Analysis : ผู้แพ้-ผู้ชนะ ตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีก

คอมเมนต์()
Getty / Goal
ตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีกปิดฉากลงอย่างเป็นทางการเรียบร้อยเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และนี่คือผู้แพ้และผู้ชนะจากตลาดนักเตะอังกฤษครั้งนี้

  1. Getty Images

    ผู้ชนะ : ธิโบต์ กูร์ตัวส์

    มือกาวชาวเบลเยียมแสดงความต้องการอย่างชัดเจนมาสักระยะหนึ่งแล้วว่าต้องการย้ายออกจากทีมเชลซีเพื่อไปเล่นให้เรอัล มาดริด และสถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นเมื่อเขาไม่ยอมกลับมาเข้าแคมป์สิงห์บลูเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่

    แน่นอนว่าพฤติกรรมดังกล่าวทำให้แฟนๆ สิงโตน้ำเงินครามไม่พอใจนักเตะรายนี้เป็นอย่างยิ่ง รวมถึงทำให้เชลซีต้องกระโดดลงตลาดนักเตะเพื่อทุ่มซื้อเกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ด้วยราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็นไปมากทีเดียว

    การเสียมือกาวระดับนี้ไปในเวลาไม่กี่วันก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของเชลซี แต่แน่นอนว่านี่คือชัยชนะของกูร์ตัวส์ที่ได้ย้ายทีมสมใจ

  2. Getty

    ผู้แพ้ : โชเซ มูรินโญ

    กุนซือปีศาจแดงให้สัมภาษณ์อย่างสม่ำเสมอในช่วงระหว่างปรีซีซันว่าทีมของเขายังต้องการเสริมทัพเพิ่มเติมอย่างน้อย 1-2 คน และมีข่าวอย่างต่อเนื่องกับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็น โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เยร์รี มินา หรือแฮร์รี แม็คไกวร์ รวมถึงดิเอโก โกดิน ในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ

    ถึงแม้จะได้นักเตะอย่างเฟร็ดและดิเอโก ดาโลต์ มาเสริมทัพก่อนหน้านี้แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าทีมปีศาจแดงของมูรินโญยังมีช่องโหว่มากเกินไปในหลายๆ ตำแหน่ง สำหรับทีมที่มีเป้าหมายเพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

  3. Nathan Stirk

    ผู้ชนะ - ลิเวอร์พูล

    ทีมหงส์แดงในปีนี้มีปฏิบัติการณ์ในตลาดนักเตะที่รวดเร็วและเฉียบคม ไล่ตั้งแต่การได้ นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ และเซอร์ดาน ชากิรี มาเสริมทัพในแดนกลาง รวมถึงการคว้าอลิสสัน เบคเกอร์ เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาผู้รักษาประตูได้อย่างทันท่วงที

    การเสริมทัพของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ถือได้ว่าเข้าทางเจอร์เกน คล็อปป์ และทำให้พวกเขามีทีมที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับทีมอื่นๆ

  4. Getty Images

    ผู้แพ้ - ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

    ไก่เดือยทองกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ไม่เสริมทัพในตลาดนักเตะหน้าร้อน นับตั้งแต่มีการใช้ระบบตลาดนักเตะเมื่อปี 2003 เป็นต้นมา เหตุผลหลักก็คือพวกเขาต้องประหยัดเงินเพื่อการลงทุนสร้างสนามใหม่ รวมถึงจากกรณี Brexit ทำให้พวกเขาต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อนักเตะสักคน เนื่องจากค่าเงินปอนด์ที่ลดลงเมื่อเทียบกับยูโร ซึ่งเป็นค่าเงินหลักของยุโรป

    แม้พวกเขาจะทำได้อย่างยอดเยี่ยมในการรั้งบรรดาซูเปอร์สตาร์ในทีมให้อยู่กับทีมต่อไปโดยไม่เสียใครออกไปเลยแม้แต่รายเดียว แต่จากผลงานเมื่อฤดูกาลก่อนด้วยทีมชุดที่เป็นอยู่ คงต้องยอมรับว่าไก่เดือยทองยังไม่พร้อมสำหรับแชมป์พรีเมียร์ลีก และพวกเขาคงต้องทำงานอย่างหนักทีเดียวเพื่อรักษาอันดับเดิมเอาไว้ให้ได้ หรืออย่างน้อยก็คือเป้าหมายเพื่อเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลถัดไป

  5. Getty Images

    ผู้ชนะ - วูล์ฟแฮมป์ตัน

    ทีมหมาป่าปรับรูปโฉมใหม่อย่างเห็นได้ชัดเมื่อโฟซุน อินเตอร์เนชันแนล เข้ามาเทคโอเวอร์เมื่อ 2 ปีก่อน และเมื่อพวกเขาได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012 สิ่งที่กลุ่มทุนจากจีนทำก็คือ พวกเขาต้องการความมั่นใจว่าวูล์ฟแฮมป์ตันจะยังอยู่ในลีกสูงสุดต่อไปอีกหลายฤดูกาล

    พวกเขาเสริมทัพด้วยการซื้อหรือยืมตัวนักเตะเข้ามาถึง 11 ราย โดยมีชื่อเด่นๆ อย่าง รุย ปาทริซิโอ, เจา มูตินโญ, ราอูล ฆิเมเนซ รวมไปถึงจอนนี คาสโตร และจากขุมกำลังที่มีอยู่ ทำให้น้องใหม่รายนี้หวังได้สูงถึงครึ่งบนของตารางพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

  6. Clive Mason

    ผู้แพ้ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าทีมเรือใบสีฟ้าคือทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้ ด้วยขุมกำลังชั้นนำและกุนซือที่ดีที่สุด พวกเขายังคงแข็งแกร่งทั่วแผ่นไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูไปถึงกองหน้า รวมถึงมีทีมเวิร์คที่ยอดเยี่ยม และยังเป็นเต็งหนึ่งที่จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้

    อย่างไรก็ดี พวกเขากลับพลาดท่าเสียทีในตลาดนักเตะปีนี้หลายต่อหลายราย ไม่ว่าจะเป็นจอร์จินโญที่ย้ายไปอยู่กับเชลซี หรือเฟร็ดที่ตัดสินใจไปเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และการได้ ริยาด มาห์เรซ เข้ามาเป็นบิ๊กเนมเพียงคนเดียวคงไม่เพียงพอ หากเป๊ปและลูกทีมหวังสูงกว่าฤดูกาลก่อน โดยเฉพาะในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก