ข่าว ไลฟ์สกอร์

เซซาเร โปเลงกี : 3 เหตุผลที่ฟุตบอลอิตาลียังมีหวัง

คอมเมนต์
โดย เซซาเร โปเลงกี
cesare.polenghi@goal.com
@CesarePolenghi

ในคอลัมน์ครั้งก่อนๆ ผมเคยวิจารณ์ถึงปัญหาของวงการฟุตบอลอิตาลีไปมาก โดยเฉพาะปัญหาหลักๆ ที่ขัดขวางไม่ให้เกมในดินแดนแห่งนี้พัฒนาไปแบบที่มันควรจะเป็นในช่วงหลายปีหลัง ถ้าจะให้ระบุออกมาแบบชัดๆ 3 อย่าง ก็คือ พวกเจ้าของสโมสรที่ไร้ความสามารถและหลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่คับฟ้า, สื่อที่เอียงข้างกะเท่เร่และน่าขบขัน รวมถึงพวกองค์กรผิดกฏหมายที่ดูเหมือนจะชอบโคจรอยู่รอบๆ แวดวงฟุตบอลอิตาเลียนเสมอ เช่นพวกฮูลิแกนหรือการพนันผิดกฏหมายที่ชอบซื้อนักเตะหรือโกงการแข่งขันอยู่หลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม คราวนี้ผมอยากจะเฉลิมฉลองให้การกลับมาสู่กัลโซ เซเรีย อา ของมาริโอ บาโลเตลลี ที่เฝ้ารอมานาน ด้วยการระบุถึงปัจจัยทางบวกของฟุตบอลอิตาลี 3 อย่างดูบ้าง นั่นก็คือ มีการใช้นักเตะดาวรุ่งมากขึ้น, ความสำเร็จของยูเวนตุสโมเดล และคุณภาพโดยรวมของเกมในสนาม

การขาดเงินทุนในการทุ่มซื้อซูเปอร์สตาร์บีบบังคับให้เซเรีย อา ต้องคิดให้มากขึ้นเวลาที่พวกเขาจะซื้อใครสักคน ด้วยเหตุนั้น พวกผู้เล่นดาวรุ่งจึงได้มีโอกาสลงสนามมากขึ้น ในอิตาลี แฟนบอลของทีมใหญ่มีความอดทนน้อยมาก ซึ่งทำให้อาจนำไปสู่การทำลายโอกาสของนักเตะดาวรุ่ง ดังนั้นจึงได้เกิดธรรมเนียมที่จะปล่อยตัวพวกดาวรุ่งทั้งหลายไป "เสริมกระดูก" ด้วยการให้ทีมเล็กๆ เอาไปใช้งานแทน

อย่างไรก็ดี เทรนด์ดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้ ตอนนี้ผู้เล่นหลายคนที่อายุน้อยกว่า 21 ปี มีโอกาสได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอแม้กระทั่งในสโมสรใหญ่ๆ พวกที่โดดเด่นที่สุดตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น สเตฟาน เอล ชาราวี, เอ็มบาเย เนียง, แมตเทีย เด ซิกลิโอ (มิลานทั้ง 3 คน), ลอเรนโซ อินซิกเน (นาโปลี), อเลสซานโดร ฟลอเรนซี และเม็ตเทีย เดสโตร (โรมาทั้งคู่) ซึ่งเล่นอยู่ท่ามกลางพวกเด็กท้องถิ่นคนอื่นๆ

ส่วนแข้งนอกที่ไม่ใช่ชาวอิตาเลียนที่น่าประทับใจก็เช่น พอล พ็อกบา (ยูเวนตุส), ฮวน เฆซุส (อินเตอร์ มิลาน), สเตฟาน ซาวิช (ฟิออเรนตินา), เมาโณ อิคาร์ดี (ซามพ์โดเรีย) เอริค ลาเมลา และมาร์ควินโญ (โรมาทั้งคู่) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอซี มิลาน และโรมา ดูเหมือนว่าจะมีนโยบายที่จะดันเยาวชนขึ้นมาเล่นเยอะมาก ซึ่งนั่นจะช่วยบรรดาอัซซูรีน้อย เช่นเดียวกับเซซาเร ปรันเดลลี ให้มีผู้เล่นหน้าใหม่ๆ เข้ามาในทีมชาติด้วย

ข่าวดีชิ้นที่สองก็คือแผนของยูเวนตุสในการนำสโมสรไปสู่วิธีการทำงานยุคใหม่ สนามของตัวเอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางในแผนการของอันเดรีย อักเนลลี เต็มความจุอยู่เสมอ สภาพการเงินดูดี และทีมเป็นจ่าฝูงของตารางในลีกอิตาลี หลังจากที่ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

น่าเศร้าที่ชัดเจนแล้วว่าการเลียนแบบโมเดลของยูเวนตุสไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และท่านประธานสโมสรของทีมม้าลายคงไม่ช่วยเหลือสโมสรที่กำลังพยายามจะทำแบบนั้น อย่างไรก็ดี ยูเวนตุสก็ไม่ได้เติบโตอยู่เพียงทีมเดียว ตระกูลปอซโซ ซึ่งเป็นเจ้าของทีมอูดิเนเซ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำได้ดีในหลายปีที่ผ่านมา เมื่อพวกเขาสามารถซื้อสโมสรเพิ่มได้อีก 2 แห่ง คือทีมวัตฟอร์ดในลีกแชมเปี้ยนชิพของอังกฤษ และเกรนาด้าของลาลีกา โดยรายหลังเพิ่งเอาชนะเรอัล มาดริดได้แบบเหลือเชื่อในเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นาโปลี, ลาซิโอ และฟิออเรนตินา ก็ดูเหมือนว่ากำลังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องเช่นกัน และมีอีกหลายสโมสรที่อยู่ในจุดที่อาจคว้าโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ ซึ่งจะมีเงินเข้ามาลงทุนเพิ่มในช่วงซัมเมอร์ต่อไปได้อย่างแน่นอน

คนอิตาลีรู้ดีว่าจะเล่นฟุตบอลกันอย่างไร

ท้ายที่สุด สำหรับคนที่สนใจที่จะลองดู เกมการแข่งขันในอิตาลียังคงมีเกมที่สนุกมากๆ อยู่เสมอ แม้ว่าในทางแท็คติกแล้วจะเต็มไปด้วยทีมที่เน้นแผนเกมรับ 3 คน (ซึ่งเป็นแท็คติกที่สร้างทีมฟุตบอลในอิตาลีหลายทีมทุกวันนี้) แต่พวกเขาก็เล่นกันหลากหลายสไตล์และมีแผนการเล่นที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ในยุโรปอยู่เสมอ ซึ่งยิ่งทำให้ง่ายเข้าจากข้อเท็จจริงที่ว่าเกมของที่นี่ไม่เร็วมากเหมือนอย่างในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ

บรรทัดสุดท้ายนั้นง่ายมาก คนอิตาลีรู้ดีว่าจะเล่นฟุตบอลกันอย่างไร หลักฐานที่เห็นได้ชัดคือในยูโร 2012 และจากเกมที่ยูเวนตุสเพิ่งบดขยี้และถล่มแชมป์ยุโรปอย่างเชลซีไปเมื่อไม่นานมานี้

มันยากที่จะมองเห็นว่าอนาคตอันใกล้นี้ของฟุตบอลอิตาเลียนจะเป็นอย่างไร แต่จากการวิเคราะห์เอาจากสถานการณ์ปัจจุบัน แน่นอนว่าไม่เหลือที่ให้เราคิดในทางบวกมากมายนัก อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่เราจะต้องระลึกถึงอยู่เสมอว่า เรากำลังพูดถึงประเทศที่ฟุตบอลแทบจะกลายเป็นศาสนา ความหลงใหลคลั่งไคล้ในเกมสร้างนักเตะและแฟนบอลมากมายเป็นภูเขา แน่นอนว่ายังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่เสมอ สำหรับฟุตบอลอิตาลี