Toyota Thai League Match of The Week 34 : ชลบุรี 1-2 บุรีรัมย์

คอมเมนต์()
Goal Thailand
ปราสาทสายฟ้า บุกไปสร้างสถิติใหม่ของไทยลีก ในนัดส่งฤดูกาล ถึงถิ่นชลบุรี พร้อมกับการลาออกของ "โค้ชเทิด"

ชลบุรี เอฟซี   บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
1 - 2

เรนาน มาร์เกวส  13' (จุดโทษ)

   

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้  63' (จุดโทษ), 76

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน “ชลบุรี เอฟซี แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นคู่แข่งที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กินยาก ตลอด 3 ครั้งที่เจอในฤดูกาล 2017

เกมนี้ลูกทีมของโค้ชเทิด เทิดศักดิ์ ใจมั่น เล่นได้ดี มีวินัย จนได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 แต่หลังจากนั้น เกมรับชลบุรี ต้านตัวรุกของบุรีรัมย์ไม่ไหวทีมเยือนมีโอกาสลุ้นสกอร์หลายครั้ง แต่ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ ก็ปัดไปได้

พอผ่านช่วง 60 นาที เริ่มเห็นได้ชัดว่า ทีมเยือนยังมีเรี่ยงแรงที่ดีกว่า ขณะที่ ชลบุรี ใช้พลังไปเยอะมากในช่วงต้นเกม เริ่มออกอาการ เกมรับ แดนกลาง เริ่มมีช่วงให้เจาะถี่ขึ้น ท้ายที่สุดแพ้ไป 2-1 

แต่ก็เป็นความพ่ายแพ้ที่สามารถสู้ได้ ไม่ได้แพ้แบบไร้ทางสู้ น่าเสียดายเหมือนกันที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ลาออกหลังจบเกม แต่เส้นทางโค้ชสำหรับเขายังยาวไกล ยังมีเวลาที่จะได้ สะสมประสบการณ์ และกลับมาพิสูจน์ฝีมือในอนาคตอันใกล้

ส่วนบุรีรัมย์ แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า พวกเขาเน้นทุกเกมจริงๆ และมีความกระหาย ต้องการเป็นผู้ชนะในทุกๆแมตช์ จนแซงชนะชลบุรีได้ พร้อมกับทำสถิติแต้มสูงสุดตลอดไทย ที่ 86 คะแนน"

นาวาอากาศโทปิยะพงษ์ ผิวอ่อน 
ตำนานนักเตะทีมชาติไทย / กูรูฟุตบอล / โตโยต้า แบรนด์แอมบาสเดอร์

ฉัตรณรงค์ ภูนากรม

“ดาร์บี้แมตช์ภูธรระหว่าง ชลบุรี พบ บุรีรัมย์ ถือว่าเข้มข้นส่งท้ายศึกโตโยต้าไทยลีกในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ หากย้อนกลับไปในเลกแรกเป็นทางฝั่ง ฉลามชล ที่บุกไปเสมอถึง ไอโมบาย สเตเดี้ยม ทั้งที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนจบด้วยสกอร์ 2-2 เกมนี้เจ้าถิ่นคงหวังไม่น้อยที่จะเก็บ 3 แต้มสั่งลา”

“เกมนี้ ชลบุรี เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 1-0 เช่นเคยเหมือนที่ทำไว้ในเลกแรกซึ่งต้องยอมรับว่าในครึ่งแรก เจ้าถิ่นเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมไม่มีข้อผิดพลาดอะไรเลยโดยใช้จังหวะรับและโต้กลับเร็วโดยเฉพาะ นูรูล ศรียานเก็ม ที่หลุดกระชากเล่นงานแนวรับ บุรีรัมย์ ได้อยู่ตลอด ส่วนตัวก็คงคิดว่าจะจบลงด้วยสกอร์นี้ทว่า ปราสาทสายฟ้า ไม่ยอมเสียท่าและต้องการสร้างสถิติทำแต้มสูงสุดตลอดกาลของศึกโตโยต้าไทยลีก” 

“ทั้งนี้พอเริ่มเกมครึ่งหลังกลับเป็นฝ่าย บุรีรัมย์ ที่ทำได้ดีกว่าชัดเจนซึ่งต้องยกความดีความชอบให้แก่ โบซิดาร์ บันโดวิช เฮดโค้ชใหญ่ของทีมที่วางหมากสู้สั่งลูกทีมเล่นไม่ตื่นตระหนกโดยเฉพาะการประสานงานในแนวหน้าระหว่าง ชาคสัน อเวลิโน โคเอลโญ และ คีย์แมนของเกมอย่าง ดิโอโก หลยุส์ ซานโต ที่สามารถสร้างจุดเปลี่ยนในพื้นที่สุดท้ายได้ชัดเจนก่อนพลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้แบบสะใจแฟนบอลพร้อมกับสร้างอีกหนึ่งสถิติใหม่ให้แก่วงการฟุตบอลไทย”

ฉัตรณรงค์ ภูนากรม 
ผู้สื่อข่าวฟุตบอลไทย โกล ประเทศไทย

ปิด