OPINION: กระดาษคำตอบของราเยวัช ความพังพินาศของช้างศึก

คอมเมนต์()
Getty
613 วันที่ช้างศึกเดิมพันอนาคตกับกุนซือเลือดเซิร์บ สู่ปลายทางที่ไม่มีใครคาดฝัน

ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2016 ทีมชาติไทยอยู่ระหว่างฮันนีมูนแสนหวานกับ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

อดีตกองหน้าขวัญใจแฟน ๆ กลับมาสู่ทัพช้างศึกในบทบาทกุนซือ แม้ถูกผลักดันขึ้นจากชุด U-23 อย่างแบ่งรับแบ่งสู้ ดาวยิงจอมตีลังกาเลือกดันผู้เล่นวัยคะนองในความดูแลขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เพื่อตัดปัญหาการทำความคุ้นเคยในเวลาสั้น ๆ พาทีมคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 มงกุฎจ้าวอาเซียนที่ห่างหายไปนานกลับสู่แดนขวานทอง

ไม่เพียงเท่านั้น ช้างศึกวัยฉกรรจ์ยังรักษาแชมป์ซูซูกิคัพได้อีกสมัย รวมถึงผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย โดยไม่แพ้ต่อใครเลยในรอบสอง - แฟนบอลชาวไทยคิดถึงการออกไปดวลกับ 11 ทีมที่ดีที่สุดในทวีป หลายเสียงเริ่มพูดกันว่าไทยนั้นเป็นทีมในระดับเอเชียแล้ว ไม่ใช่ทีมระดับอาเซียนอีกต่อไป

แต่เรื่องจริงที่รออยู่บนเวทีเอเชียนั้นหนักหนา แท็คติกที่เคยใช้เฆี่ยนเพื่อนในอาเซียนสนุกมือนั้นกลายเป็นบ้อท่าเมื่อเจอกับของแข็งระดับทวีป ช้างศึกเสียประตูยับเยินและเจาะตาข่ายคู่แข่งได้ยากเย็น

สมาคมฟุตบอลฯ ตัดสินใจว่า ในระดับทวีป คนที่จะพาช้างศึกออกไปต่อกรอย่างสูสี ต้องเป็นคนที่สร้างเกมรับที่มีประสิทธิภาพกว่านี้ได้ จะให้ดีควรเป็นผู้มีประสบการณ์ พาทีมเล็ก ๆ เข้าสู่รายการใหญ่อย่างฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาก่อน - มิโลวาน ราเยวัช อดีตกุนซือกานา จึงเป็นผู้ถูกเลือกเข้ามาแทนวีรบุรุษของชาติ

มิโลวาน ราเยวัช

บรีฟงานที่มิสเตอร์ราเยวัชและทีมงานได้รับ คือการเตรียมทีมให้พร้อมสำหรับเอเชียน คัพ 2019 รอบสุดท้ายที่ยูเออี ทัวร์นาเมนต์ที่กล่าวได้ว่าไทยเป็นรองทุกทีม - ไทยต้องมีเกมรับที่พร้อมสำหรับคู่ต่อสู้ศักยภาพเหนือกว่าเป็นอย่างแรก

จากนั้นแฟนบอลชาวไทยค่อยๆ เห็นรูปแบบการเล่นของช้างศึกยุคโค้ชมิโลที่เปลี่ยนไปจากเดิม เกมอุ่นเครื่องกับอุซเบกิสถาน เกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับยูเออี ไทยมีเซ็นเตอร์คู่ใหม่ และมีวิธีเล่นเกมรับที่ต่างจากเดิมมาก

ราเยวัชนำเอาการเพรสซิงแบบที่ซับซ้อนขึ้นมาให้ทีมชาติไทยได้ใช้ การขยับบีบพื้นที่พร้อมกันทั้งทีม ยืนชิดกัน(คอมแพค) บังคับให้คู่แข่งเล่นในพื้นที่จำกัด พร้อมวางตัวรุกความเร็วสูงค้ำหน้าไว้ รอสวนกลับเป็นจังหวะยิงประตูโป้งเดียว

บางครั้งทีมชาติไทยสามารถเล่น ‘เคาน์เตอร์เพรสซิง’ บีบให้คู่แข่งเสียบอลตั้งแต่แดนตัวเองจนเปลี่ยนเป็นจังหวะบุกของทีมได้เสียด้วย ในช่วงแรก การเปลี่ยนจังหวะเหล่านี้ไปเป็นเกมรุกยังทำได้ไม่เนียนตานัก จนมีทั้งแฟน ๆ ที่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ไปจนถึงไม่อยากเข้าใจเพราะดูแล้วไม่สนุกเหมือนเดิม

ราเยวัชและทีมงานแน่วแน่ใน ‘โครงการ’ ที่ทำอย่างยิ่ง ไทยเล่นด้วยรูปแบบเดิมไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นทีมระดับใด ทั้งหมดเป็นไปเพื่อสร้างความเข้าใจ ความคุ้นเคย จนสามารถใช้แทคติกนี้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญ เพรสซิงในลักษณะนี้ ต้องทำไปพร้อมกันทั้งทีม แค่คนเดียวที่ยืนไม่ดี หมายถึงโซนแตก เกิดพื้นที่ให้โจมตี ทุกอย่างที่ทำจะสูญเปล่าทันที

Milovan Rajevac

แม้แต่เวทีที่สำคัญต่อจิตใจของแฟนบอลชาวไทยอย่างซูซูกิคัพ ราเยวัชยังยืนยันที่จะไม่ปรับเปลี่ยน แถมยังให้ลูกทีมเล่น ‘เคาน์เตอร์เพรสซิง’ อย่างซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเราค่อย ๆ เห็นความผิดพลาด ทีละนิด เกมเสมอมาเลเซียในบ้าน 2-2 ไทยถูกเสือเหลืองเล่นงานในพื้นที่เปิดโล่งซึ่งเกิดจากการพยายามไล่บีบสูงของผู้เล่นสองสามคน จนเสียความเกาะกลุ่ม ถูกโจมตีง่ายดาย

ไทยพลาดแชมป์ซูซูกิคัพครั้งแรกในรอบ 4 ปี เสียงของความไม่พอใจต่อราเยวัชดังขึ้นทุกที เดิมพันสุดท้ายของเขาคือเอเชียนคัพ บรีฟงานที่เขาได้รับมาตั้งแต่วันแรก 613 วันที่เตรียมการมา เพื่อให้ช้างศึกมีกลยุทธในเกมรับที่เหนือชั้นกว่าเมื่อก่อนไปอีกระดับ เพรสซิง, เคาน์เตอร์เพรส, คอมแพคเกม ฯลฯ ทุกสิ่งที่ซักซ้อมมา ถึงเวลาใช้งานจริง

ต่อเมื่อรายชื่อ 11 ตัวจริงในเกมพบอินเดียออกสู่สายตา หลายคนรู้สึกตื่นเต้นที่ในที่สุด ‘โค้ชมิโล’ ก็เลิกรถบัสแล้ว เพราะใส่กองหน้าเป็นตัวจริงทีเดียวสามคน กลางรุกทีเด็ดใส่มาพร้อมกันไม่ยั้ง - แต่คำถามคือพวกเขาจะลงเล่นพร้อมกันในแทคติกของราเยวัชอย่างไร

คำตอบคือเล่นไม่ได้ - และไม่ได้เล่น

ทีมชาติไทย 2019 - Thailand Asian Cup 2019

ไทยขึ้นเกมบุกด้วยการต่อบอลเร็ว เคลื่อนที่ไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน อย่างที่ไม่ได้ทำมาก่อนเลยตั้งแต่เปลี่ยนโค้ช แม้จะตื่นตาแต่ความแม่นยำในจังหวะเด็ดขาดนั้นยังต่ำกว่ามาตรฐานของผู้เล่นทุกคน หลายครั้งพลาดเพราะไม่รู้กันเอง

ในระหว่างที่ต่อบอลขึ้นเกมใส่ทัพเสือครามอยู่ดี ๆ นั่นเอง ก็ต้องมาเสียจุดโทษที่ต้นเหตุมาจากการจ่ายบอลออกข้างผิดครั้งเดียว แม้จะแก้คืนมาได้จากฟรีคิกเปิดโหม่ง แต่อาวุธเกมรับที่สร้างกันมายาวนานนั้น ไม่ปรากฎอยู่บนสนามแม้แต่นาทีเดียว เกมรับของไทยกลายเป็นย้อนกลับไปใช้การประกบตัวชะลอจังหวะ ถอยลงพื้นที่รับต่ำไปพร้อมกันทั้งหมด แบบเดียวกับที่เคยเป็นมาก่อนการมาของราเยวัช

เหมือนเขาไม่เคยอยู่ที่นี่ ไม่เคยถูกจ้างมาทำงานนี้ ทุกอย่างที่เราคาดหวังจากทีมของราเยวัชถูกลบหายไปในลมทะลทราย

India vs Thailand Defence

เข้าสู่ครึ่งหลัง อินเดียของสตีเฟน คอนสแตนติน เดินออกมาพร้อมสูตรแก้ทางลูกจ่ายวันทัชความเร็วสูงของไทย พวกเขาเพรสซิงประชิดไม่เปิดพื้นที่ให้ช้างศึกจ่ายบอลไปมาได้อย่างเคย

จากนั้นก็โจมตีรวดเร็วตามถนัด ประตูที่ไทยเสียในครึ่งหลังมาจากการทะลวงผ่ากลางมาตรง ๆ ไม่มีกองกลางมาชะลอหรือบังทางให้ต้องโยกหนีขวางสนามให้เสียเวลา ทุกประตูเสียบย้ำให้เห็นความล้มเหลวของเกมรับ ในขณะที่เกมรุกก็ยังทำได้แค่หวาดเสียวเฉี่ยวไปมา หรือไม่ก็ถูกบีบให้ยิงไกล

ไม่มีใครรู้ว่าทำไมทีมชาติไทยถึงลงเล่นเอเชียนคัพนัดแรกในรอบ 12 ปี ด้วยรูปแบบการเล่นที่เราไม่อยากเห็นที่สุด แบบที่เราเคยเห็นมาแล้วในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อสองปีก่อน ว่าไม่ได้ผล ว่าจะโดนลงโทษอย่างหนัก ว่าจะต้องหาทางแก้ไข จนไปได้ตัวราเยวัชมาและตัดใจจากซิโก้ที่ทุกคนรัก

Milovan Rajevac, ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย

90 นาทีแรกที่คนไทยรอคอยมา 12 ปี ที่ทุกฝ่ายทุ่มเทเวลาตลอด 613 วัน เพื่อไม่ให้ต้องเจ็บปวดอย่างเมื่อครั้งไปถึงดินแดน 12 อรหันต์เอเชียในปี 2017 สุดท้ายกลายเป็นศูนย์ กลายเป็นติดลบ กลายเป็น 90 นาทีที่เราอยากลืมที่สุด

มิโลวาน ราเยวัช ส่งกระดาษว่างเปล่าในการสอบไล่ของเขาที่สนามสอบยูเออี ไม่มีใครบอกได้ตลอดกาลว่าเหตุผลเบื้องหลังคืออะไร แต่กระดาษเปล่าคือศูนย์คะแนน สิ้นสภาพความเป็นโค้ชของช้างศึกในคืนนั้นเอง

ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และ โชคทวี พรหมรัตน์ ไม่ใช่ชื่อที่ใครคาดหวังว่าจะพาทีมชาติไทยไปทำผลงานได้ดีในเวทีเขี้ยวลากอย่างเอเชียน คัพ แต่วันนี้ วิกฤติของชาติคือโอกาสของทั้งคู่ และคนดูคนเชียร์อย่างเราก็หวังว่าจะไม่มีอุบัติเหตุพิสดารอันใดเกิดขึ้นกับช้างศึกที่เรารักอีก

 

TTL Transfers : เกาะติดตลาดซื้อขายนักเตะ โตโยต้า ไทยลีก 2019
TTL Transfers : เกาะติดตลาดซื้อขายนักเตะ โตโยต้า ไทยลีก 2019

 

Toyota Banner Loga

ปิด