Top/Flop of the Day : เด่น - ดับ ประจำวันในเวิลด์คัพ 2018 (วันที่ 12)

คอมเมนต์()
อุรุกวัยสอนเชิงเจ้าภาพ, โรนัลโด้เล่นไม่ออก, อัสปาสฮีโร่ช่วยสเปน ใครเด่น ใครดับ ในเกมฟุตบอลโลกเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

  1. Dean Mouhtaropoulos / Getty Image

    เด่น - หลุยส์ ซัวเรซ

    หัวหอกจากบาร์เซโลนาคืนฟอร์มเก่งได้ในนัดสำคัญที่ทีมต้องการเขาด้วยการกลับมามีส่วนร่วมในเกมรุกของทัพจอมโหดอยู่ตลอดทั้งเกม โดยเจ้าตัวเป็นคนทำประตูแรกของเกมจากลูกฟรีคิกสุดสวยช่วงต้นเกมซึ่งทำให้เขาขึ้นแท่นเป็นรองดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของอุรุกวัยในฟุตบอลโลก ด้วยผลงาน 7 ประตู เป็นรองแค่ ออสการ์ มิเกซ (8) เท่านั้น
  2. Getty

    ​ดับ – คริสเตียโน โรนัลโด้

    ซูเปอร์สตาร์จากเรอัล มาดริดเริ่มต้นเกมได้อย่างมีชีวิตชีวาและมีโอกาสทำประตูให้กับทีมเช่นเคยแต่ไม่ใช่กับเกมนี้ ความเฉียบคมและความแม่นยำในการทำประตูของเขาหายไปแม้เจ้าตัวจะเรียกจุดโทษในครึ่งหลังให้กับทีมได้ก็ตามแต่เจ้าตัวดันยิงไปติดเซฟทั้ง ๆที่ควรจะเป็นประตูปิดเกมของฝอยทองไปแล้ว โดยหลังจากนั้นเจ้าตัวพยายามจะทำประตูอีกหลายครั้งแต่พลาดเป้าไปทั้งหมด อีกทั้งยังเกือบโดนไล่ออกในจังหวะไปเล่นนอกเกมใส่ผู้เล่นอิหร่านโชคดีที่ผู้ตัดสินดู VAR แล้วให้เพียงแค่ใบเหลืองเท่านั้นเพราะไม่เช่นนั้นโปรตุเกสอาจมีผลลัพธ์ที่เลวร้ายกว่านี้ก็เป็นได้
  3. Getty

    เด่น - เอสซัม เอล-ฮาดารี

    นายทวารผู้อาวุโสที่สุดในประวัติศาสตร์ในฟุตบอลได้รับโอกาสลงเล่นในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งอายุไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เมื่อเซฟไปถึง 6 ครั้งในเกมนี้ ขึ้นแท่นเซฟมากสุดเป็นอันดับสามของฟุตบอลโลก 2018 เป็นรองแค่ เคยเลอร์ นาวาส 7 ครั้ง และ กิเยร์โม โอชัว 9 ครั้งเท่านั้น
  4. Getty

    ดับ - อิกอร์ สโมลนิคอฟ

    แบ็คขวาจากเซนิตได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็คขวาแทน มาริโอ แฟร์นันเดซ แต่เขากลับไม่ได้ใช้ประสบการณ์ในวัย 29 ช่วยทีมในเกมใหญ่แบบนี้เลย หนำซ้ำยังเล่นแบบขาดสติไปเสียบเข้าข้างหลัง ดิเอโก้ ลาซอลท์ ทั้งที่ตัวเองมีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้วจนถูกไล่ออกตั้งแต่นาทีที่ 36 ทีมจึงตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากหนักเป็นรองทั้งตัวผู้เล่นและสกอร์ จะบอกว่ารัสเซียต้องมาพังเพราะสโมลนิคอฟคงไม่ผิดนัก
  5. Getty

    เด่น - ยาโก้ อัสปาส

    สเปนอาจเป็นทีมที่เล่นดีกว่าและต่อบอลได้สวยงามตลอดทั้งเกม ทว่ามันคงไม่มีความหมายอะไรหากไม่มีซูเปอร์ซับที่ชื่อ ยาโก้ อัสปาส ดาวยิงจากเซลต้า บิโก้ แสดงให้เห็นว่าผลงาน 22 ประตูในลาลีกาฤดูกาลที่ผ่านมาของเขาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และพิสูจน์แล้วว่าไหวพริบในการหาโอกาสทำประตูของเขาใช้งานได้ในเวทีระดับโลก ด้วยการทำประตูตีเสมอเพื่อให้สเปนได้เป็นแชมป์กลุ่ม บี ได้สำเร็จ
  6. Getty

    ดับ - อะหมัด ฟาธี

    แบ็คขวาจาก อัล-อาห์ลี เอสซี ไม่สามารถหยุดเกมริมเส้นของซาอุฯได้เลย หนำซ้ำเขายังเป็นคนทำแฮนด์บอลและเสียจุดโทษครั้งแรกให้ซาอุฯ แต่คู่แข่งยิงไม่เข้า นอกจากนั้น ฟาธี ยังเข้าบอลโฉ่งฉ่างเสียฟาวล์หลายครั้ง โชคดีที่ได้รับใบเหลืองแค่ใบเดียวในช่วงครึ่งหลัง
  7. Getty

    ​เด่น - VAR คู่อิหร่านกับโปรตุเกส

    พระเอกในเกมที่อิหร่านเสมอกับโปรตุเกส 1-1 ไม่ใช่นักเตะทั้งสองทีมแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุดกลับเป็น Video Assistant Referee หรือว่า VAR นั่นเอง ซึ่งตัดสินชี้ขาดจังหวะสำคัญของเกมนี้ถึง 3 ครั้ง ได้แก่ 

    1.ให้จุดโทษแก่โปรตุเกสในจังหวะที่ โรนัลโด้ โดน สะอี๊ด อีซาตูลาฮี ทำฟาวล์ในเขตโทษ ทว่า โรนัลโด้ กลับลุกมาสังหารจุดโทษเองไม่เข้า

    2.เกือบจะทำให้ โรนัลโด้ โดนใบแดงไล่ออกในจังหวะที่ไปเล่นนอกเกมเอาแขนฟาดใส่ มุรเตฎอ ปูรอลิกานญิ ผู้เล่นอิหร่าน แต่โชคดีที่สุดท้ายผู้ตัดสินให้เป็นแค่ใบเหลืองเท่านั้น

    3.ให้จุดโทษแก่อิหร่าน จากจังหวะที่ เซดริค โซอาเรส เจตนาทำแฮนด์บอลยื่นแขนบล็อคลูกโหม่งของ ซัรดอร อัซมูน ก่อนจะเป็น การีม อันซอรีฟาริด สังหารจุดโทษเข้าไป
  8. Getty

    ดับ - ดิเอโก้ คอสต้า

    กองหน้าจาก แอตเลติโก มาดริด โดนกองหลังของ โมร็อคโก ประกบแบบอยู่หมัดทำให้แผงมิดฟิลด์ของทีมทำได้แค่ต่อบอลไปมาเพราะกองหน้าหาพื้นที่ไม่ได้ ความดุดันอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาไม่มีให้เห็นในเกมนี้ กลายเป็นดาวยิงไร้พิษสงและไม่ได้สร้างความกดดันให้คู่แข่งเลย ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปอย่างเงียบๆหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง