำหรับฤดูกาล 2014 เป็นที่เรียบร้อย

9. ธานิน พันธะวงศ์ - บางกอกกล๊าส เอฟซี


ว่าที่ซุปตาร์แห่งแดนหมากเตะเริ่มสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักในศึกฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ซึ่งฟาดแข้งในนครเวียงจันทร์ เมื่อเจ้าตัวรับบทเป็นจอมทัพพาทีมชาติลาวผ่านทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้แบบชนิดพลิกความคาดหมาย และแม้ว่าจะพ่ายไทยไป 1-0 คว้ารองแชมป์ไปครอง แต่ผลงานดังกล่าวก็ส่งผลให้เจ้าตัวกลายเป็นแข้งเยาวชนที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้จากการที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมก็ส่งผลให้ มร.ฮานส์ อาร์ เอ็มเชอร์ ผอ.ศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนของ บางกอสกล๊าส เอฟซี เอ่ยปากชักชวนให้ดาวโรจน์ทีมชาติลาวรายนี้เข้ามาร่วมฝึกซ้อมกับพลพรรค "กระต่ายจูเนียร์" กระทั่งฟอร์มเป็นที่ถูกใจจึงถูกกระชากตัวเข้าสู่อะคาเดมี่ของทีมในที่สุด

โดยแข้งซ้ายธรรมชาติวัย 17 ปีรายนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็ว พร้อมกับสมองอันชาญฉลาดที่บัญชาเกมในแดงกลางได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมกันนี้ยังสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งทางด้านซ้ายอีกด้วย และเชื่อเหลือเกินว่าหากเจ้าตัวยังไม่หยุดการพัฒนาไม่แน่ว่าอนาคตอันใกล้นี้หากทีมชาติไทยต้องเผชิญหน้ากับชาติเพื่อนบ้าน ผู้เล่นที่ต้องระวังที่สุดอาจเป็นชายที่ชื่อ ธานิน พันธะวงศ์ ก็เป็นได้

10. ประสิทธิ์ จันทุม - สุพรรณบุรี เอฟซี


ประสิทธิ์ จันทุม นับเป็นเพชรเม็ดงามหนึ่งเดียวที่ถูก มาโน่ล โพลกิ้ง เทรนเนอร์ชาวเยอรมันของ สุพรรณบุรี เอฟซี ตัดสินใจดันจากชุดเยาวชนมาสู่ชุดใหญ่ ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้เด็กดาวโรจน์รายนี้ยกระดับความสามารถให้ขึ้นมาเป็นผู้เล่นแห่งอนาคตของทีม

โดยผลงานชิ้นโบว์แดงล่าสุดที่เจ้าตัวสร้างให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาแฟนลูกหนังเมืองขุนแผน ปฏิเสธไม่ได้ว่าคือการพาช้างศึกยุทธหัตถียังบลัดผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในศึกโค๊กคัพปีล่าสุด ซึ่งแม้ว่าจะอกหักพ่ายเยาวชนจากบุรีรัมย์ซดรองแชมป์ไปครอง แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าตัวกลายเป็นดาวรุ่งเบอร์หนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ขณะนี้

จากโอกาสที่ได้รับการสั่งสมวิชาชีพกับแข้งระดับห้าดาวภายในทีม อาทิเช่น จักรพันธ์ พรใส อดีตปีกซ้ายทีมชาติไทย หรือจะเป็นผู้เล่นต่างชาติคุณภาพคับแก้วอย่าง บียอร์น ลินเดมันห์ และ ดิยุป บิเรเม่ เชื่อเหลือเกินว่าดาวเตะซ้ายธรรมชาติรายนี้จะสามารถเจริญรอยเท้าสู่การเป็นตัวหลักของทีมได้อย่างแน่นอน