OPINION : อาเซียนเสี่ยงทาย

คอมเมนต์()
Goalthailand
โควตาอาเซียนกับความหวังที่ยังรออยู่ ของ โตโยต้า ไทยลีก… ดีจริงหรือไม่ เสี่ยงไปหรือเปล่า? คงต้องลองวัดกันดูสักตั้ง

เข้าสู่ปีที่ 22 ของศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก ที่เปลี่ยนผ่านจาก ยุคไร้คนดูในอดีต สู่ยุคที่กำลังขยายฐานผู้ชมไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ในอนาคต

“โควตาอาเซียน” เป็นหนึ่งในนโยบายที่ทาง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ชุดใหม่ พยายามนำเสนอ และต้องการสร้างความแปลกใหม่แก่ลีกอาชีพบ้านเรา หลังจากได้ทดลองนำร่องไปแล้วกับ ไทยลีกระดับ 2-4 ในซีซั่นที่ผ่านมา 

เป้าหมายหลักๆ ของการใช้โควต้าอาเซียน คงเป็นเรื่องการขยายความนิยม ผ่าน ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด รวมถึงยังเป็นการเพิ่มโอกาสในทำธุรกิจ การตลาดกับบรรดาลูกค้าใหม่ชาติในอาเซียนของ บรรดาสโมสรในลีกไทย
ถ้าคิดในภาคสังคม ก็ถือเป็นการกระตุ้น ให้เกิดการจ้างแรงงาน AEC มากขึ้น จากโควต้าที่กึ่งบังคับของไทยลีก ที่ทุกทีมสามารถลงทะเบียนต่างชาติได้ 5 คน แบ่งเป็น ชาติไหนก็ได้ 3 คน + 1 เอเชีย + 1 อาเซียน ดังนั้น หากทีมในไทยลีกทีมใด ไม่ใช้อาเซียน ในปีนี้ ก็เท่ากับว่า จะลงทะเบียนต่างชาติได้แค่ 4 คนเท่านั้น

เบนจามิน ตัน

แม้จะมีมีตัวอย่างความสำเร็จ ให้เห็นแล้วอย่าง เจ.ลีก ที่ข้ามสเต็ปด้วยการเปิดเสรีนักเตะอาเซียนและชาติพันธมิตร เข้าไปเล่น แบบไม่ต้องเบียดเบียนโควต้าต่างชาติ จนได้กลุ่มผู้ชมใหม่ๆจากภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น ไปโดยปริยาย 
แต่ก็ไม่ใช่แค่ว่า คุณมีโควต้า มีตังค์ ดึงนักเตะแม่เหล็กจากชาติต่างๆ เข้ามาแล้วจะได้รับผลลัพธ์แบบเจ.ลีก ถ้าคิดแบบนั้น ถือว่า “ผิดถนัด”

ต้องยอมรับข้อหนึ่งว่า เจ.ลีก และตัวสโมสรต่างๆ มีการลงทุน, เตรียมตัวรองรับกับ กลุ่มลูกค้าใหม่ มาเป็นอย่างดี ที่สำคัญพวกเขา “ทำดีและทำถึง” 

ทั้งการถ่ายทอดสด, การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ที่พยายามนำเสนอข้อมูลข่าวสาร, ความเคลื่อนไหวถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ด้วยภาษาที่ไม่ใช่แค่เฉพาะอังกฤษ หรือญี่ปุ่น แต่เป็นภาษาที่ชาตินั้นๆ สามารถเข้าใจได้ง่าย ทำให้เป็นลีกที่น่าติดตาม และไม่รู้สึกว่าจับต้องยากเกินไป นั่นคือ โมเดลที่น่าชื่นชม

ชนาธิป สรงกระสินธ์

ดังนั้นนี่คือ โจทย์ที่ฝ่ายจัด, ผู้ดูแลลิขสิทธิ ไปจนถึงสโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก ต้องตระหนักถึงคำนึงให้มาก..กับวัตถุดิบอาเซียนที่อยู่ในมือ ว่าจะนำไปปรุงแต่งยังไงให้อร่อย กลมกล่อม ดีต่อทีม พร้อมเสิร์ฟสู่สายตาพี่น้องชาวอาเซียน 

ประการต่อมา ต้องยอมรับในข้อจำกัดต่างๆ ของการใช้โควต้าอาเซียน ทั้งเรื่องคุณภาพฝีเท้าที่คงยากหากจะนำไปเปรียบเทียบกับ ผู้เล่นจากอเมริกาใต้, ยุโรป หรือแม้แต่เอเชียตะวันออก ในเรตเงินเดือนเท่ากัน นอกซะจาก จะไปทุ่มคว้านักเตะเลือดผสมจากยุโรป หรือพวกบิ๊กเนมจริงๆของอาเซียน ที่คุณภาพไม่ลดหลั่นไปจากพวกต่างชาติเดิม ที่จะหายไป ทีมละ 1 คน 
แต่ใช่ว่าการที่ ไทยลีก เปิดโควต้าอาเซียนครั้งนี้ จะทำให้ ทุกชาติ หันควับมาสนใจลีกบ้านเราซะเลย เพราะยังมีบางชาติที่ ไทยลีก เจาะไม่เข้าในปีนี้ 

ยกตัวอย่าง มาเลเซีย ที่กำลังฟื้นฟูลีกอาชีพ พวกเขาสามารถจ่ายเงินเดือนนักเตะท้องถิ่นได้แพงระยับ แถมยังมีกำลังมากพอ ที่จะดึงดูดผู้เล่นตัวท็อปของ กัมพูชา, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ ไปเล่นในลีกพวกเขา จึงแทบไม่มีความจำเป็นเลยที่ ผู้เล่นมาเลย์จะมาค้าแข้งในลีกไทย ที่ไม่สามารถจ่ายค่าจ้างระดับนี้ให้กับพวกเขาได้อย่างแน่นอน ตามที่มี บ.เอเยนต์ MVP Sports Agency Talent เคยออกมาให้เหตุผลก่อนหน้านี้ 

สุริยา สิงห์มุ้ย

ส่วนเหตุผลที่ มาเลเซีย ไม่เลือกดึงผู้เล่นไทยไปเล่นที่บ้านเขา เรื่องนี้ คิน ฟาย บก.โกล ประเทศมาเลเซีย บอกกับเราว่า “มาเลเซีย มองว่าผู้เล่นไทย อยู่ในลีกบ้านเกิดที่ดีอยู่แล้ว แม้มาเลเซียจะสามารถจ่ายค่าตอบแทนได้สูงกว่าที่ไทย แต่เราก็คิดว่า นักเตะไทยคงไม่อยากย้ายมาเล่นลีกที่ดูเป็นรองกว่าอย่าง มาเลเซีย ซูเปอร์ ลีก” 

ขณะเดียวกัน เวียดนาม เป็นอีกชาติที่ ไทยลีก ยังเจาะไม่เข้า แม้เราจะเคยได้ยินว่าผู้เล่นอย่าง เหงียน กง เฝิง, เลือน ซวน ตรวง สองผู้เล่นความหวังใหม่ของชาติ มีความสนใจอยากมาค้าแข้งที่นี่ 

แต่ในมุมมองของสโมสร กลับมองว่า ไทยลีก ยังไม่ใช่ปลายทางที่จะส่งผู้เล่นมาค้าแข้ง พวกเขามองว่า คุณภาพของผู้เล่นไทยกับเวียดนาม ไม่ได้หนีกันมาก ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ จึงอยากส่งไปเล่น เจ.ลีก หรือ เค.ลีก มากกว่า ในแง่ของการพัฒนาผู้เล่น 

เหงียน กง เฝิง

อย่างเคสของ ฮอง วู แซมซัน กองหน้าชาวไนจีเรีย ที่ถือสัญชาติเวียดนาม ย้ายมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คงไม่น่าจะช่วยให้ โตโยต้า ไทยลีก เป็นนิยมหรือมีความต้องการ การถ่ายทอดสดไปยังที่นั้น เพราะเขาไม่ใช้ผู้เล่นเวียดนามแท้ๆ เปรียบเทียบง่ายๆเหมือน เคลตัน ซิลวา ที่ยิงระเบิดในไทย แต่พอย้ายไปลีกจีน ก็ไม่มีใคร จะซื้อลิขสิทธิ์ลีกจีน ถ่ายทอดสดกลับมายังไทย

ส่วน เมียนมา, อินโดนีเซีย, ลาว, สิงคโปร์ นั้น มีการตอบรับที่ดีกับ ลีกไทย ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป

เมียนมา นี่คือชาติพร้อมส่งออกมายังแดนสยาม ดูได้จากการ ยอมปล่อยผู้เล่นระดับทีมชาติ มาค้าแข้งในลีกอาชีพไทยแทบทุกระดับ และเป็นชาติอาเซียนที่ขายดีสุดในลีกไทย เวลานี้ แถมสมาคมฟุตบอลของเมียนมายังเห็นดีด้วยกับการส่งออกนักเตะในชาติมาไทยด้วย 

ส่วน อินโดนีเซีย ลีกพวกเขายังอยู่ในสภาพตั้งไข่และไม่แข็งแรงนัก ดังนั้นถ้าผู้เล่นจะมีโอกาสมาเล่นที่ไทย หรือมาเลเซีย ทางสโมสรเองก็แทบจะไม่มีการปิดกั้นใดๆ 

สิงคโปร์ และ ลาว ประสบปัญหาเรื่องของความล้มเหลวในลีกอาชีพ ในรายของสิงคโปร์ อาจจะไม่หนักหนาสาหัสเท่า ลาว แต่มีส่วนให้ ผู้เล่นระดับชั้นนำของทั้งสองชาติ ยอมลดชั้นมาเล่นในลีกรองของไทย อาทิ ฮัสซัน ซันนี่, อิซวาน มะห์บุด สองมือกาวเมอร์ไลออนส์ ในไทยลีก 2, ทศนิลาศ สีบุนเฮือง กัปตันทีมชาติลาว ที่มาเล่นไทยลีก 4 กับ สมุทรปราการ เอฟซี 

ฮัสซัน ซันนี

ถึงอย่างไรก็ตาม ซีซั่น 2018 จะได้ชื่อว่าเป็น ฤดูกาลลีกอาชีพไทย เปิดประตูต้อนรับผู้เล่นอาเซียนมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และเราคงได้เห็นสีสันอื่นๆ มูดโทนใหม่ๆ ของลีกแบบไทยๆ 

ที่สำคัญตัวเลขผู้เล่นอาเซียน น่าเพิ่มขึ้นอีก ในปี 2019  ที่โควต้าดังกล่าว (ลงสนามได้ 3+1+1) จะถูกนำมาใช้อย่างเต็มพิกัดบนเวที โตโยต้า ไทยลีก 
ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยเชื่อทฤษฏีที่ว่า การมีผู้เล่นอาเซียนเพิ่มมาอีก 1 ที่นั่ง จะทำให้คุณภาพของลีกลดลง อย่างปีนี้ หลายทีมมีนักเตะอาเซียนก็จริง แต่นักเตะ AEC เหล่านั้น ก็ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อช่วงชิงโควต้าเอเชีย กับนักเตะเอเชีย ในการลงสนาม 

หรือในปีหน้า พอผู้เล่นอาเซียน สามารถลงสนามได้เลยตามโควต้า ก็จะกลายเป็นคู่แข่ง ในการแย่งชิงตำแหน่งโดยตรงกับนักเตะไทย นับเป็นผลดีต่อการทำให้ผู้เล่นไทยตื่นตัว และเกิดการแข่งขันภายในทีมที่สูงขึ้น ซึ่งบรรยากาศที่ดีของสโมสรอาชีพปรารถนาอยู่แล้ว 

ออง ธู

อ่านบทความต่อด้านล่าง

โอเคว่า แต่ละสโมสร อาจจะดูดร็อปลงไปกว่า ตอนที่ยังไม่มีโควต้าอาเซียนอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่าไม่น่าส่งผลกระทบถึงภาพรวม จนลีกตกไป เพราะท้ายที่สุด เมื่อคุณไปเตะบอลถ้วยเอเชีย ก็สามารถลงทะเบียนต่างชาติได้แค่ 4 คนอยู่ดี 

ดังนั้นนี่คือหน้าที่ของ สโมสรอาชีพ ที่ต้องยอมรับปรับตัวตามนโยบาย และสรรหาผู้เล่นโควต้าอาเซียนที่ดีสุดมาสู่ทีม เหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่ง ลีกเรา เคยปรับลดจากการส่งชื่อต่างชาติได้ 7 มาเป็น 5 คน ซึ่งครั้งนั้นก็ไม่ได้ทำให้คุณภาพลีกดร็อปไปแต่อย่างใด


เพราะท้ายที่สุด เราคงไม่มีทางได้ผลลัพธ์ใหม่ๆ ด้วยวิธีการเดิมๆ “การเปิดตลาดอาเซียนในครั้งนี้” แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ถ้า ไทยลีก ไม่คิดจะเสี่ยงอะไรเลย ก็คงไม่มีทางได้อะไรเช่นกัน…
Come on! Come on! Come on! ASEAN!  “เป็นเช่นไรก็เป็นกัน” 

บทความต่อไป:
แบ็คพลังเทอร์โบ! หงส์จับโรเบิร์ตสันต่อสัญญา 5 ปี
บทความต่อไป:
อาเซียนเฮ! เลบานอนชนะแต้มเท่า, แต่เวียดนามเข้ารอบด้วยแฟร์เพลย์
บทความต่อไป:
รอคัมแบ็ค! มูรินโญประกาศชัดไม่มีแผนเกษียณ
บทความต่อไป:
ซ้ำรอยราชัน! บาร์ซาอาจถูกปรับตกรอบถ้วยโกปา
บทความต่อไป:
สงครามยังไม่จบ! ช้างศึกคัมแบ็คฝึกซ้อมก่อนดวลจีน
ปิด