Top/Flop of the Day : เด่น - ดับ ประจำรอบ 16 ทีมสุดท้าย (วันที่ 1)

คอมเมนต์()
Goal/Getty
เอ็มบัปเป้จุติ สองพระเจ้าลูกหนังกลับบ้านก่อนกำหนด - นี่คือดาวเด่นและดาวดับในฟุตบอลโลกรอบน็อคเอาท์วันแรก

  1. Getty

    #1 เด่น - คีลิยัน เอ็มบัปเป้

    ดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศสแสดงให้เห็นถึงทั้งทักษะ, ความเข้าใจเกม และการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมเกินวัย เมื่อกลายเป็นดาวรุ่งคนแรกนับตั้งแต่ เปเล ที่ยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูในฟุตบอลโลก 1 นัด รวมถึงเรียกอีกหนึ่งจุดโทษจากทั้งหมด 4 ประตูที่ฝรั่งเศสยิงได้ในเกมนี้ พร้อมส่งอาร์เจนตินาและลิโอเนล เมสซี ตกรอบไปในที่สุด
  2. ROMAN KRUCHININ/AFP/Getty Images

    #2 ดับ - กองหลังอาร์เจนตินาทั้งแผง

    ถือเป็นเกมที่แนวรับของอาร์เจนตินาเล่นกันได้อย่างย่ำแย่อย่างแท้จริง เพราะเพียงแค่ความเร็วของ เอ็มบัปเป้ แค่คนเดียว ก็ส่งผลให้ผู้เล่นพวกเขาต้องโดนใบเหลืองไปถึง 2 คน คือ มาร์กอส โรโฮ และ นิโคลัส ทายาฟิโก้ โดยเฉพาะการตัดฟาวล์ในรายของ โรโฮ นั้น ทำให้ทีมเสียหายถึงขั้นเสียจุดโทษซึ่งเป็นประตูแรกของฝรั่งเศสด้วย จนส่งผลให้ โรโฮ โดนเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ก่อนเริ่มครึ่งหลัง

    ขณะที่คนที่ถูกส่งลงมาแทนอย่าง เฟเดริโก้ ฟาซิโอ ก็ไม่ได้ช่วยให้เกมรับของฟ้าขาวดีขึ้นเลย เพราะแม้จะมีรูปร่างสูงใหญ่แต่ก็เต็มไปด้วยความเชื่องช้าจนโดน เอ็มบัปเป้ เล่นงานไปอีกด้วยการซัด 2 ประตู 

    ส่วนรายของ นิโคลัส โอตาเมนดี้ ก็ยังมาออกลูกเกเรอีกครั้งจากการเก็บอารมณ์ไม่อยู่ไปหวดบอลใส่หลังของ ปอล ป็อกบา ที่ล้มเจ็บอยู่ด้วยจนโดนใบเหลืองไปตามระเบียบ จะมีก็เพียงแค่ กาเบรียล แมร์กาโด้ คนเดียวเท่านั้นที่ดูไม่ย่ำแย่เท่าคนอื่น เพราะมีส่วนเติมเกมรุกไปช่วยยิงประตูขึ้นนำ 2-1 ให้ทีมด้วย แต่สุดท้ายก็ต้านความแข็งแกร่งของฝรั่งเศสไม่ไหวอยู่ดี
  3. Getty

    #3 ดับ - กอนซาโล กูเอเดส

    กองหน้าจาก บาเลนเซีย ได้โอกาสออกสตาร์ทเป็นคู่หูแดนหน้าของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ในเกมนี้ แต่กลายเป็นว่านอกจากจะไม่ช่วยแบ่งเบาภาระของสตาร์จาก เรอัล มาดริด เขายังเหมือนส่วนเกินในแนวรุกของทีมไปเสียอย่างนั้น ทั้งการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมและการหาจังหวะยิงดูติดขัดไปหมด ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวออกตามคาดหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
  4. Getty

    #4 เด่น - เอดินสัน คาวานี

    ดาวยิงสังกัดเปแอสเชเรียกความมั่นใจในการจบสกอร์ต่อเนื่องมาจากเกมกับรัสเซีย ล่าสุดเจ้าตัวสวมบทฮีโร่ทำคนเดียว 2 ประตูจากโอกาสจบสกอร์ของตัวเองในเกมนี้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ทว่าเขากลับอยู่ในสนามไม่ครบ 90 นาที จากอาการเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 74 และต้องลุ้นอาการของเจ้าตัวต่อไปว่าจะพร้อมเล่นเกมเจอฝรั่งเศสในรอบ 8 ทีมสุดท้ายหรือไม่