Top/Flop of the Day : เด่น - ดับ ประจำรอบ 16 ทีมสุดท้าย (วันที่ 4)

คอมเมนต์()
ฟอสเบิร์กซัดโทนไวกิ้งเข้ารอบ, สิงโตดวลจุดโทษดับโคลอมเบีย ใครเด่น-ใครดับ ประจำเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย วันที่สี่ เรารวบรวมมาไว้ที่นี่

  1. Getty Images

    เด่น - เอมิล ฟอร์สเบิร์ก

    กองกลางตัวรุกทีมชาติสวีเดนเป็นหัวใจในเกมรุกของทัพไวกิ้งมาโดยตลอดตั้งแต่เกมแรก และกลายเป็นฮีโร่ของทีมในนัดนี้ เมื่อลูกยิงของเขาไปแฉลบกองหลังสวิตเซอร์แลนด์จนกลายเป็นประตูชัย ทั้งยังมีจังหวะสกัดจากเส้นประตูอีกหนึ่งครั้งด้วย
  2. Getty Images

    ​ดับ - เซอร์ดาน ชากิรี

    ขณะที่ฟอร์สเบิร์กคือแกนหลักในเกมรุกของสวีเดนและทำประตูชัยให้ทีมได้สำเร็จ ตัวทีเด็ดของทางสวิตเซอร์แลนด์กลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง แม้จะเล่นได้อย่างวูบวาบในครึ่งแรก แต่เมื่อเขาสู่ครึ่งหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมเป็นฝ่ายตามหลัง ลูกเปิดที่ควรจะเป็นความหวังของทีมก็ไม่เข้าเป้าเลยแม้แต่นิดเดียว
  3. Getty Images

    เด่น - จอร์แดน พิคฟอร์ด

    ผู้รักษาประตูจากเอฟเวอร์ตันยังคงงัดฟอร์มอันเหนียวหนึบลงเฝ้าเสาให้กับทีมชาติอังกฤษได้อย่างเช่นเคย โดยเจ้าตัวมีช็อตเซฟสวยๆช่วงท้ายเกม ซึ่งลูกที่โดนตีเสมอของเขานั้นถือว่าสุดวิสัย อย่างไรก็ตามเจ้าตัวเป็นฮีโร่ให้ทีมกับทีมได้หลังเซฟลูกจุดโทษของคาร์ลอส บัคก้าก่อนทีมจะดวลชนะจุดโทษไป 4-3
  4. Getty

    ​เด่น - แฮร์รี เคน

    กองหน้าจาก ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ทำประตูที่ 6 ในฟุตบอลโลก ซึ่งทำให้เขากลายเป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์อยู่ในขณะนี้ ซึ่งลูกจุดโทษก็เป็นเขาที่อาศัยเล่ห์เหลี่ยม ไหวพริบในการเรียกจุดโทษให้กับทีม โดยแม้จะทำประตูจากโอเพ่นเพลย์ไม่ได้แต่การเล่นกับบอลและอาศัยเหลี่ยมบอลเรียกฟาวล์ได้บ่อยครั้งนั้นถือเป็นประโยชน์ให้กับทีมมากทีเดียว
  5. Alex Morton/Getty Images

    ​เด่น - เยร์รี มินา

    ปราการหลังทีมชาติโคลอมเบียเป็นฮีโร่ยื้อชีวิตของทีมออกไปถึงช่วงต่อเวลาและดวลจุดโทษซึ่งถือเป็นประตูที่ 3 ของเขาแล้วในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยเขาประสานงานกับ ดาวินซอน ซานเชซ คู่หูแนวรับได้อย่างแข็งแกร่งในการรับมือกับแนวรุกทีมชาติอังกฤษ โดยแม้เจ้าตัวจะมีอาการบาดเจ็บหลังโหม่งประตูตีเสมอให้กับทีมแต่ก็ยังกัดฟันเล่นต่อและช่วยให้ทีมได้ลุ้นดวลจุดโทษแม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปก็ตาม
  6. Getty Images

    ดับ - คาร์ลอส ซานเชซ

    มิดฟิลด์จากฟิออเรนตินาทำให้โคลอมเบียต้องเดือดร้อนเพราะความผิดพลาดของเขาด้วยการเสียจุดโทษเป็นนัดที่สองแล้ว จากการไปเจตนาเหนี่ยวรั้งดึง แฮร์รี เคน จนล้มลงไป ก่อนที่ เคน จะลุกมายิงจุดโทษเป็นประตูขึ้นนำให้อังกฤษ จนทำให้เขาต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเวลาปกติ เรียกได้ว่าประสบการณ์ความผิดพลาดเก่าๆที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ แทบไม่ได้ทำให้เขาเรียนรู้อะไรเลยแม้แต่น้อย
  7. LUIS ACOSTA/AFP/Getty Images

    ดับ - คาร์ลอส บัคก้า

    ดาวยิงจากเอซี มิลาน ถูกโคลอมเบียส่งลงมาเป็นตัวสำรองเพื่อหวังเพิ่มความหลากหลายในแนวรุก แต่ลงไปไม่กี่นาทีก็ดันไปหวดแข้งของ จอห์น สโตนส์ จนเสียใบเหลืองแบบไม่จำเป็นอย่างรวดเร็ว แถมการเล่นหลังจากนั้นก็แทบไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ทีมเลยแม้แต่น้อย เท่านั้นไม่พอยังมารับหน้าที่สังหารจุดโทษเป็นคนสุดท้ายของทีมไปติดเซฟของ จอร์แดน พิคฟอร์ด จึงนับเป็นเกมที่ไม่น่าจดจำของเขาอย่างแท้จริง
  8. Getty Images

    ดับ - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

    กองกลางจากลิเวอร์พูลถือเป็นรอยด่างพร้อยเพียงอย่างเดียวเท่านั้นในประวัติศาสตร์การชนะการดวลจุดโทษครั้งแรกในฟุตบอลโลกของอังกฤษ เพราะนอกจากจะเป็นคนเดียวของทีมที่ยิงจุดโทษพลาดแล้ว ในลูกที่ทีมโดนตีเสมอนั้น ความจริงแล้วเขาคือรับหน้าที่ตามประกบ เยร์รี มินา เสียด้วย แต่ดันไม่ยอมวิ่งตามไปประกบให้สุดทาง จนกลายเป็นการเปิดโอกาสให้ มินา ได้โหม่งตุงตาข่ายเต็มๆ นอกจากนี้ยังมาเสียใบเหลืองแบบไม่จำเป็นด้วยก่อนการยิงจุดโทษในเกมซึ่งเป็นประตูขึ้นนำของ แฮร์รี เคน จากการไปเล่นตุกติกนอกเกมใส่คู่แข่ง