Toyota Thai League Match of The Week 19 : การท่าเรือ 0-3 แบงค็อก ยูไนเต็ด

คอมเมนต์()
Goal Thailand
พลพรรคแข้งเทพ ต้องออกแรงพอสมควรก่อนจะบุกไปสยบ สิงห์เจ้าท่า ที่มี ซิโก้ คุมทัพ ถึงรังแพท สเตเดียมได้ช่วงท้ายเกม

การท่าเรือ เอฟซี   แบงค็อก ยูไนเต็ด
การท่าเรือ เอฟซี 0 - 3 BUFC

 

   

ดราแกน บอสโควิช  77', 89'

มาริโอ ยูรอฟสกี้  82'

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน "เป็นเกมที่ได้รับความสนใจอย่างสูง นอกเหนือจากการดวลกันของสองสโมสรร่วมเมืองหลวงแล้ว ยังเป็นเกมแรกที่ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ กลับมาคืนวงการคุมทีมระดับสโมสรอีกด้วย

รูปเกมในครึ่งแรก ต้องบอกว่า การท่าเรือ ยุคซิโก้ เล่นกันได้ดี ต่อกรกับ แข้งเทพ ที่ช่วงหลังเกมรุกจัดจ้านเหลือเกินได้อย่างสนุก แผงหลังยืนกันได้ดี แม้ว่าจะต้องไม่มีตัวหลักที่ทั้ง เจ็บ-แบน และ ติดสัญญายืมตัว ผิดกลับ บียู ที่ครึ่งแรกเล่นได้น่าผิดหวัง เหมือนจังหวะขาดๆ เกินๆไปหมด ไม่เฉียบคม

ครึ่งหลัง แบงค็อก กลับมาอยู่ในเกมและมีสมาธิมากขึ้น น่าจะได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง จนความพยายามมาประสบความสำเร็จในช่วงท้ายเกม ก่อนที่ทุกอย่างจะเข้าทาง เพราะเจ้าบ้านอย่าง ท่าเรือพยายามเปิดหน้าแลก แต่กลับโดนสวนและถูกทิ้งห่างไปเป็น 2-0 3-0 ก่อนจบด้วยสกอร์นี้ 

แต่เพียงเกมแรก หลังเข้ามารับงานได้แค่ 2 วัน คงยังตัดสินอะไรกับ ซิโก้ ไม่ได้ ซึ่งอดีตเฮดโค้ชทีมชาติคงมีการบ้านต้องกลับไปทำพอสมควร ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 

ส่วนแบงค็อกฯ พวกเขาชนะแบบเก็บคลีนชีตได้ น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีของทีม หลังที่ผ่านมา ชนะคู่แข่งยิงได้เยอะ แต่ก็เสียประตูเยอะเช่นกัน และต้องแสดงความยินดีกับ มาริโอ ยูรอฟสกี ด้วยที่สร้างสถิติใหม่ ยิงประตูติดต่อกันยาวนานสุดตลอดกาล ไทยลีก โดยรวมแล้วเป็นเกมที่สนุกมากๆ ตื่นเต้น ได้ลุ้นกันตลอดไปจนถึงช่วงท้ายเกม"

นาวาอากาศโทปิยะพงษ์ ผิวอ่อน 
ตำนานนักเตะทีมชาติไทย / กูรูฟุตบอล / โตโยต้า แบรนด์แอมบาสเดอร์

วิรวิชญ์ เจริญเชื้อ

"เวลาเพียงสองวันในการจูนทีมของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง น้อยไปหน่อย ทำให้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทำได้หวือหวาเพียงแค่ครึ่งเวลาเดียว จากนั้นก็ดูเหมือนหมดไปดื้อๆ ซึ่งผิดจากแบงค็อก ยูไนเต็ด ที่รอจังหวะ ใช้วินัยเกมรับที่ยอดเยี่ยม ก่อนที่จะลงโทษในระยะเวลาที่เหมาะสม 

หากพิจารณาจากแผนของ "ซิโก้" จะเห็นลักษณะการเล่นบอลพื้นที่โดดเด่นจากยุคเดิม และปรับระบบการเล่นมาเป็นรูปแบบ 4-2-3-1 แต่ปัญหาของเกมที่ผ่านมา คือ ตัวจบสกอร์ ที่โชซิมาร์ เอง ยังไม่ตอบโจทย์มากนัก แต่ขณะที่ผู้เล่นที่เคยร่วมงานกับโค้ชในทีมชาติ ก็ทำหน้าที่ในระดับที่ดี คงจะต้องให้เวลาเขาได้พิสูจน์ตัวเองมากกว่านี้

ส่วนตัว เสียดายสถิติของยูรอฟสกี้ ที่ยิงประตูติดกัน 8เกมและต้องสิ้นสุดลงที่เกมนี้ เพราะการดีใจตามสไตล์ของเขานั่นเอง

ถ้าไม่ดูที่ผลสกอร์ เกมนี้เป็นเกมคุณภาพ เพียงแต่จังหวะในเกมดูจะเป็นใจให้ทีมเยือนมากกว่า และพวกเขาก็สมควรเป็นฝ่ายเก็บสามแต้ม เมื่อพวกเขาช่วงชิงจังหวะได้สำเร็จ"

วิรวิชญ์ เจริญเชื้อ
ผู้สื่อข่าวกีฬา Thairath TV

กล้าณรงค์ มาโชค"สำหรับเกมระหว่าง การท่าเรือ กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด คงต้องขอพูด การท่าเรือเป็นหลัก เพราะว่าเป็นการประเดิมคุมทีมนัดแรกของ โค้ชซิโก้ จากที่ได้ไปชมเกมถึงขอบสนาม ได้เห็นการเปลี่ียนแปลงพอสมควร ในการกลับมาทำสโมสรรอบหลายปี ทั้งจุดดี และจุดด้อย 

อย่างจุดดี ในช่วงครึ่งแรก ซิโก้ ทำให้ นักฟุตบอลอายุเยอะหลายราย วิ่งกันลืมตาย ไล่บอลเต็มที่ อย่างเช่น ยกตัวอย่าง อิทธิพล พูลทรัพย์ ที่เล่นได้โดดเด่นพิเศษ รวมถึงนักเตะคนอื่นภายในทีม มีความฟิตและแรงกระหาย มากกว่ายุคเดิมที่เคยเป็นมา

แต่จุดด้อยในช่วงครึ่งหลัง เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ การท่าเรือ ไม่สามารถเก็บ 1 แต้มหรือสามแต้มในบ้านได้ คือการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นสำรอง ที่ยังเป็นจุดด้อยเหมือนตอนทีมชาติ ที่มี 3 นักเตะที่สแตนด์บายอยู่แล้ว ว่าจะมีใครบ้าง อย่างเกมเมื่อวาน มีการเปลี่ยนผู้เล่นที่เล่นดีออก แล้วส่งผู้เล่นบางรายลงไป ทำให้เกมการขาดความต่อเนื่อง 

เช่น ถอด อิทธิพล มิดฟิลด์ตัวรุกออก แล้วส่ง วุฒิชัย ทาทอง ลงสนามแทน เพื่อยืนกองหน้าคู่กับ โชซิมาร์ หวังทำประตูคู่แข่ง แต่กลับเป็นผลเสีย เพราะเกมแดนกลางหายไปชัดเจน เมื่อ มาโน โพลกิง เห็นจึงส่ง ปกเกล้า อนันต์ มาเล่นงานจุดนี้ แดนกลางท่าเรือจึงลดประสิทธิภาพไป แบงค็อกก็เล่นได้ง่ายขึ้น

อีกจุดที่ยังต้องปรับพอสมควร คือเรื่องตำแหน่งเกมรับ เห็นได้ชัดเจนว่า พอเกมผ่านไปราวๆ 70 นาที กองหลังตัวกลาง อย่าง ประวีณวัช บุญยงค์ ออกอาการหมดแรง จนถูก กองหน้าแบงค็อก ขึ้นเกมฏโจมตีฝั่งนี้มากกว่า ดาบิด โรเชล่า

ท้ายที่สุด ท่าเรือ มาเสียประตูจากจุดโทษจากความผิดพลาด และนำมาซึ่งการเสียถึง 3 ประตู ซึ่งท่าเรือคงต้องนำเอาบทเรียนจากเกมนี้ไปคิดเป็นการบ้าน ในเกมนัดต่อไปที่บุกไปเยือน ราชนาวี แต่เชื่อว่า ทรงบอลท่าเรือมาดีแล้ว คิดว่าโอกาสที่พวกเขาจะดีขึ้นในยุคซิโก้ มีสูงครับ"

กล้าณรงค์ มาโชค
ผู้สื่อข่าวกีฬา True4U

ณัฐวุฒิ บุญโท

"เกมการแข่งขัน โตโยต้า ไทยลีก ที่สนามแพท สเตเดียม เมื่อวานนี้ เป็นอีกหนึ่งนัดที่สนุกสุดมันเลยทีเดียว อีกทั้งยังการประเดิมเกมแรก ของโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

เห็นได้ว่ากระแสนิยมในตัวของ ซิโก้ สามารถเรียกแฟนบอลเข้าสู่สนามได้อีกครั้ง ผมไม่เห็นผู้ชมหลัก 6,500 คนในสนามแห่งนี้ มาสักระยะหนึ่งแล้ว รวมถึงเกมนี้เป็นแมตช์ใหญ่ที่พบกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด "ซิโก้" จึงเป็นอีกหนึ่งความหวังของแฟนท่าเรือ ที่หวังว่าจะเห็นพัฒนาการ และระบบการเล่นที่ดียิ่งขึ้น

ก่อนเกม ซิโก้ ก็ได้เดินทางขอบคุณแฟนบอลสิงห์เจ้าท่า ได้รับกระแสตอบรับที่ดี ส่วนในเกมนั้น ต้องยอมรับว่า ศักยภาพผู้เล่นท่าเรือยังเป็นรองแบงค็อก แทบจะทุกตำแหน่ง 3 ประตูที่เกิดขึ้น ต้องชื่นชมแท็คติกของ มาโน โพลกิง ที่เขาทำได้ดีมาก 

แต่ครึ่งแรก ต้องไม่ลืมที่จะชมนักเตะการท่าเรือ ด้วยเช่นกัน ที่สู้ด้วยใจ สู้ได้อย่างเต็มที่ ยันเสมออยู่ น่าเสียดายจังหวะจบสกอร์ไม่เฉียบคมพอ ทำให้เกมในครึ่งหลัง รูปเกมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งพละกำลังเริ่มถอดถอยลงไป จนต้านทีมเยือนไม่อยู่ 

โดยรวมคิดว่า นี่เป็นสัญญาณที่ดีของ ซิโก้ เขามีลูกทีมที่ใจสู้ วิ่งเต็มร้อย และคงเห็นว่าควรปรับแต่งอะไรในช่วงเวลาที่เหลือ ก่อนตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดลงในเร็ววันนี้ จุดไหนเป็นข้อบกพร่อง ยังพอมีเวลาให้เขาได้ตัดสินใจ ส่วนเป้าหมายเลขตัวเดียว คิดว่าไม่น่ามีปัญหา ซิโก้ น่าจะปรับจูนทีมได้ และบรรลุเป้าหมายไม่ยากเย็น โดยรวมนี่เป็นเกมระดับ 5 ดาว สนุกเร้าใจจริงๆครับ" 

ณัฐวุฒิ บุญโท
ผู้สื่อข่าวกีฬา Nation TV

ปิด