สนับสนุนโดย

เหตุการณ์สำคัญ

82'
F. Delph
ด. อัลลี
77'
เอ มูซา
ใบเหลือง
77'
K. Iheanacho
O. Ighalo
73'
M. Rashford
ร. สเตอร์ลิง
73'
ด. เวลเบก
ฮ. เคน
68'
D. Rose
อ. ยัง
67'
R. Loftus-Cheek
จ. ลินการ์ด
63'
เอ มูซา
วี โมเสส
52'
ร. สเตอร์ลิง
ใบเหลือง
47'
A. Iwobi
ประตู
คิกออฟ
46'
เค โอเมรูโอ
แอล. บาโลกัน
46'
เจ โอกู
เจ. โอบี
46'
T. Ebuehi
เอ. เชฮู
46'
O. Etebo
โอ โอนาซี
39'
ฮ. เคน
ประตู
7'
K. Trippier
แอสซิสต์
7'
ก. เคฮิลล์
ประตู
คิกออฟ
5
1
6
1

สถิติ

การครองบอล
% %
5
3
ยิงหลุดกรอบ
ยิงเข้ากรอบ 4 4
การจ่ายบอลทั้งหมด 554 389

บรรยายสด

จากผลชนะนี้ ทำให้อังกฤษยิงเพิ่มเป็น 4 ประตูตลอดการแข่งขันเกมกระชับมิตรใน 5 นัดหลังสุด 
โปรแกรมต่อไปของทั้งสองทีม อังกฤษมีคิวดวล คอสตาริก้า ในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ส่วนไนจีเรียจะเจอกับเช็กในวันที่ 6 มิถุนายน
จากประตูของอิโวบี้ ส่งผลให้แข้งอาร์เซนอลจารึกเป็นนักเตะไนจีเรียคนแรกที่ทำประตูในนามทีมชาติเกมเจออังกฤษ
อังกฤษ ชนะ ไนจีเรีย 2-1
90' + 4' หมดเวลาการแข่งขัน
90' + 2' มูซาได้ครอสจากริมเส้นซ้าย แต่เคฮิลล์ยังพุ่งโขกทิ้งไป
89' เข้าช่วงทดเจ็บ 4 นาที สกอร์ยังคงเท่าเดิมที่อังกฤษนำ 2-1
88' ก่อนเข้าทดเจ็บ ไนจีเรียเริ่มตั้งบอลได้ และหันมาเล่นลูกโยนใส่อังกฤษ ซึ่งการช็อตป้วนเปี้ยนครั้งนี้เป็นพิคฟอร์ดที่ทุบทิ้งออกไปกลางสนาม
86' เดลฟ์โยนตัดกองหลังบอลมาถึงแรชฟอร์ดโขกเน้นๆบอลหลุดออกหลัง
86' อังกฤษเริ่มไม่รีบทำเกมรุก ขณะที่ไนจีเรียเองก็ลงไปตั้งรับแน่น
84' ด้วยสกอร์นำที่ยังไม่ห่าง กล้องจับไปที่กุนซือทรีไลออนส์ยังคงหน้าเครียดเช่นเดิม
83' เข้าสู่ 10 นาทีสุดท้ายของเกม ยังคงเป็นอังกฤษที่กลับมาเล่นเกมของตัวเองตามถนัด
F. Delph
ด. อัลลี
อังกฤษ
82' เดลเล อัลลี ถูกถอดออก และเป็นฟาเบียน เดลฟ์ แข้งสารพัดประโยชน์ลงมาแทน
81' แรชฟอร์ดหาโอกาสจบของตัวเองได้ แต่บอลพุ่งหลุดกรอบ
81' ยอดผู้ชมในเวมบลีย์ในเกมนี้มี 70,025 คน
78' ไดเออร์ไหลบอลยาวให้เวลเบ็ควิ่งลุ้นจบ แต่ยังมีทรูสต์-อีก็องตามจิ้มออกหลัง
เอ มูซา
ใบเหลือง
ไนจีเรีย
77' ใบเหลือง อาเหม็ด มูซา  จากการวิ่งเสียบลอฟตัส-ชีค
K. Iheanacho
O. Ighalo
ไนจีเรีย
77' อินทรีมรกตปรับแผงเกมรุกอีกหน เมื่อถอดอิกกาโลออก แล้วเอา เคลิชี อิเฮียนาโช ลงมาแทน
74' สองผู้เล่นไนจีเรียแย่งกันโหม่งอีกครั้ง ทำให้ อีเตโบ้กับโอเมรู ล้มลงไปนอนกับพื้น ทำให้เกมหยุดลง
M. Rashford
ร. สเตอร์ลิง
อังกฤษ
73' นอกจากนี้ยังถอดสเตอร์ลิงที่โดนใบเหลืองออก แล้วเอามาร์คัส แรชฟอร์ดลงสนาม
ด. เวลเบก
ฮ. เคน
อังกฤษ
73' เซาท์เกตขยับกองหน้าบ้าง คราวนี้ถอดกัปตันเคนออก แล้วส่งแดนนี เวลเบ็ค มาแทน 
72' เกมหยุดลงอีกครั้ง เมื่อมิเกลไปชนกับอดีตเพื่อนร่วมทีมเชลซีอย่างเคฮิลล์
69' โอบิ มิเกล ได้ลองส่องจากนอกกรอบด้วยขวา บอลพุ่งแรงแต่พิคฟอร์ดยังเซฟเข้าซอง
69' ไดเออร์สกัดบอลผิดเหลี่ยมเกือบโดนไนจีเรียเข้าไปบุก แต่สโตนส์ยังเคลียร์ทิ้งได้
D. Rose
อ. ยัง
อังกฤษ
68' รวมถึงเปลี่ยนแดนนี โรส ลงมาแทน อ.ยัง 
R. Loftus-Cheek
จ. ลินการ์ด
อังกฤษ
67' อังกฤษขยับคนแรก ด้วยการถอดเจสซี ลินการ์ดออก แล้วส่ง รูเบน ลอฟตัส-ชีค ลงแทน
65' อังกฤษได้บุกอีกครั้ง และเป็นฝ่ายกลับมาครองบอลกลางสนาม
เอ มูซา
วี โมเสส
ไนจีเรีย
63' ไนจีเรียขยับแข้งคนที่ 5 เอาโมเซสออก แล้วส่งอาเหม็ด มูซา ลงแทน 
62' จากลูกเตะมุมที่เจ้าบ้านได้ลุ้น ไดเออร์ขึ้นโขกบอลออกหลัง
61' ผ่าน 1 ชั่วโมง อังกฤษยังไม่มีโอกาสเข้าไปจบในกรอบโทษไนจีเรีย
57' อังกฤษไม่มีโอกาสทำเกม จนภาพจับไปที่เซาท์เก็ตยืนสั่งการลูกทีมข้างสนาม
56' มิเกลทำชิ่งหน้ากรอบโทษกับโมเซส สุดท้ายปีกเชลซียิงบอลเหินไปไกล
54' ครึ่งหลังกลายเป็นทีมเยือนเริ่มมีโอกาสตั้งเกมของตัวเองบ้าง
ร. สเตอร์ลิง
ใบเหลือง
อังกฤษ
52' ใบเหลือง ราฮีม สเตอร์ลิง จากการพุ่งล้มในกรอบโทษ
50' อินทรีมรกตบุกอีกครั้ง คราวนี้ลูกเตะมุมซ้ายของโมเซสที่แม้บอลจะโค้งหากรอบ แต่แนวรับอังกฤษยังเคลียร์ทิ้ง
A. Iwobi
ประตู
ไนจีเรีย
47' Goal! อังกฤษ - ไนจีเรีย 2:1 - อเล็กซ์ อิโวบี้ซ้ำโอกาสบุกจากลูกยิงชนเสาของอิกกาโลเข้าประตู 
46' เริ่มการแข่งขันครึ่งหลัง
เค โอเมรูโอ
แอล. บาโลกัน
ไนจีเรีย
46' ปิดท้ายด้วยการถอด โอเมรูลงเล่นแทนบาโลกัน 
เจ โอกู
เจ. โอบี
ไนจีเรีย
46' ไนจีเรียขยับต่อด้วยการส่ง โอโกชูกู โอกู ลงแทน โจเอล โอบิ
T. Ebuehi
เอ. เชฮู
ไนจีเรีย
46' ไนจีเรียเปลี่ยนคนที่สอง ส่ง ทายรอนเน เอบูฮี ลงแทน อับดุลลาฮี เชบู 
O. Etebo
โอ โอนาซี
ไนจีเรีย
46' ไนจีเรียเปลี่ยนตัว โอนาซีออก แล้วส่ง โอเกนเนคาโร อีเตโบ ลงเล่น
ลูกโขกนาทีที่ 7 ของเคฮิลล์ ถือเป็นลูกยิงเร็วครั้งล่าสุดในเวมบลีย์ต่อจากเกมที่อังกฤษเจอลิทัวเนียเมื่อปี 2015 โดยหนนี้รูนีย์ทำประตูได้ในนาทีที่ 6
จากลูกยิงที่สองในเกมนี้ ทำให้เคนทำ 8 ประตูจาก 7 เกมหลังสุดที่ลงเล่นในนามทีมชาติ
อังกฤษนำไนจีเรีย 2-0
45' + 2' หมดการแข่งขันครึ่งเวลาแรก
45' ทดเจ็บ 2 นาที
45' โมเซสโยกหลอกกองหลังอังกฤษ ได้โอกาสยิง แต่พิคฟอร์ดพุ่งรับไม่ยาก
44' อิโวบี้ได้ยิงจากนอกเขตโทษ แต่ไปติดพวกกันเอง
40' เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บครึ่งแรก
ฮ. เคน
ประตู
อังกฤษ
39' Goal! อังกฤษ - ไนจีเรีย 2:0 - เคนรับบอลจากสเตอร์ลิงก่อนยิงเน้นๆบอลพุ่งแรง ยูโซโฮ โกลไนจีเรียรับไม่อยู่
37' เดลลีคิลเลอร์พาร์สให้สเตอร์ลิงซัดเต็มข้อบอลออกหลังไป
37' ไนจีเรียเล่นเกมสวนกลับ อิกกาโลสกัดตัวประกบยิงด้วยซ้ายไปติดพิคฟอร์ด
35' อ.ยังมีส่วนกับเกมบุกอีกครั้ง คราวนี้เขาโยนลูกเตะมุมบอลโค้งชนิดที่ประตูไนจีเรียต้องชกทิ้ง
33' อ.ยังหลุดเข้าไปยิงมุมแคบหวังเข้าเสาแรก แต่ยังติดเซฟ
32' กลับมาเป็นเจ้าถิ่นที่เก็บบอลได้ทั้งหมด ขณะที่ทีมเยือนหาบอลไม่เจอ
30' ผ่านครึ่งชั่วโมงของเกม อังกฤษครองบอลเหนือกว่าที่ 60 ต่อ 40 
29' โอกาสของอังกฤษบ้าง จากลูกเตะมุมด้านขวา แต่ทริปเปียโยนออกเสาไกล
27' โอกาสป้วนเปี้ยนของไนจีเรียเริ่มมีมาให้เห็นอีกครั้ง และจากโอกาสทำเกมหน้าโกลอังกฤษ ยังถูกสโตนส์สกัดทิ้ง
25' บาโลกันของไนจีเรียได้ไหลบอลยาวหวังให้อิกกาโลจบ แต่สุดท้ายลูกออกหลัง
23' เกมเริ่มหยุดบ่อยครั้ง คราวนี้กัปตันมิเกลไปตัดฟาวล์ใส่สเตอร์ลิงกลางสนาม
22' อีกสถิติน่าสนใจคือ อังกฤษแพ้เพียง 1 นัดตลอดการลงเล่น 20 เกมในสังเวียนเวมบลีย์ (ชนะ 15 เสมอ 4) และโดนคู่แข่งยิงประตูใส่ทั้งหมด 7 ลูกด้วยกัน
19' ยังประสานงานกับสเตอร์ลิง ก่อนที่แข้งปีศาจแดงจะหลุดไปยิงติดบล็อกแนวรับอินทรีมรกต
17' ทั้งสองทีมต่างเล่นบอลพื้นด้วยกันเป็นหลัก ลูกครอสยังมีเห็นน้อย
16' มิเกลไหลบอลสั้นหวังให้อิโวบี้วิ่งทะลุกองหลัง แต่เคฮิลล์ยืนเช็คล้ำหน้าดี ทำให้ไนจีเรียยังคงไม่มีโอกาสบุก
14' ไนจีเรียยังคงหาโอกาสทำเกมรุกในพื้นที่อังกฤษไม่ได้
12' จากจังหวะบุกต่อเนื่อง สเตอร์ลิงมีโอกาสหลุดยิงในกรอบโทษ บอลกึ่งยิงกึ่งผ่านออกหลัง
10' อังกฤษยังคงมีโอกาสบุกใส่ต่อเนื่อง คราวนี้สเตอร์ลิงลากเข้าในซัดติดบล็อกออกหลัง อังกฤษได้เตะมุมด้านซ้าย
K. Trippier
แอสซิสต์
อังกฤษ
7' แอสซิสต์ คีแรน ทริปเปียร์ แบ็คสเปอร์สบรรจงครอสบอลจากด้านขวามาให้
ก. เคฮิลล์
ประตู
อังกฤษ
7' Goal! อังกฤษ - ไนจีเรีย 1:0 - แกร์รี เคฮิลล์ โขกลูกตั้งเตะจากจังหวะบุกต่อเนื่องเข้าไป
6' จากนั้นเป็นโอกาสยิงหนแรกของเจ้าบ้าน ทริปเปียร์ปั่นลูกฟรีคิกนอกกรอบทิศพุ่งเข้ากรอบ แต่ยังโดนปัดได้
5' จากนั้นเกมต้องหยุดชั่วขณะหนึ่ง เมื่อสองแข้งไนจีเรียอย่างบาโลกัน และโอบิ แย่งโหม่งกันเอง และเจ็บทั้งคู่
3' เจ้าบ้านมีโอกาสบุกป้วนเปี้ยนหน้าปากประตูทีมเยือนก่อน จากลูกเปิดเข้าในของยัง แต่ยังทำอะไรเกมรับไนจีเรียไม่ได้
1' เจ้าบ้านอย่างอังกฤษบุกจากขวาไปซ้าย ทางจอโทรทัศน์
1' เริ่มการแข่งขัน
ก่อนเกมมีการไว้อาลัยให้อดีตสองแข้งทีมชาติอังกฤษที่เพิ่งเสียชีวิตอย่าง เรย์ วิลสัน และ เรย์ วิลกินส์
 11 ตัวจริงของไนจีเรีย (4-3-3) - ฟรานซิส ยูโซโฮ, ไบรอัน อิโดวู, วิลเลียม ทรูสต์-อีก็อง, เลออน บาโลกัน, โอเกนยี โอนาซี, จอห์น โอบิ มิเกล, โจเอล โอบี, อัลดุลลาฮี เชฮู, วิคเตอร์ โมเซส, อเล็กซ์ อิโวบี้ และ โอเดียน อิกกาโล
11 ตัวจริงของอังกฤษ (3-5-2) - จอร์แดน พิคฟอร์ด, ไคลน์ วอคเกอร์, จอห์น สโตนส์, แกรี เคฮิลล์, คีแรน ทริปเปียร์, เอริค ไดเออร์, เจสซี ลินการ์ด, แอชลีย์ ยัง, เดลเล อัลลี,  แฮร์รี เคน และ ราฮีม สเตอร์ลิง
 ด้านกุนซือของทั้งสองทีม ฝั่งเจ้าบ้านสวมชุดเก่งสีขาว ภายใต้การคุมทีมของแกเร็ธ เซาท์เกต คุมทีม ส่วนทีมเยือนก็สวมชุดแข่งใหม่ที่มียอดขายถล่มทลาย ภายใต้ เกอร์น็อต โรห์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมันคุมทัพ
 อินทรีมรกตมีสถิติแพ้เพียง 1 เกม จากการลงเล่นเป็นทีมเยือน 8 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ (ชนะ 5 เสมอ 2)
โดยพลพรรคทรีไลอ้อนส์มีสถิติไม่แพ้ใครตลอด 8 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ (ชนะ 5 เสมอ 3) เป็นสถิติไร้พ่ายที่นานที่สุดนับตั้งแต่ที่ทำไว้ล่าสุดที่ 15 เกม เมื่อเดือนตุลาคม 2015
การดวลกันหนนี้ถือเป็นการโคจรมาเจอกันเป็นหนที่สามของทั้งสองทีม หลังจากเผชิญหน้ากันครั้งล่าสุดในฟุตบอลโลก 2002
การแข่งขันคู่นี้จะเตะกันที่ เวมบลีย์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
สวัสดี ขอต้อนรับเข้าสู่การบรรยายสดเกมกระชับมิตรทีมชาติระหว่าง อังกฤษ กับ ไนจีเรีย สองชาติต่างผ่านเข้าไปเล่นในเวิลด์คัพที่รัสเซีย โดยจะทำการแข่งขันในเวลา 23.15 น. ตามเวลาในประเทศไทย 
คอมเมนต์ ()