จากอาแย็กซ์ ถึง บาร์เซโลนา : ส่องฟอร์ม 8 ทีมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

คอมเมนต์()
Getty / Goal
ก่อนเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จะแข่งขันกันในกลางสัปดาห์นี้ โกล ขอพาไปชมฟอร์มของทั้ง 8 ทีม ที่จะชิงชัยเป็นเบอร์หนึ่งของยุโรปฤดูกาลนี้

  1. Getty Images

    ปอร์โต้

    ปอร์โต้อาจเป็นม้านอกสายตาใน 8 ทีมสุดท้ายของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาต้องโคจรมาพบกับลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ในนัดแรก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทั้งคู่ก็โคจรมาพบกันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และเป็นลิเวอร์พูลที่เขี่ยปอร์โต้ตกรอบไปอย่างน่าอับอาย ด้วยการบุกไปชนะถึงถิ่น 5-0 ก่อนจะกลับมาเสมอแบบไร้สกอร์ที่อังกฤษ

    อย่างไรก็ดี ปอร์โต้มีเกมรับที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา พวกเขาได้กองหลังมากประสบการณ์ในรายการนี้อย่างเปเป้เข้ามาเสริมทัพ และชนะไปถึง 6 นัด จาก 8 นัดในฟุตบอลยุโรปปีนี้ ปอร์โต้ก็เหมือนเช่นลิเวอร์พูล ที่ต้องลุ้นแชมป์ลีกอย่างหนักกับเบนฟิก้าอยู่ในเวลานี้ แต่ด้วยขุมกำลังที่ด้อยกว่า ยอดทีมจากโปรตุเกสน่าจะจอดอยู่แค่รอบนี้ และเป็นลิเวอร์พูลที่ได้เข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป

  2. Getty Images

    อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

    ผลงานของอาแย็กซ์ในรอบที่ผ่านมา ถือว่าเซอร์ไพรส์แฟนบอลได้ไม่น้อย เมื่อพวกเขาถล่มแชมป์เก่าอย่างเรอัล มาดริด ได้ถึงซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ด้วยผลงานหักปากกาเซียนของแฟรงกี้ เดอ ยอง,  มัทไธส์ เดอ ลิกต์ และเดวิด เนเรส ประกอบกับประสบการณ์ของอดีตเพลย์เมกเกอร์เซาแธมป์ตันอย่างดูซาน ทาดิช ทำให้พวกเขาไม่ใช่ทีมที่สโมสรยักษ์ใหญ่อื่นๆ จะมองข้ามได้อีกแล้ว

    การโคจรมาพบกับยูเวนตุส โดยที่พวกเขาได้เล่นนัดแรกในบ้านก่อน ไม่ได้ทำให้งานของอาแย็กซ์ง่ายกว่าเดิมเลย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับจ่าฝูงของกัลโช เซเรีย อา ที่ขุมกำลังและความพร้อมแตกต่างจากราชันชุดขาวในรอบก่อนหน้านี้มาก และพวกเขาคงต้องงัดฟอร์มที่สุดยอดกว่าเดิม หากหวังจะผ่านเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย

  3. Getty Images

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

    โอเล กุนนาร์ โซลชา สมควรได้รับคำชมจากการพาทีมพลิกชนะปารีส แซงต์ แชร์กแมง มาได้อย่างเหลือเชื่อ และเข้าสู่รอบก่อนรอบชนะเลิศได้สำเร็จ กุนซือชาวนอร์เวย์พาปีศาจแดงกลับมาสู่สไตล์คลาสสิกดั้งเดิมของพวกเขาที่เน้นเกมรุกที่ทะลุทะลวงกว่าเดิม และมีทีมสปิริตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    พวกเขาอาจไม่ใช่ทีมเต็งในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลนี้ และการเผชิญหน้ากับบาร์เซโลนาก็ถือเป็นงานหนักมากสำหรับยอดทีมแห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่พวกเขาก็ยังพอมีหวังที่จะเอาชนะลิโอเนล เมสซี และพรรคพวกได้อยู่บ้าง หากอาศัยกำลังใจที่ดีเหมือนอย่างเกมนัดที่แล้วที่พบปารีส แซงต์ แชร์กแมง

  4. Catherine Ivill

    ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

    ในที่สุดท็อตแนมก็ได้กลับบ้าน พวกเขาเปิดสนามท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ใหม่ไปเรียบร้อยแล้วในเกมเอาชนะคริสตัล พาเลซ ในพรีเมียร์ลีก เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่แฟนบอลและนักเตะต่างรอคอยกันมาแสนนาน และมันทำให้พวกเขามีกำลังใจเพิ่มขึ้นมากก่อนเผชิญหน้ากับคู่แข่งร่วมลีกอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

    นอกจากการผ่านโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์มาได้แบบไม่ยากเย็นในยุโรป สเปอร์ต้องเจอปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นมาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีช่วงที่พวกเขาไม่ชนะในพรีเมียร์ลีกมาถึง 5 นัดติดต่อกัน และทำให้หมดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกไปค่อนข้างแน่นอนแล้ว อย่างไรก็ดี การได้มาพบกับแมนฯ ซิตี้ ในฟุตบอลยุโรป พวกเขาก็อาจสร้างรอยแผลแสบๆ ให้ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา และอาจมีผลต่อการลุ้นสี่แชมป์ของเรือใบสีฟ้าก็เป็นได้

  5. Getty

    ยูเวนตุส

    ยูเวนตุสมีขุมกำลังที่เพียบพร้อมในการลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ พวกเขาอาจต้องเจอปัญหาน่าปวดหัวอยู่บ้าง เมื่อคริสเตียโน โรนัลโด้ อาจฟิตไม่เต็มที่ในเกมนัดแรกที่จะไปเยือนอาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม แต่สำหรับนักเตะที่เคยคว้า UCL มาแล้วถึง 5 สมัย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จที่รอคอยมานานในฟุตบอลยุโรปของทีมม้าลาย

    นอกจากโรนัลโด้ พวกเขายังมีผู้เล่นที่น่าจับตาอย่าง มอยเซ คีน ที่ทำได้ 5 ประตู จาก 4 นัดหลังสุดในกัลโช เซเรีย อา รวมถึงการเปิดตัวสุดหรูในนามทีมชาติอิตาลี เหลือเพียงการแจ้งเกิดในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเท่านั้นที่เขารอคอย และไม่แน่ใจว่ามันอาจจะถึงเวลาแล้วก็เป็นได้

  6. Getty

    ลิเวอร์พูล

    ลูกทีมของเจอร์เกน คล็อปป์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ในเวลานี้ และการจับสลากในรอบ 8 ทีมสุดท้ายก็ช่วยพวกเขาได้ไม่น้อย เมื่อเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่ไม่ยากนักอย่างปอร์โต้ ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ลิเวอร์พูลมีความแน่นอนเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมีเวอร์จิล ฟาน ไดค์ อยู่ในแผงหลัง และเกมรุกของพวกเขาก็ยังอันตรายเหมือนเช่นที่ผ่านๆ มา

    หลังจากพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หงส์แดงมีประสบการณ์มากขึ้นในฤดูกาลนี้ พวกเขาพร้อมแล้วที่จะประสบความสำเร็จในระดับนี้ และหากเป็นไปได้ ยอดทีมแห่งแอนฟิลด์ก็คงตั้งเป้าไว้ที่การคว้าแชมป์ทั้งสองรายการ

  7. Getty

    แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเจอปัญหาหนักใจไม่น้อยในช่วงท้ายฤดูกาล เมื่อพวกเขามีโปรแกรมบิ๊กแมตช์อยู่หลายนัดให้ต้องพะวงในเส้นทางสู่การลุ้น 4 แชมป์ จนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีเวลาพักผ่อน ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ คู่แข่งในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่พวกเขาต้องเจอกลางสัปดาห์นี้ก็มีดีพอจะเอาชนะลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลาได้ หากวันใดที่ฟอร์มเข้าฝัก และไม่ใช่ทีมที่เรือใบสีฟ้าจะประมาทได้เลย

    หลังจากที่คว้าแชมป์คาราบาวคัพไปแล้ว กุนซือชาวสเปนคงต้องทำงานอย่างหนัก หากพวกเขาจะประสบความสำเร็จได้ในอีกทั้งสามรายการที่เหลือ โดยเฉพาะเรื่องของการสลับสับเปลี่ยนผู้เล่นให้คงความสดของร่างกายให้ต่อเนื่อง แต่เป้าหมายของพวกเขานั้นชัดเจน ชนะให้มากที่แล้ว แล้วความสำเร็จที่มากที่สุดจะตามมาเอง

  8. Getty

    บาร์เซโลนา

    บาร์เซโลนาเข้าใกล้แชมป์ลาลีกาอีกสมัยเต็มที หลังจากที่เมื่อสุดสัปดาห์พวกเขาเอาชนะแอตเลติโก มาดริด ได้อย่างไม่ยากเย็น ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้อาซูลกรานาโฟกัสกับฟุตบอลยุโรปได้อย่างเต็มที่ หลังจากที่เรอัล มาดริด คู่ปรับตลอดกาลของพวกเขาตกรอบไปเรียบร้อย ทำให้พวกเขากลายเป็นตัวเต็งขึ้นมาทันที

    ด้วยการนำทีมของลิโอเนล เมสซี หนึ่งในนักเตะที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในโลก บาร์ซามีโอกาสสูงทีเดียวที่จะได้แชมป์รายการนี้ หลังจากที่ประสบความสำเร็จครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2015 หรือ 4 ปีที่แล้ว และจุดเริ่มต้นของพวกเขาคือการบุกไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนจะกลับมาเล่นที่คัมป์นู