GIVE A SHOUT: ชีวิตและงานในฝันของ “อ่อง ธู” คนตัดหญ้าสนามเทโร

คอมเมนต์()
โกล ประเทศไทย เปิดใจ “อุ๊” เจ้าหน้าที่ดูแลสนาม โปลิศ เทโรฯ กับความสุขในการทำหน้าที่คนข้างกายแปลภาษาให้กับ อ่อง ธู สตาร์ดังชาวเพื่อนร่วมชาติ

“งานในฝัน” ในนิยามของแต่ละคน อาจมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป… บ้างขึ้นอยู่ปริมาณเม็ดเงินค่าตอบแทนที่ได้รับ, บ้างก็อยู่ที่ความสบาย หรือบางทีมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับทั้งสองสิ่ง แต่เป็นความสุขและความรักในงานที่ตัวเองทำ

อ่อง ธู กองหน้าวัย 22 ปี ดีกรีทีมชาติเมียนมา คืออีกหนึ่งคน ที่ได้ทำตามความฝันด้วยการฝ่าพรมแดนมาตรฐานนักเตะต่างชาติ เข้ามาค้าแข้งบนเวที โตโยต้า ไทยลีก กับ โปลิศ เทโร เอฟซี ในฤดูกาล 2018

ฝันใหญ่ที่เกิดขึ้นจริงของคนๆหนึ่ง ได้เข้ามาต่อเติม ให้ฝันของอีกคนหนึ่งอย่าง อ่อง ธู หรือ “อุ๊” เจ้าหน้าที่ดูแลสนามฝึกซ้อมของ โปลิศ เทโร เอฟซี ได้มาทำหน้าที่ ล่ามจำเป็น จนกลายเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจบนหน้าข่าว

โกล ประเทศไทย จะมาพูดคุยกับ อ่อง ธู ผู้ชายที่ไม่ได้มีฝีเท้าเก่งกาจ, ไม่ได้มีชื่อเสียง เงินทอง ร่ายล้อมเขา แต่เขากลับมีบางอย่างที่ทำให้หลายคนอาจต้องอิจฉาเขา และย้อนกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “งานในฝัน” ของเรามีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

'พี่อุ๊' อ่อง ธู

จากเมียวดีสู่เมืองไทย

“ชื่อจริงๆของผมคือ อ่อง ธู  ที่เขียนเหมือนกับ อ่อง ธู (นักฟุตบอล) นั้นแหละ แต่ว่าคนไทยเขาจะเรียกผมว่า อุ๊” 

“บ้านเกิดผมอยู่ที่ เมียวดี (ประเทศเมียนมา)  ไม่ไกลจากแม่สอด (จังหวัดตาก) นัก ตอนเด็กๆยังไม่ได้คิดว่าต้องมาทำงานเป็นอะไร ก็เรียนหนังสือไปจนถึงอายุ 16” 

หนุ่มน้อยจากเมือง เมียวดี ย้อนความหลังถึงในวัย 16 ปีที่เขามีความคิดเปลี่ยนไป เริ่มไม่อยากเรียนหนังสือ จึงตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน เพื่อไปหางานทำ

เขาได้รับคำแนะนำจากที่คนรู้จัก ให้ลองมาหางานที่เมืองไทย...ประเทศที่พาเขาไปพบเจองานที่เหลือเชื่อว่า เด็กเรียนหนังสือไม่จบอย่างเขา จะได้มาทำในอีก 10 ปีต่อมา 

อ่อง ธู เดินย่ำตอกมาหางานใน กรุงเทพมหานคร ก่อนได้มาทำงานเป็น คนงานดูแลสนามฟุตบอลหญ้าเทียมเช่าของเอกชนแห่งหนึ่งในซอย สุคนธ์สวัสดิ์ 27 

เขาเริ่มหัดฟัง พูดภาษาไทย จนแข็งแกร่ง บวกกับนิสัยที่นอบน้อม ขยัน และชอบฟุตบอลอยู่แล้ว เขาจึงสนุกกับงานนี้ และปักหลักอยู่ทีนี่นานถึง 6 ปี โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนงานเลย...กระทั่งวันหนึ่ง นายจ้างชาวไทย ได้มาบอกบางอย่างที่เปลี่ยนชีวิตสู่งานในฝัน

 

'พี่อุ๊' อ่อง ธู

ความบังเอิญ

“ลูกพี่เก่า มาบอกว่า บีอีซี เทโรฯ จะมาเช่าสนามนี้ต่อ แล้วทำเป็น สนามซ้อมของสโมสร แต่ก็เป็นโชคดีของผม ที่เทโรให้ผมได้ทำงานดูแลสนามแห่งนี้ต่อ” 

อ่อง ธู กลายเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆของ มังกรไฟ สโมสรระดับตำนานของเมืองไทย ที่เจ้าตัวรู้จักเป็นอย่างดี ภายใต้บทบาทเดิมที่ทำมาตลอด 6 ปี อย่าง “คนดูแลสนาม”  

“ปกติ ผมติดตามฟุตบอลไทยลีกอยู่แล้ว ถ้ามีเวลาก็จะไปหาดูตลอด แทบทุกอาทิตย์ ตอนที่ บีอีซี เทโรฯ มาซ้อมวันแรก ผมเจอทั้ง เมสซี่เจ (ชนาธิป), ธนบูรณ์, พีระพัฒน์, อดิศร, อดิศักดิ์ และอีกหลายคน รวมถึงพี่อ้น (รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค) ด้วย ตื่นเต้นดีครับ ได้แต่ยืนมองพวกนักเตะดังๆ ไม่เป็นอันทำงานเลย”

หน้าที่ของ “อุ๊” ในยูนิฟอร์ม เทโรฯ ไล่มาตั้งแต่ ตัดหญ้า, รดน้ำสนาม, ดูแลส่วนต่างๆของสนามซ้อม รวมถึงคอยเสิร์ฟน้ำนักฟุตบอล แต่ด้วยความเขาสนุกกับงาน และชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลเป็นทุนเดิม เขาจึงมักขันอาสาขอทำหน้าที่เป็น เด็กเก็บบอล, ช่วยแปบอลให้นักเตะ 

'พี่อุ๊' อ่อง ธู 


ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลไทย เพิ่มเติมที่นี่


หลังการฝึกซ้อมประจำวัน ก่อนถึงช่วงที่เรานัดสัมภาษณ์… เราจึงสังเหตุเห็น อุ๊ เดินไปทั่วสนามฝึกซ้อม ด้วยบุคลิกที่ขึ้อาย และมักถูกนักฟุตบอลแซวเล่น ด้วยความเอ็นดู ในความสุภาพและขยันทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย 

“พี่อุ๊ เหรอครับ เขาเป็นคนน่ารัก แล้วก็นิสัยดีมากนะครับ ใช้ง่าย ให้ทำอะไร แกทำหมดทุกอย่าง เวลาว่างๆ แกก็จะไปยืนอยู่หลังประตู คอยเก็บบอลให้ เป็นคู่ซ้อมให้นักบอลได้อีก"  วิชาญ นันทะศรี เล่าถึง พี่อุ๊ ที่นักฟุตบอล เทโรฯ เรียกกัน

"แกคงพูดปฏิเสธไม่เป็นมั้ง พูด ได้ครับ ได้ครับ เป็นอย่างเดียว” 

 

'พี่อุ๊' อ่อง ธู, ชนาธิป สรงกระสินธ์

ชนาธิปนะเหรอ? ไม่ได้กินผมหรอก

ความขยัน และชอบช่วยทำงานไปทุกส่วน ทำให้ อุ๊ เป็นที่รักของคนในสโมสร และได้อยู่กับทีมยาวมาตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน 

ซึ่งแน่นอนว่า เหล่าบรรดานักเตะดังของที่นี่ ล้วนผ่านการปรนนิบัติดูแลจากเขามาแล้วทั้งสิ้น รวมถึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ แข้งไทยที่ไปค้าแข้งถึง เจ.ลีก ญีุ่ปุ่น

“ผมชอบเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู เลยชอบไปช่วยโค้ชประตูทำโน้น ทำนี้ บางทีก็ขอซ้อมเป็น โกล ให้นักบอลเทโรยิง ถ้าคนที่ยิงติดเซฟผมบ่อยสุด คงเป็น เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) เพราะเขาไม่ค่อยได้กินผมหรอก ไม่เชื่อถามได้เลย” เขาเล่าด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่มีความสุข

'พี่อุ๊' อ่อง ธู

“เด็กพวกนี้นิสัยดีนะครับ บางทีก็จะมาแซว มาเล่นกับผม เชื่อไหมว่า ตอนที่ทีมชาติไทย แข่งกับเมียนมา ผมเชียร์ไทยนะ เพราะผมรู้จักคุ้นเคยกับพวก เจ,บาส,ตั้ม ฯ แต่พอไทยยิงเข้า ผมต้องแอบดีใจนะ เพราะว่าผมอยู่กับแฟน แฟนผมเป็นคนเมียนมา (หัวเราะ)”

คนงานชาวเมียนมา เล่าต่อถึงช่วงที่ดีสุดในทำงานให้กับ สโมสรแห่งนี้ คือตอนที่เอาชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ โตโยต้า ลีก คัพ 2014 มาครองได้ ซึ่งเขาเองอยู่ในสนามวันดังกล่าว และบอกว่า ยังไม่เคยลืมบรรยากาศ ตอนที่ทุกคนในทีมฉลองกันสนุกสุดเหวี่ยง

ภายหลังพ้นผ่าน 1 ปีแห่งความสุขของสโมสร “มังกรไฟ” ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบากในการตกชั้น (ก่อนได้สิทธิ์แทน สระบุรี เอฟซี) ฤดูกาล 2015 รวมถึงต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญหลายรายในฤดูกาล 2016 

เขาเองในฐานะที่ยังอยู่เป็นฟันเฟืองเล็กๆของสโมสร คิดเห็นอย่างไรกับลาจากในครั้งนั้น?

“ตั้งแต่ เทโรฯ มาซ้อมที่นี่ ทีมเปลี่ยนแปลงเยอะครับ มีนักบอลเข้า-ออกตลอด จำได้ว่า ช่วงที่พวกแก๊งเด็กๆย้ายออกไป ผมก็ใจหายอยู่บ้าง เพราะเราเคยเห็นหน้ากันทุกวัน แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะคนที่มาใหม่ เราเคยเห็นหน้ามาแล้วจากทีมต่างๆ”

“ปีนี้ บรรยากาศการซ้อมเรากลับมาคึกคักอีกครั้ง คิดว่าน่าจะเป็นปีที่ดีนะครับ” คนตัดหญ้าสารพัดประโยชน์ กล่าวอย่างมีความหวัง

 

'พี่อุ๊' อ่อง ธู, อ่อง ธู

วันที่เขาล้ม ผมจะอยู่ข้างเขา

เข้าสู่ฤดูกาลที่ 5 ในการทำงานให้ สโมสรชั้นนำแห่งลีกไทย ของลูกจ้างเมียนมาผู้น่ารัก และที่สำคัญปีนี้จะไม่เหมือนกับ 4 ซีซั่นที่ผ่านมา…

“ผมไม่เคยคิดเลยว่า จะมีนักเตะเมียนมา มาเล่นในไทย ตอนที่ได้ยินข่าวว่า อ่อง ธู จะมาที่นี่ ผมดีใจมากนะ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องมาเป็นล่าม หรอก”

“ช่วงก่อนที่เขา (อ่อง ธู) จะมา คนในทีมๆ ก็ชอบมาแซวว่า เอาอุ๊ไปเป็นล่ามสิ แต่ผมก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้ จนถึงวันที่เขาเดินทางมาถึง พี่แมน (ธัญญะ วงศ์นาค) ก็ให้มาบอกให้ ผม ช่วยไปเป็น ล่ามแปลภาษา ให้หน่อย”

การพบกันที่ดูเหมือนจะไม่มีน่าเป็นไปได้ของ แรงงานจากเมืองเมียวดีผู้ไร้ชื่อเสียง กับ กองหน้าซูเปอร์สตาร์อันดับ 1 ของเมียนมา ก็เป็นไปได้แล้ว 

ในช่วงเวลาที่ โปลิศ เทโร เอฟซี ยังไม่ได้หาล่ามประจำตัวอย่างเป็นทางการ บวกกับความบังเอิญที่เป็นคนชาติเดียวกัน “อุ๊” จึงถูกดันขึ้นมาทำหน้าที่ชั่วคราวไปก่อน

“พอได้มาทำหน้าที่ ล่ามๆจริง ผมดีใจมากนะ เพราะเขาเป็นนักเตะที่ดังมากในเมียนมา และได้ติตดามผลงานเขาอยู่ตลอด” 

“พอได้พูดคุยทำความรู้จักกัน เขาเป็นคนสุภาพเรียบร้อย และเป็นเด็กดี เขาพาพ่อแม่พี่น้องมาอยู่ด้วยถึง 7 คน ในช่วงแรก ผมเลยได้ทำหน้าที่เป็นคนไปรับ-ส่ง ดูแลเขา พาเขาไปที่ต่างๆ แนะนำเรื่องการใช้ชีวิต”

“มันทั้งตื่นเต้น ดีใจ และเขินไปในเวลาเดียวกัน เพราะจะใกล้ชิด ได้อยู่ข้างๆนักฟุตบอลที่เราชื่นชอบ แถมแม่ของอ่อง ธู ยังฝากให้ผมช่วยดูแลลูกชายเขาด้วย เพราะเขาไม่มีแฟน และเพิ่งเคยมาอยู่ที่นี่ ผมเลยยิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ ที่นักฟุตบอลระดับนี้ ครอบครัวเขา ตัวเขา รู้จักและไว้ใจเรา”

อุ๊ ยอมรับว่าวันหนึ่งเขาอาจจะไม่ได้มาทำหน้าที่ คนข้างกายแปลภาษาให้กับ อ่อง ธู เหมือนอย่างตอนนี้ หากสโมสรสามารถหาคน มาทำหน้าที่ดังกล่าวได้... แต่ไม่ว่าจะยังไง เขายืนยันว่า จะยังอยู่ข้างๆ หัวหอกโควต้าอาเซียน รายนี้เสมอ

'พี่อุ๊' อ่อง ธู, อ่อง ธู

“ผมว่าแฟนบอลเมียนมาทุกคน รวมถึงผม อยากเห็นเขาไปได้ไกลที่สุด เพราะเขาคือความหวังของเมียนมา ผมได้รับโทรศัพท์จากคนเมียนมาทุกวัน ว่าพวกกองเชียร์จะวางแผนกัน จะมาเชียร์ อ่อง ธู กันถึงสนามโปลิศ เทโร” 

“เขา (อ่อง ธู นักฟุตบอล) บอกผมว่า เขารู้สึกที่ดีได้รับการต้อนรับที่ดีจากเพื่อนร่วมทีม ที่มาทักทาย คอยเอาใจใส่เขา ผมก็บอกให้เขาตั้งใจซ้อม และพยายามปรับตัวเข้าหาพี่ๆ เพื่อนในทีม” 

“บอกเขาว่าอย่าท้อ ถ้าวันหนึ่งเล่นไม่ดี โดนด่า เพราะยังไงผมก็อยู่ข้างเขาเสมอ จะเป็นกำลังใจเขาตลอด”

“วันหนึ่ง ผมอาจจะไม่ได้เป็นล่ามให้เขา แต่ผมก็ไม่เสียใจ เพราะว่าทุกวันนี้ แค่ได้วิ่งซ้อมข้างๆเขา ได้ช่วยเหลือเขา ได้อยู่ในสนามซ้อมเดียวกัน แค่นี้ผมก็มีความสุขมากแล้ว”

“เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ชีวิตนี้ผมจะได้มีโอกาสมาทำงานข้างๆ คนที่เราชื่นชอบแบบนี้อีกไหม” 

บทความต่อไป:
หวุดหวิด!ศุลกากรไล่ไม่ทันพ่ายเชฟฟิลด์ เว้นส์ฯ3-4
บทความต่อไป:
ไม่ฟิต! มูรินโญคอนเฟิร์มซานเชซชวดฉะม้าลาย
บทความต่อไป:
มูรินโญแค่เตือน! เอฟเอตั้งข้อหาโค้ชเชลซีประพฤติไม่เหมาะสม
บทความต่อไป:
อนาคตอยู่ที่นี่! มูรินโญปัดข่าวหวนคุมราชันชุดขาว
บทความต่อไป:
Preview : แมนฯยูไนเต็ด - ยูเวนตุส
ปิด