ก่อนถึงมินามิโนะ : ย้อนผลงาน 8 แข้งญี่ปุ่นในพรีเมียร์ลีก

อัพเดตล่าสุด
Getty

  1. 2018_9_5_junichi_inamoto3
    (C)Getty Images

    จุนอิจิ อินาโมโตะ

    อินาโมโตะ ย้ายจาก กัมบะ โอซาก้า มาอยู่กับ อาร์เซนอล แบบยืมตัวในช่วงซัมเมอร์ปี 2001 ทว่ากลับได้โอกาสลงเล่นให้ทัพปืนโตเพียงแค่ในถ้วยลีกคัพ 2 เกม รวมถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 เกม แต่ไม่เคยได้ลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่นาทีเดียว

    ทำให้ปีต่อมา 2002 อินาโมโตะ ตัดสินใจโยกไปเล่นให้ฟูแลม (แบบยืมตัวจากกัมบะ) จนทำให้เขากลายเป็นแข้งชาวญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะฝากสถิติลงเล่นในเจ้าสัวน้อยในลีกสูงสุดอังกฤษไปทั้งหมด 41 เกม ยิงได้ 2 ประตู

    กระทั่งช่วงซัมเมอร์ในปี 2004 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ตัดสินใจจ่ายเงินราว 2 แสนปอนด์เพื่อซื้อตัว อินาโมโตะ ไปร่วมทัพแบบถาวร แต่กลับไม่ถูกส่งลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเลย จนทำให้ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ถูกปล่อยตัวให้ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ทีมในแชมเปี้ยนชิพยืมตัวไปใช้งาน

    ทว่าในอีก 3 เดือนต่อมา หรือในเดือนมีนาคม 2005 อินาโมโตะ ก็ได้กลับมาอยู่กับเวสต์บรอมฯอีกครั้ง และได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2004-2005 ไปทั้งหมด 3 เกม

    จากนั้นในฤดูกาลต่อมา 2005-2006 อินาโมโตะ ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปทั้งหมด 22 เกม แต่ก็กลายเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่เขาได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีก เพราะเดอะ แบ็กกี้ส์ตกชั้นลงไปสู่แชมเปี้ยนชิพ

  2. Shinji Kagawa - Manchester United vs Swansea City
    Getty

    ชินจิ คางาวะ

    คางาวะ ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2012 โดยได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2012-2013 ไปทั้งหมด 20 เกม ยิงได้ 6 ประตู

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นแข้งชาวเอเชียคนแรกที่ทำแฮตทริกได้ในพรีเมียร์ลีก ในเกมชนะนอริช ซิตี้ 4-0 รวมถึงยังเป็นแข้งชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกด้วย

    จากนั้นฤดูกาลต่อมา 2013-2014 ปีศาจแดงเปลี่ยนกุนซือจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาเป็น เดวิด มอยส์ จนทำให้ คางาวะ ได้โอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกน้อยกว่าเดิมเหลือแค่ 18 เกม

    ทว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูกาล 2014-2015 คางาวะ กลับไม่อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล จนทำให้ถูกปล่อยกลับไปร่วมทัพเสือเหลืองอีกครั้ง ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดนักเตะซัมเมอร์ปี 2014

  3. Ryo Miyaichi
    Getty Images

    เรียว มิยาอิจิ

    ช่วงซัมเมอร์ปี 2010 มิยาอิจิ ซึ่งตอนนั้นเป็นนักเรียนระดับไฮสคูล และเป็นเพียงแค่นักฟุตบอลของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยจูเกียว แต่กลับมีฝีเท้าที่ไปเข้าตา อาร์แซน เวงเกอร์ จนทำให้ถูกเชิญไปทดสอบฝีเท้าที่อาร์เซนอล กระทั่งได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพครั้งแรกในชีวิตกับไอ้ปืนใหญ่ ในเดือนมกราคมปี 2011

    ทว่าจากการที่ยังไม่มีใบอนุญาตทำงานในอังกฤษ รวมถึงไม่เคยลงเล่นในระดับอาชีพมาก่อน ทำให้เดอะ กันเนอร์สตัดสินใจปล่อยให้ทีมในเนเธอร์แลนด์อย่าง เฟเยนูร์ด ยืมตัวไปใช้งานตลอดทั้งฤดูกาล 2010-2011

    ต่อมาช่วงซัมเมอร์ปี 2011 มิยาอิจิ กลับมาร่วมทัพปืนโตอีกครั้ง พร้อมได้รับใบอนุญาตทำงานในอังกฤษเรียบร้อย ทว่ากลับได้ลงเล่นในถ้วยลีกคัพเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น ทำให้ในช่วงเดือนมกราคมปี 2012 ถูกปล่อยให้โบลตัน วันเดอเรอร์สยืมตัวไปใช้งานตลอดทั้งฤดูกาล 2011-2012

    เดอะ ทร็อตเตอร์ส กลายเป็นทีมแรกที่ให้โอกาส มิยาอิจิ ลงสัมผัสเกมในพรีเมียร์ลีก ก่อนฝากสถิติลงเล่นในฤดูกาล 2011-2012 ไปทั้งหมด 14 เกม แบ่งเป็นในพรีเมียร์ลีก 12 เกม และในเอฟเอคัพอีก 2 เกม ซึ่งเขายิงได้ 1 ประตูด้วย ในเกมรอบ 5 ที่บุกชนะมิลล์วอลล์ 2-0

    จากนั้น มิยาอิจิ ต้องออกไปเล่นแบบยืมตัวอีกครั้งกับ วีแกน แอธเลติก ตลอดทั้งฤดูกาล 2012-2013 ทว่ากลับต้องประสบปัญหาบาดเจ็บจนได้ลงเล่นไปทั้งหมดแค่ 7 เกมเท่านั้น แบ่งเป็นในพรีเมียร์ลีก 4 เกม, ลีกคัพ 2 เกม และเอฟเอคัพ 1 เกม

    กระทั่งถัดมาฤดูกาล 2013-2014 ก็เป็นครั้งแรกที่ มิยาอิจิ ได้อยู่ช่วยต้นสังกัดที่แท้จริงแบบเต็มซีซั่น รวมถึงได้ประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกให้อาร์เซนอลหลังจากรอคอยมานานด้วย ในเกมชนะสโต๊ค ซิตี้ 3-1 โดยถูกส่งเป็นตัวสำรองแทน แซร์ช กนาบรี้ ในนาทีที่ 73

    ทว่าการที่ต้องประสบปัญหาบาดเจ็บอีกครั้ง ก็ทำให้นี่เป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกให้ทัพปืนโตแค่เกมเดียวในชีวิตของเขาเท่านั้น ขณะที่ตลอดทั้งฤดูกาล 2013-2014 มิยาอิจิ ได้ลงเล่นเพิ่มเติมแค่ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 เกม และลีกคัพอีก 2 เกม

    จากนั้น มิยาอิจิ ได้กลับไปค้าแข้งในเอเรดิวิซี่อีกครั้งกับทเวนเต้ ด้วยสัญญายืมตัวตลอดทั้งฤดูกาล 2014-2015 กระทั่งในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 เขาก็ไม่มีโอกาสได้กลับมาอยู่อาร์เซนอลอีกแล้ว เพราะถูกขายขาดไปให้ ซังต์ เพาลี ทีมในลีกรองของเยอรมัน

  4. 2018-08-19 Muto Yoshinori Newcastle United
    Getty Images

    โยชิโนริ มุโตะ

    มุโตะ ย้ายจาก ไมนซ์ 05 มาอยู่กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2018 โดยได้ลงเล่นในฤดูกาลแรกไปทั้งหมด 18 เกม แบ่งเป็นในถ้วยลีกคัพ 1 เกม และในพรีเมียร์ลีก 17 เกม ทำได้ 1 ประตู แถมยังเป็นการยิงใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดด้วย แต่เกมนั้นสาลิกาดงบุกไปแพ้ 2-3

    ต่อมาในฤดูกาลปัจจุบันนี้ มุโตะ ลงเล่นไปแล้ว 7 เกม แบ่งเป็นพรีเมียร์ลีก 6 เกม และในเกมลีกคัพรอบ 2 ซึ่งเขาทำประตูตีเสมอ 1-1 ใส่เลสเตอร์ ซิตี้ได้ด้วย ทว่านิวคาสเซิลกลับต้องแพ้ในการดวลจุดโทษไป 2-4

  5. Hidetoshi Nakata
    Getty

    ฮิเดโตชิ นากาตะ

    ซูเปอร์สตาร์ของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นอย่าง นากาตะ ย้ายจากฟิออเรนตินามาอยู่กับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส แบบยืมตัวในฤดูกาล 2005-2006 และถือเป็นสโมสรสุดท้ายในชีวิตค้าแข้งด้วย เพราะเขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดหลังเสร็จสิ้นภารกิจช่วยทีมชาติญี่ปุ่นในศึกฟุตบอลโลก 2006

    ทั้งนี้ นากาตะ ฝากผลงานกับโบลตันไว้ทั้งหมด 32 เกม แบ่งเป็นในยูฟ่าคัพ 6 เกม, เอฟเอคัพ 3 เกม, ลีกคัพ 3 เกม และในพรีเมียร์ลีก 21 เกม ซึ่งเขาทำได้ 1 ประตู ในเกมชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-0

  6. 2019-05-08 Shinji Okazaki
    Getty Images

    ชินจิ โอกาซากิ

    โอกาซากิ ย้ายจาก ไมนซ์ 05 มาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2015 และเพียงแค่ฤดูกาลแรกก็กลายเป็นหนึ่งในขุนพลประวัติศาสตร์ชุดคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกของสโมสรได้ทันที ซึ่งเขาถือเป็นตัวหลักด้วย เพราะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปถึง 36 เกม จากทั้งหมด 38 เกม และยิงได้ 5 ประตู

    จากนั้นในฤดูกาล 2016-2017 ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 30 นัด ยิงได้ 3 ประตู ต่อมาฤดูกาล 2017-2018 ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 27 เกม ยิงได้ 6 ประตู และปิดท้ายด้วยฤดูกาล 2018-2019 ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 21 เกม แต่ทำประตูไม่ได้

    กระทั่งหมดสัญญากับเลสเตอร์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญากับมาลาก้าแบบไร้ค่าตัว ทว่าดันอยู่กับทีมได้เพียงแค่ 34 วันเท่านั้น เพราะต้นสังกัดไม่สามารถจ่ายเงินค่าเหนื่อยของเขาได้ เนื่องจากเพดานการเงินที่ลีกสเปนกำหนดไว้ จนต้องจำใจฉีกสัญญา และสุดท้ายได้มาเซ็นสัญญาใหม่กับอูเอสก้า

  7. 2017-01-19--tottenham-kazuyuki-toda

    คาซูยูกิ โทดะ

    กองกลางดีกรีทีมชาติญี่ปุ่นชุดฟุตบอลโลก 2002 ถูก ชิมิสุ เอส พัลส์ ปล่อยให้ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ยืมตัวไปใช้งานในช่วงเดือนมกราคมปี 2003 โดยได้ลงช่วยไก่เดือยทองไปเพียงแค่ 4 เกมเท่านั้น ซึ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด

    กระทั่งต่อมาในเดือนมกราคมปี 2004 โทดะ ก็ถูก ชิมิสุ เอล พัลส์ ต้นสังกัดที่แท้จริงปล่อยให้ เดน ฮาก ทีมในเอเรดิวิซี เนเธอร์แลนด์ ยืมตัวไปใช้งานต่อ

  8. 2019-09-24 Maya Yoshida
    Getty Images

    มายะ โยชิดะ

    โยชิดะ ย้ายจาก วีวีวี-เวนโล มาอยู่กับเซาแธมป์ตันตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2012 และก้าวมาเป็นตัวหลักของสโมสรได้ทันทีมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยการลงเล่นรวมทุกถ้วยไปแล้วทั้งหมดถึง 193 เกม ยิงได้ 9 ประตู ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะชาวญี่ปุ่นที่ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกได้ยาวนานที่สุดด้วย