GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'

อัพเดตล่าสุด
คอมเมนต์()

“เวลาผิดหวัง ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น เจอร์ราร์ด ตอนลื่นล้ม” ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ ไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับ MV ‘Shonichi The Stories’ ถึงความคลั่งไคล้ในฟุตบอล และบทบาทผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความฝัน,หยาดเหงื่อ,น้ำตาของวง BNK48 

ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้เห็น “ฟุตบอล” ถูกนำไปตีความและถูกผสมผสานอย่างลงตัวไปในมิวสิควิดิโอ

ภาพการซอยเท้าของนักฟุตบอลทีมชาติไทย ถูกตัดสลับเคลื่อนไหวกับ การเต้นของเหล่าไอดอลวงเกิร์ลกรุ๊ป ท่ามกลางจังหวะของเสียงเพลงที่เร่งเร้า หรือจะการร่วมถ่ายทอดเรื่องเล่าร่วมกันของสองอาชีพที่ต่างล้วนต้องใช้หงาดเหงื่อต่อสู้เพื่อแลกมากับสิ่งที่ตัวเองรัก

ทั้งหมด ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่พอดีและเหมาะสม ตลอด 12 นาทีที่เราได้รับชม Shonichi The Stories ของวง BNK48 โดยเบื้องหลังไอเดียและการร้อยเรียงเรื่องราวนั้น เกิดขึ้นจาก ผู้กำกับหนุ่มผู้มีความหลงใหลในกีฬาลูกหนังอย่าง ป้อง - ไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับรุ่นใหม่ที่มีลายเซ็นในงานที่น่าสนใจ 

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'

การันตีฝีมือด้วยรางวัลสุพรรณหงส์ ในสาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยมจากหนัง Mary is Happy, Marry is Happy และคำชื่นชมมากมาย ในฐานะผู้กำกับเต็มตัว จากหนังเรื่อง “สยามสแควร์” ที่กลายเป็นใบเบิกทางชิ้นสำคัญสู่การได้ถ่ายทอดเรื่องราว MV ที่เหล่าโอตะและแฟนบอล รอคอยมากสุดตัวหนึ่ง 

โกล ประเทศไทย จะพาสนทนากับ ผกก.หนุ่ม ที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็น “ผมคือ เดอะ ค็อป” ถึงเบื้องหลังการถ่ายทำของ มิวสิคสตอรี่ ที่ผสมผสานทั้ง ฟุตบอลและไอดอลเข้าไว้ด้วยกัน…


 “วันแรก” ที่ได้รับเลือกให้มากำกับ Shonichi The Stories - BNK48 เกิดขึ้นได้อย่างไร

เป็นความฟลุ๊คมากกว่า ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ผมได้กำกับหนังไทยเรื่อง สยามสแควร์ พอผ่านไปหนึ่งปี จู่ๆ พี่โอ๋ (จาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ) โปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้ ไลน์มาถามว่า “อยากทำ MV ไหม?” 

ตอนแรกคิดในใจว่า คงเป็น MV ประกอบภาพยนตร์แน่เลยวะ แต่ถ้าเป็นอะไรมันๆ เช่นทำ MV เพลงลูกทุ่ง ที่เรายังไม่เคยทำ เราทำแน่ 

ผมเลยถามกลับไปว่าเป็น “MV ประกอบหนังเหรอ” แกเลยตอบมาว่า “BNK48” เราก็ตกใจพอสมควร ซึ่งมันเกิดจากที่ คุณต้อม จิรัฐ บวรวัฒนะ (ซีอีโอของ BNK48) เขาเคยดูหนังเรื่องสยามสแควร์ แล้วเขาเกิดสนใจ จึงติดต่อผ่านพี่โอ๋ ให้ชวนผู้กำกับคนนี้มาทำ MV ให้กับวง BNK48 หน่อย 

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'


ผู้บริหาร BNK48 เขาสนใจอะไรในหนังผีอย่าง สยามสแควร์ 

คงเป็นเพราะ สยามสแควร์ เป็นหนังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่น และมี Visualized (วิธีการทำให้เห็นภาพ) ที่ค่อนข้างแปลกสำหรับหนังไทย เขาเลยอยากชวนให้เรามาทำงานด้วย

พอทราบว่าโจทย์ที่ได้รับคือเพลง Shonichi 

ครั้งแรกที่ได้รับฟังเพลงนี้ หลังจากได้รับโจทย์ เราก็รู้สึกว่า “โห ยากเหมือนกันนะเนี้ย” แต่ว่าพอยิ่งฟังไปเรื่อยๆ ยิ่งทำให้เราคอนเนกต์กับเพลง และเข้าใจมันมากขึ้น 

เป็นความโชคดีอย่างหนึ่งด้วย พื้นฐานผมเป็นคนฟังเพลงหลายแนวอยู่แล้ว เพลง เจ-ป๊อป ผมก็ฟังและติดตาม แต่ที่รู้สึกแพ้ทางเลย คือ เพลงประเภทปลุกใจ ถึงแม้ว่าเนื้อเพลง อาจจะกำลังพูดถึงเรื่องราวชีวิตคนอื่น แต่มันจะมีบางอย่างที่สามารถเชื่อมโยงมาถึงตัวเราได้เหมือนกัน

อย่างตัวผม กว่าจะทำงานมาถึงจุดนี้ ก็ผ่านการลองผิดลองถูกมาพอสมควร ผมไม่ได้เรียนฟิล์มโดยตรง กว่าจะได้มากำกับหนัง หรือทำโฆษณา มันต้อใช้เวลาพอสมควร 

บวกกับโจทย์ที่พี่ต้อม จิรัฐ โยนมาให้ ดันเป็นเรื่องที่เราสนใจมากๆ และอยากหาโอกาสทำมานานแล้ว นั่นคือ การทำหนังกีฬา เกี่ยวกับฟุตบอล เพราะตัวผม เป็นคนบ้าฟุตบอลมากๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วสองอย่างที่เราชอบ ทั้งฟุตบอล และเพลงเจ-ป๊อป ดันมาอยู่ในรวมกันในโจทย์ ที่ได้พูดคุยกันวันแรก จึงไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ผมต้องปฏิเสธงานนี้

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก' 

คุณบอกว่าตัวเอง บ้าบอล 

เราเป็นคนที่ติดตามฟุตบอลมาตั้งแต่ ประถมฯ เราชอบลิเวอร์พูล แต่มาตามดูจริงๆ จังๆ ก็ในยุคของ ราฟา (ราฟาเอล เบนิเตซ อดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล) เพราะสมัยเด็กๆ เราจะได้ดูไฮไลท์แค่ช่วงวันเสาร์ ที่เขาประมวลภาพมาให้ดู พอเริ่มโต ช่องทางดูบอลง่ายขึ้น เลยได้ติดตามดูมากขึ้้น

ส่วนที่ความบ้าบอล คงเป็นเพราะผมเชียร์ลิเวอร์พูลด้วยแหละ คาแรกเตอร์ทีมนี้มันน่าเชียร์ดี เอาจริงๆ ทุกคนก็อยากเห็น ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ (พรีเมียร์ลีก) สักครั้งแหละ แต่พอมันยิ่งไม่ได้แชมป์ ยิ่งทำให้คาแรกเตอร์มันชัดขึ้น กลายเป็น แบรนด์สโมสรไปแล้วว่า “สู้ไปด้วยกันเว้ย แพ้ก็แพ้ไปด้วยกัน” ลิเวอร์พูล จึงมีความพิเศษกว่าทีมอื่นๆ 


ข้อดีของการได้ทำงานกับสิ่งที่เราชอบ ทั้งแนวเพลง รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอล

มันเหมือนได้เติมเต็มสิ่งที่เราอยากทำอยู่แล้ว แต่มันก็จะข้อเสียบางอย่าง เช่น เราจะพลาดไม่ได้เลยวะ จริงๆ ทุกงานก็ไม่ควรพลาดอยู่แล้วนะ (หัวเราะ) 

แต่ชิ้นนี้เราจะพยายามกดดันตัวเองมากขึ้น ไม่ปล่อยวางง่ายๆ ความหมกมุ่นกับงาน นี่อยู่ในระดับเดียวกับตอนทำหนังใหญ่เลย คือ ในหัวคิดถึงแต่เรื่อง MV อันนี้จะแก้ตัดต่อแบบไหนดีวะ จะเล่าเรื่องซีนนี้ยังไงดี มันวิ่งอยู่ในหัวเราตลอดเวลา 

แต่ไม่ได้แปลว่า เราไม่ชอบความรู้สึกนี้นะ มันก็สนุกดี เพียงแต่เราอยากให้ คนที่มีส่วนร่วมกับงาน ได้ภูมิใจกับ มิวสิควิดิโอที่เราทำ ตั้งแต่ ตัวน้องๆ วง BNK48 พี่ๆ นักฟุตบอลทีมชาติไทย รวมถึงแฟนคลับ ที่ถ้าเขาได้ดูแล้ว เราอยากให้เขาเข้าใจและภูมิใจไปกับเด็กๆ กลุ่มนี้

โอเค ตอนนี้ยังไม่ใช่ก้าวที่ไกลสุดของวงหรอก แต่พวกเขาก็วิ่งมาไกลประมาณหนึ่งแล้ว ก็อยากให้วิ่งไปด้วยกันต่อ

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'


มีวิธีทำงานอย่างไร ในการเจอที่เจอน้องๆ วันแรก

ผมใช้วิธีเนียนๆ เข้าไปแนะนำตัวว่า พี่ชื่อ ป้อง นะ มาช่วยทำ MV จะพยายามรบกวนให้น้อยๆ แล้วกัน แต่ถ้ามีอะไร ผมก็คุยกับเขาตรงๆ ว่าเราอยากได้อะไร 

แต่ก็ไม่ถึงขนาดว่าเอาตัวเข้าไปคลุกคลี ผมใช้การสังเกตพฤติกรรมมากกว่า เช่น ช่วงพักเด็กๆ ทำอะไร หลังซ้อมเสร็จ เด็กคนไหนทำอะไรต่อ เพราะงานชิ้นนี้มันเป็นงาน Short-Term (ระยะสั้น) ไม่เหมือนกับภาพยนตร์ ที่อันนั้น ผมต้องเอาตัวเข้าไปคลุกวงในมากๆ การทำงานของผมใน MV จะใช้การสังเกตเป็นหลัก


บรรยากาศตอนถ่ายทำเป็นอย่างไร

สนุกนะ น้องๆ ทุกคนให้ความร่วมมือกับเราดีมาก ในแง่ของการถ่ายทำ เราใช้วิธีการแบบธรรมชาติมากๆ เช่น เราอยากให้หน้าเด็กๆ มีเหงื่อ แทนที่จะเอาน้ำฉีด เราก็สั่งให้เด็กๆ วิ่งไปวิ่งกลับแบบจริงๆ จนกว่าจะได้เหงื่อออกมา เราต้องการให้เขามีอารมณ์ร่วมกับตรงนี้ น้องเขาก็จะบ่นๆ นะ แบบ “โหย พี่ต้องวิ่งจริงเหรอ” (ยิ้ม) 

แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในจอมอนิเตอร์ คือภาพที่เราเห็น น้องๆ เหนื่อยจริงๆ ไม่ต้องแต่งเติมอะไรเลย ซึ่งเราในฐานะคนที่เห็นภาพนั้นคนแรก วินาทีนั้น เราเชื่อในสิ่งที่เห็นจริงๆ นั่นเป็นหน้าที่ของ ผู้กำกับ ที่จะสื่อสารข้อความของตัวเอง ข้อความของน้องๆ ไปให้ถึงคนดูให้ได้


หลายคนบอกว่า ทำงานกับเด็กวัยรุ่น แล้วจะได้ พลังงานกลับมาเยอะมาก


จริง (ตอบสวนกลับมา) ปีนี้ผมอายุ 32 ปี ผมกลับรู้สึกชอบทำงานกับเด็กๆ วัยรุ่น และไม่อยากให้ตัวเองเป็นคนแก่ตกยุค เมื่อก่อน บางอย่าง เราสงสัยนะว่า ทำไมวัยรุ่นแม่งไลฟ์กันทั้งวันเลยวะ แต่เราจะ เอ๊ะ! แค่แป๊ปเดียว ก็จะเข้าใจได้ว่า มันเป็นพฤติกรรมของยุคสมัย แล้วเราจะโอเคและสนุกไปกับมันได้

เรื่องพลังงานที่จะได้รับกลับมา ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยทำนองนี้นะ เพราะสำหรับน้องๆ แล้ว เรารู้สึกว่าตัวเองใหม่มาก โอเค เรารู้จักน้องๆ มาบ้างบางคน แต่เราก็ไม่ได้เนิร์ดถึงขนาดที่รู้ปูมหลังชีวิตทุกคน 

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'

ภาพในหัวตอนแรกก่อนเข้าไป เด็กๆ กลุ่มนี้ (BNK48) คิดว่าคงไม่น่าแตกต่างกับ เกิร์ลกรุ๊ปที่เราเคยเจอมาก่อนหน้านี้ แต่พอทำงานด้วยแล้ว ความรู้สึกเราเปลี่ยนไปอีกแบบ เลยย้อนกลับไปคิดได้ว่า เกิร์ลกรุ๊ป ที่เราเคยไปตัดสินว่าเขาเป็นแบบนั้น บางทีอาจจะไม่ใช่แบบที่เราคิดก็ได้ เพราะทุกคนต่างมีเรื่องราวของตัวเองที่แบกถือเอาไว้ 

วันๆ หนึ่ง เราทุกคนเจอปัญหา เด็กๆ ก็เช่นกัน พวกเขาต้องอยู่กัน 20 กว่าคน แล้วทุกคนแม่งมีปัญหาชีวิตของตัวเองหมด แต่ว่ายังต้องทำงานหนัก ตามหน้าที่ของตัวเอง เราเลยรู้สึกว่า เด็กๆ ทำให้เราเข้าใจตรงนี้มากขึ้น และพอร่วมงานกัน เราก็ได้รับพลังงานทางบวก กลับมาเยอะมากจริงๆ 

อย่างน้อยที่สุด ตอนทำงาน MV ตัวนี้ รู้สึกแรงไม่หมด เพราะเด็กๆ มันตั้งใจ เรายิ่งต้องไม่ยอม ต้องใส่ความตั้งใจให้ได้เท่ากับมัน 


อยากรู้ว่าฟังเพลง “วันแรก” ไปกี่จบแล้วครับ

ผมว่ามีเกิน 200 ครั้งครับ แต่เราชอบเพลงนี้อะ ยิ่งฟังยิ่งชอบ ยิ่งอินมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสตอรี่ทุกอย่างมันจะพรั่งพรูออกมาเอง 

ตอนนี้ MV ถูกปล่อยออกไปแล้ว ก็เลิกคิดถึงสตอรี่ตัวเองแล้ว เวลาฟังเพลงไปก็คิดถึงหน้าน้องมิวสิค (แพรวา สุธรรมพงษ์) ตอนกำลังวิ่งอยู่ มันทำให้เราอยากสู้ กลายเป็นว่า ตัวเราไปคอนเนกต์กับเรื่องราวของเด็กๆ ไปแล้ว


ใน MV พูดถึง การต่อสู้กับอุปสรรค และความพยายามในการไปถึงความฝัน ช่วยบอกถึงอุปสรรคและข้อจำกัดของการทำ Shonichi The Stories หน่อย 

มันมีหลายอย่างนะ ตอนแรกเราเล็งว่าจะถ่ายทำที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เพราะมันดูแกรนด์ที่สุด พอติดต่อไป เขาแจ้งกลับมาว่าวันที่คุณจะมาถ่ายทำนะ ในสนามติดงานฟุตบอลช่อง 3 ที่เขาจะเซ็ทสนามพอดี ทำให้เราต้องเปลี่ยนสนามทันที ไม่งั้นจะทำไม่ได้อะไรเลย 

ด้วยความที่เราเองติดตามฟุตบอลไทยประมาณหนึ่ง จู่ๆ ก็นึกถึงสนามของ บีจีเอฟซี เลยลองวัดดวงติดต่อเขาไปดู ปรากฏว่าเขาอนุญาตให้เราใช้สถานที่และพื้นสนามได้เลย เพราะวันนั้นทีมไม่มีแข่ง แล้วมันตลกตรงที่ พอไปถึงสนาม ผมต้องไปติดต่อฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งบังเอิญเป็นเพื่อนผมสมัยมัธยมฯ อีก คิดๆ ไป เราแม่งโชคดีเหมือนกันนะ อาจเป็นโชคชะตามั้ง ที่ทำให้เราได้มาสนามที่นี่ 

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'

อีกเรื่อง ตอนที่กำลังจะถ่ายทำ ดันมีเรื่องสภาพอากาศเข้ามาเกี่ยวข้องอีก เหมือนฝนตั้งท่าว่าจะตกลงมา ระหว่างที่นั่งรออากาศแบบนอยด์ๆ เราเปลี่ยนใจว่า “ถึงฝนตก เราก็จะถ่าย” พลิกอุปสรรคให้เป็นโอกาส ดีซะอีกจะไม่ต้องฉีดปอยฝนแบบหลอกๆ มันก็จะได้ฟีลอีกแบบ 

แต่ก็ต้องเปลี่ยนวิธีแก้ไขด้วยการรีบถ่ายให้เร็วขึ้น เพราะกลัวน้องๆ จะไม่สบาย สุดท้ายวันนั้นฝนก็ไม่ตกลงมา ผมเลยมองว่า “อุปสรรคในการทำงาน” เหมือนเป็นด่านทดสอบให้เราคอยหาวิธีการแก้ไขปัญหากับมันอยู่เรื่อยๆ 

เล่าประสบการณ์การร่วมงานกับ 2 นักฟุตบอลทีมชาติไทยอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ พรรรษา เหมวิบูลย์ 

อันนี้ไม่ซับซ้อนเลย เพราะเรื่องฟุตบอล เราน่าจะอินไซด์เยอะกว่า BNK48 ด้วยซ้ำ ปกติเราชอบเตะฟุตบอล ดูฟุตบอลอยู่แล้ว ใช้วิธีชวนเขาคุยไปเรื่อย ถามในเรื่องที่เราสงสัย เช่น วันๆ หนึ่ง พวกพี่ซ้อมกันกี่ชั่วโมง แต่ละวันทำอะไรบ้าง ต้องควบคุมอาหาร น้ำหนักอย่างไร 

ส่วน BNK48 เราอาจจะต้องทำการบ้านเยอะพอสมควร เพื่อไปถาม แต่กับฟุตบอลเราแทบจะคิดสดได้ประมาณหนึ่งเลย สิ่งสำคัญคือ เราต้องเข้าใจก่อนว่า นักฟุตบอล มันจะเท่ด้วยธรรมชาติของนักกีฬาอยู่แล้ว อย่าไปพยายามเฟคให้เขาเป็นแบบนั้น แบบนี้ 

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'

อะไรของคือความเหมือนระหว่าง ไอดอล กับ นักฟุตบอล ที่ผู้กำกับอย่างคุณเห็น และสามารถหยิบจับมาถ่ายทอดได้


ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปวงอื่นอาจจะเปรียบเทียบกับนักบอล ยากหน่อย แต่ถ้าของ AKB48 หรือ BNK48 เราว่ามันมี Culture (วัฒนธรรม) ที่คล้ายๆ กับทีมฟุตบอล คือ ทุกทีมจะมีตัวผู้เล่นเยอะมาก แต่เกมๆ หนึ่ง จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่ถูกเลือกลงสนาม 


ตรงนี้มันมีความเชื่อมโยงกับวง BNK48 ประมาณหนึ่งว่า เด็กๆ พวกนี้ มันต้องพยายามต่อสู้เพื่อจะได้ถูกเลือกในซิงเกิลต่างๆ อีกทั้ง ยังต้องแข่งขันกันเอง และสามัคคีกับเพื่อนๆ ในวง ไปในเวลาเดียวกัน 

เราอยากให้ มิวสิควิดิโอตัวนี้ ลิ้งค์กับเรื่องราวชีวิตของทุกคน เพราะทุกคนยังต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ในแพลทฟอร์มที่แตกต่างกัน วันหนึ่งเราทุกคนท้อได้ แต่ถ้าเรายังสู้ ทุกอย่างมันจะโอเคขึ้น


ฟีดแบกจากหลายคนๆ ที่ได้ดู บอกว่า นึกถึงวันแรกของตัวเอง อันนี้เป็นความตั้งใจของผู้กำกับเลยใช่ไหม


ก็ตั้งใจนะ แต่รู้สึกดีใจมากกว่า ที่มันสามารถคอนเนกต์ไปถึงเรื่องราวชีวิตของคนอื่นๆ ได้ อย่างตอนถ่ายทำ น้องตากล้องเดินมาบอกว่า เขานึกถึงวันแรกที่ตัวเองที่ฝึกงาน คนตัดต่อก็นึกถึงวันแรกที่ตัวเองได้มาทำงาน กลายเป็นทุกคนมาแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน ช่วยกัน อินพุท บางอย่างออกมา มันดีวะ ทุกคนมีความรู้สึกร่วมกัน

เพราะเรามีความเชื่อว่า น้อยคนมากที่จะมีชีวิตโรยด้วยกุหลาบตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ว่าไม่มีนะ เราเชื่อว่ามี แต่คนส่วนใหญ่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นไง เราเลยดีใจที่ มันไปคอนเนกต์กับเรื่องของผู้ชมด้วย

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'


งั้นพูดถึง วันแรก ของ ไพรัช คุ้มวัน ในเดินเส้นทางสายนี้หน่อย 

ถ้าย้อนกลับไปสัก 10-20 ปีก่อน หากมีใครสักคนดันรู้ว่าตัวเองอยากทำอาชีพ ผู้กำกับภายนตร์ แม่งเป็นอะไรที่ดูเพ้อฝันมาก ผมไปรำลึกสิ่งนี้ได้ ตอนที่พี่บาส (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ) ผู้กำกับหนัง ฉลาดเกมส์โกง พูดบนเวทีตอนได้รับรางวัลว่า “ขอบคุณพ่อกับแม่มากเลยครับ ทีเชื่อมั่นและยอมให้ผมได้ทำ” มันเหมือนเป็นอาชีพที่เดิมพันสูงมาก 

คิดดูว่าปีๆ หนึ่ง มีคนจบนิเทศศาสตร์เยอะแยะเต็มไปหมด แต่ในวงการผู้กำกับบ้านเรากลับมีแค่ 20-50 คนเท่านั้นที่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับอาชีพ การที่เราจะเข้าไปเป็น 1 ในนั้นได้ ทุกก้าวมันยากหมด แต่ตอนวันแรกที่เราเริ่ม เราไม่ได้คิดว่ามันยาก จริงๆ ไม่กล้าคิดด้วยว่า มันยาก ด้วยแหละ แค่บอกกับตัวเองว่า กูอยากทำให้มันถึงที่สุดเท่านั้น 

พอเข้าสู่การเอ็นทรานซ์ ผมไม่ได้ติดในสาขาที่สอนด้านภาพยนตร์โดยตรง มันเป็นข้อเสียก็จริง แต่เราดันแฮปปี้กับสังคมเพื่อนๆ และบอกตัวเองว่า ยิ่งเราไม่ใช่เด็กฟิล์ม เรายิ่งต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง และพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อจะไปถึงจุดนั้น

ช่วงที่ล้มเหลว นี่คุณรู้สึกเหมือนว่า ตัวเองลงไปในตกในก้นเหวแบบ เนย BNK48 หรือต้องเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ แบบ มิวสิค BNK48 


รู้สึกเหมือนตอน (สตีเฟน) เจอร์ราร์ด ลื่นล้มมากกว่า (หัวเราะ) 

ในชีวิตการทำงาน เราไม่ค่อยเจอความผิดหวังนะ ส่วนหนึ่งเพราะเราบริหารความรู้สึกตัวเองได้ดี ชอบมองโลกในแง่บวก และจะไม่พยายามพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ผิดหวังมากๆ 

ถ้าสิ่งที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นได้ คงไม่ใช่คงเรื่องงาน แต่เป็นทำหนังแล้วโดนคนด่า หรือเชียร์บอลแล้ว ลิเวอร์พูล ดันแพ้ อย่างสมมุติถ้าแพ้ คริสตัล พาเลซ ก็จะรู้สึกแย่ไปเลยนะ แต่โชคดีว่าชนะวะ (หัวเราะ) 

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'

ชื่นชอบนักฟุตบอลคนไหน และโอชิใครในวง BNK48

ถ้าเป็นนักฟุตบอลไทย ผมเชียร์ทุกคนแล้วกัน แต่ถ้าตอนนี้ คนที่เรารู้สึกชอบมากที่สุด ทั้งสตอรี่ชีวิต, ทัศนคติ, วิธีการเล่น ผมชอบ โย่ง-พรรษา เหมวิบูลย์ 

เขาเป็นคนที่เป็นที่ต่อสู้ชีวิต ด้วยทัศนคติเชิงบวก จนเกิดเป็นผลดีต่อตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นไม่ดีนะ แต่พอดีว่า ผมรับรู้เรื่องราวที่ พรรษา เคยเจอมาก่อนหน้านี้ บวกกับนิสัยส่วนตัวที่ได้สัมผัส เขาเป็นคนสุภาพ นิสัยดี เลยรู้สึกดีกับเขา” 

ความคล้ายคลึงกันอีกหนึ่งอย่างของ โย่ง พรรษา กับวง BNK48 คือช่วงเวลาเดบิวต์ให้ทุกคนรู้จักนั้น เริ่มใกล้ๆ กัน คือเมื่อปีที่แล้ว…ถ้าย้อนกลับไปสองปีก่อน ใครคือพรรษาวะ? เล่นอยู่ตรงไหน? น้องๆ ก็เหมือนกัน แต่ตอนนี้ พรรษา กลายเป็น กองหลังเบอร์ 1 ของประเทศไปแล้ว ผมเลยรู้สึกว่า เส้นทางของ โย่ง และน้องๆ มันใกล้เคียงกันมากเลย


ส่วน โอชิ ก่อนทำ MV ผมชอบน้องเจนนิษฐ์ (เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ) จากคลิปที่เขาพูดถึงตอนถูกวิจารณ์ว่า ทำเพลงไม่เห็นมีความเป็นไทยเลย เรารู้สึกตลกตรงที่ น้องมันพูดถึงเรื่องนี้แบบตรงไปตรงมาดี ความคิดเขาดูเกินอายุ เลยประทับใจ และเผลอกดซื้อเสื้อบ็อตเซ็ตไปแล้ว (หัวเราะ)

แต่พอทำงานไปด้วยกัน ผมกลับชอบ มิวสิค คือไม่ได้ชอบแบบนั้นนะ แต่หมายถึงว่า ผมนับถือในการทำงาน น้องเป็นคนที่มีพลังงานล้นทะลัก และเราสามารถรับรู้ได้เลยว่า เขายังมีอีกเยอะ เลยรู้สึกว่าตัวเองได้รับพลังงานจากน้องมิวสิค มาเยอะพอสมควร'

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'


หากเปรียบเทียบน้องๆ ในวง 3 คน กับนักฟุตบอลอาชีพ ให้ใครเป็นใครบ้าง

คนแรก กัปตันเฌอปราง (เฌอปราง อารีย์กุล) แน่นอนว่าเขาเหมือน สตีเฟน เจอร์ราร์ด คือมีความเป็นผู้นำสูง ระหว่างที่เราคุยกับน้อง เราสัมผัสได้เลยว่า นี่แหละหัวหน้าทีม โดยที่น้องเขาไม่ได้พยายามแสดงหรือโชว์พาวเวอร์ แต่มันมาจากธรรมชาติของเขาเลย

ส่วน มิวสิค ผมยกให้เป็น เฮนโด (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน) ที่มีความตั้งใจ และมุมานะสูง โดยส่วนตัว เฮนโด เป็นนักบอลที่ผมชื่นชอบนะ แต่เล่นยังไงก็โดนคนด่า เพราะคนไม่ค่อยรู้สึกถึงการมีอยู่ของ เฮนโด ในสนามเท่าไหร่ 

แต่หากดูจากสถิติมันสามารถบอกแทนทุกอย่างได้เลยว่า พอมีเฮนโดแล้ว เขาสามารถจัดการพื้นที่ตรงกลางสนามได้ดีแค่ไหน ทีมเสียประตูเท่าไหร่ ชนะกี่เท่าไหร่ 
 
อีกคนก็ น้องเนย ผมยกให้เป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ประจำวงแล้วกัน ทั้งคู่เหมือนกันตรงที่ ชีวิตนอกสนามชอบทำตัวเงียบๆ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่พอถึงเวลาทำงานแล้วชอบระเบิดฟอร์มออกมา อย่างน้องเนย เวลาที่น้องไม่ได้เต้นหรืออยู่บนเวทีนะ เขาเหมือนเด็กธรรมดาคนหนึ่ง แต่พอมันได้เต้นเท่านั้นแหละ แม่งเต้นโคตรสวยเลย กลายเป็นคนที่เต้นแล้วมีเสน่ห์สุดในวง 

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'


ข้ามมาที่เรื่องฟุตบอล ทีมชาติไทย ในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช ในของมุมมองคุณเป็นอย่างไรบ้าง 

เรียกว่า มีพัฒนาการดีกว่า ผมไม่ได้จะไปเปรียบกับยุคก่อนนะ อย่างยุคของโค้ชซิโก (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) เป็นยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ คนเข้าสนามเยอะขึ้น ศรัทธาเริ่มกลับมา ฟุตบอลดูสนุกมากขึ้น มันเป็นการเปลี่ยนที่ทำให้ เราประสบความสำเร็จ ในระดับหนึ่ง 

แต่หากต้องการจะไปได้ไกลว่าเวทีตรงนี้ บางทีอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ผมไม่ได้สนับสนุนใครเป็นพิเศษนะ แต่ถ้าเราไม่เข้าข้างตัวเอง ผมว่าทรงฟุตบอลทีมชาติไทยในยุคนี้ ดูดีขึ้นจริงๆ โอเคยอมรับว่ารูปเกมมันดูน่าเบื่อกว่าเดิม 

ซึ่งมันไปตามศักยภาพของผู้เล่นเราที่ยังไปไม่ถึงระดับโลก ก็ควรหาวิธีการเล่นที่เหมาะสมกับตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทีมชาติไทย ไม่ว่าใครจะเข้ามา เราก็เชียร์หมดแหละ แค่อยากให้มันดีขึ้นๆ เรื่อย เท่านั้นเอง


แล้วลีกอาชีพของไทยล่ะ?

ดีขึ้นนะครับ ออกตัวก่อนว่า ผมไม่มีทีมเชียร์เป็นพิเศษนะ ก่อนหน้านี้ ผมเคยเชียร์ ธนาคารกรุงเทพ ในช่วงเริ่มต้นไทยลีก ด้วยเหตุผลง่ายๆ เพราะคุณแม่ทำงานอยู่ ธนาคารกรุงเทพ แค่นั้นแหละ แต่พอสโมสรปิดตัวไป ก็ไม่ได้เชียร์ทีมไหนอีก 

บวกกับหน้าที่การงานปัจจุบัน ผมเองก็ไม่ได้มีเวลาว่างขนาดจะไปดูได้ทุกเสาร์อาทิตย์ แต่อย่างเกมบิ๊กแมตช์ ผมก็ดูถ่ายทอดสดตลอดนะ รู้สึกดีครับ เวลาเห็นบรรยากาศของลีกไทย คึกคัก พอลีกไทยยิ่งแกร่ง เราก็จะเห็นว่า มันจะมีนักฟุตบอลที่เติบโตขึ้นมาจากลีกเยอะขึ้นเรื่อยๆ 

แฟนบอล การท่าเรือ


มุมมองต่อ ลิเวอร์พูล ยุคปัจจุบัน ในฐานะเดอะ ค็อปคนหนึ่ง?

ผมสนใจวิธีการบริหารจัดการทีมในยุคของ เจอร์เกน คล็อปป์ เขามีคาแรกเตอร์ที่ดุดัน และมีพลังงานในตัวสูง ส่งผลให้บรรยากาศในทีม และกองเชียร์ดูฮึกเหิม ดูลิเวอร์พูลยุคนี้แล้วสนุกอะ 

ผมจึงอยากเอาความ ฮึกเหิมนั้น มาใส่ใน MV เหมือนกัน เพราะมันดูเข้ากับเด็กๆ โดยไม่ได้ตั้งใจแล้วกัน แค่อยากให้เกิดอารมณ์แบบ เฮ้ย ไหนๆ ก็จะทำแล้ว ทำให้มันสุดๆ สะใจก็สะใจให้มันสุดๆ ไปเลย 

แต่ผมไม่ได้กำกับ MV ดุดันแบบคล็อปป์นะ (หัวเราะ) ผมแค่ชอบเห็นอารมณ์ร่วมของผู้คนมากกว่า ส่วนตัวผมจะไม่ใช่คนที่ไปตะโกน ชี้นิ้วด่าชาวบ้าน แบบนั้น 


คิดว่า “วันแรก” ที่ลิเวอร์พูลจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก จะมาถึงเมื่อไหร่

เราว่าเกิดขึ้นในยุคคล็อปป์ นี่แหละ ตั้งแต่เชียร์ฟุตบอล เราเริ่มมองออกแล้วว่า โค้ชคนไหน ได้ประมาณไหน แต่ปัญหาที่แท้จริงของลิเวอร์พูล มันมีมากกว่าโค้ช คือเรื่องการบริหารสโมสร 

ยกตัวอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล สองทีมนี้เป็นทีมใหญ่ของอังกฤษ แต่ความแตกต่างคือ ลิเวอร์พูล ดันเป็นทีมใหญ่ในยุค 80s ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมใหญ่ในยุค 90s ลากยาวถึง 2000 

แล้วช่วงยุค 90s มันดันเป็นจุดเปลี่ยนของโลกฟุตบอล ที่เริ่มเข้าสู่ฟุตบอลสมัยใหม่ กว่ายุค 80s แมนฯ ยูไนเต็ด จึงมีเวลาและสามารถปรับโครงสร้างองค์กร ได้ดีกว่า ลิเวอร์พูล

พอลิเวอร์พูลเริ่มปรับองค์กรได้ ก็ดันไปได้ เจ้าของอเมริกัน ที่แม่งดันเอาหนี้มาให้กับสโมสร (ทอม ฮิคส์ กับ จอร์จ ยิลเลตต์) มันเลยฉิบหายไปพักหนึ่ง 

Sadio Mane Liverpool Manchester City | 29032018

จนมาได้ เฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป เข้ามาบริหารแทน ทีมเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นจริงๆ ตอนแรกผมยังกลัวๆ นะ แต่พอเห็นว่า เขามีแผนการทำธุรกิจที่จริงจัง ยกตัวอย่างสนามแข่ง 40,000 กว่าที่นั่งมากี่ปีแล้ว เริ่มมีแผนที่จะขยายเป็น 60,000 ที่นั่ง เขาอาจไม่มีกำลังเงินเยอะเท่ากับพวกกลุ่มทุนอาหรับ แต่ถ้าภาพรวมสโมสรดีขึ้น มันก็น่าจะทำให้อนาคตสโมสรดีขึ้น 

โดยเฉพาะการไปจีบ เจอร์เกน คล็อปป์ มาได้ นี่มันยิ่งกว่าบิ๊กดีลอีกนะ แฟนลิเวอร์พูล บางคนอาจบอกว่า เราไม่ได้เลือกเขา แต่เขาเลือกเรา ซึ่งมันก็จริงในช่วงเวลาสโมสรมีการบริหารจัดการที่ยังไม่แน่นอน แต่ถ้า ยู ดีล โค้ชระดับนี้มาได้ มันก็จะมี นักบอลดีๆ หลายคน อยากย้ายมาร่วมงานด้วย 

มีบางกระแสวิจารณ์ช่วงที่ BNK48 เข้าไปเชียร์ทีมชาติไทย ในคิงส์ คัพ ว่ามา “เพื่อเรียกแขก” ถ้าถามในมุมมองของคนที่ติดตามฟุตบอลคนหนึ่ง คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ 

ผมว่าทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมงาน คนที่รักฟุตบอล ก็ไปเข้าไปทำหน้าที่ในฐานะกองเชียร์ 

ในส่วนของ มาร์เก็ตติง เขาก็ต้องทำงานของเขา ในการหาวิธีดึงดูดให้คนมาสนใจฟุตบอลเพิ่มขึ้น มันไม่ได้แย่งกันนะ สนามบอลก็ยังว่างอยู่ ไม่เห็นต้องหวงเลย เพราะทีมชาติไทยเป็นของทุกคนอยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะเข้ามาในมุมไหน ล้วนแต่เป็นผลดีหมด ผมยังมองไม่เห็นผลเสียของมันเลย 

เราไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ผิด บางทีอาจจะมี เด็กบางคนที่ไม่ได้สนใจฟุตบอลมากนัก เริ่มสนใจและหันมาเล่นฟุตบอล จนกลายเป็นอาชีพในอนาคต ซึ่งมันอาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปเลยก็ได้ เราว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้น ขอแค่ต้องการตัวจุดประกาย และแรงบันดาลใจ

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'

ความรู้สึกที่ได้เห็น MV ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ “วันแรก” ในคอนเสิร์ตใหญ่ของ BNK48 ร่วมกับคนอีก 5,000 ชีวิต

เหมือนมันหนังเข้าฉายนะ แต่พออยู่ในคอนเสิร์ต เราสัมผัสได้เลยว่า ทุกคนที่มาในวันที่ 31 มีนาคม ล้วนคอนเนกต์กับน้องๆ อยู่แล้ว และรู้สึกไปกับเรื่องที่กำลังเล่าอยู่ 

เราไม่ได้อยากให้ทุกคนมาซึ้งหรือมานั่งร้องไห้กับ สตอรี่ชิ้นนี้ แต่เราอยากส่งพลังบวกของเด็กๆ ไปยังทุกคน แต่พอได้เห็นงานออกมาจริงๆ มันก็มีพลังงานบวก ที่ย้อนกลับมาหาตัวเราด้วย ประทับใจครับ 

GIVE A SHOUT: เหงื่อ/ไอดอล/ฟุตบอล/น้ำตา -ไพรัช คุ้มวัน ผกก. MV 'วันแรก'

ฉากเซ็นลูกบอลตอนท้ายมีที่มาจากอะไร

เราไม่ได้กำหนดตายตัวนะ ว่าต้องเซ็นลูกบอล เป็นในห้องแต่งตัว หรือหลังเวทีคอนเสิร์ต เราไม่ได้ซีเรียสเลย แต่สุดท้ายก็ได้ใช้ในห้องแต่งตัวสโมสรบีจีเอฟซี 

โดยไอเดียหลักของซีนนี้ มันเหมือนเป็นส่งมอบกำลังใจให้กันมากกว่า ตอนแรกๆ คนดูจะรู้สึกว่าเรากำลังเล่าเรื่องของ น้องๆ BNK48 อย่างเดียว พอมีนักบอลทีมชาติเข้ามา ก็กลายเป็นว่า เรากำลังเล่าสองเรื่อง โดยมีเด็ก (แสดงโดย ดช.พิริยกร พรของอินทร์) เป็นตัวขยายความ แต่พอซีนสุดท้ายที่เด็กรับลูกบอลมาถือ กลายเป็นว่าทั้งหมดมันมีสามเรื่องราว 

เราตั้งใจให้เห็นถึงการส่งต่อกำลังใจให้กัน ผ่านลายเซ็นบนลูกฟุตบอล โดยมีเด็กเป็นตัวแทนของทุกคน ในการรับมอบกำลังใจเพื่อสู้ต่อไป 

คำถามสุดท้าย “ลูกฟุตบอลใบนั้น” ตอนนี้อยู่ที่ไหน?


(หัวเราะ) บอกไม่ได้จริงครับ เดี๋ยวผมโดนเล่นงาน เอาเป็นว่าขอรับประกันว่า มันได้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดแน่นอนครับ (ยิ้ม) 

 

รู้ไม่รู้ก็ได้ ของ Shonichi (จริงๆแล้วคือคิดงานไม่ออก ต้องมานั่งพิมพ์สเตตัสเล่น) - -... Posted by Pokpong Khumwan on Monday, April 2, 2018

บทความต่อไป:
OFFICIAL: ก่อนลุยแดงเดือด! สมอลลิงต่อสัญญาผีถึง 2022
บทความต่อไป:
จ่าฝูงข้ามปี! ดอร์ทมุนด์เชือดเบรเมนครองแชมป์เลกแรก 2-1
บทความต่อไป:
เบนเซมายิงก่อนเจ็บ! ราชันเฉือนหืดราโยฯ 1-0
บทความต่อไป:
อีริคเซนซูเปอร์ซับ! ไก่ทุบรถบัสเบิร์นลีย์ระทึก 1-0
บทความต่อไป:
เสือขย้ำบ๊วย! บาเยิร์นบุกถลุงฮันโนเวอร์ยับ 4-0
ปิด