EURO 2016 Profiles : เอ็มเร มอร์ ดาวดวงใหม่ของตุรกี?

คอมเมนต์()
Getty Images
หลังจากลงสนามเพียง 13 นัดในระดับสโมสร และอีก 2 นัดในเกมทีมชาติกับตุรกี นักเตะวัย 18 ปี เพิ่งได้เซ็นสัญญากับยักษ์ใหญ่ของบุนเดสลีกา และเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติในยูโร 2016

GOALCOMMENT

นี่คือสัปดาห์ที่แตกต่างไปจากที่เคยเป็นสำหรับดาวรุ่งอย่าง เอ็มเร มอร์ อันดับแรก เขามีชื่อติดเป็นหนึ่งใน 23 ขุนพลของทีมชาติตุรกีในยูโร 2016 แบบสุดเซอร์ไพรส์ ขณะที่แม้กระทั่งคนในบ้านเกิดของตัวเองยังแทบไม่เคยได้ยินชื่อนักเตะรายนี้ ก่อนที่เขาจะย้ายจากนอร์ดสเยลลันด์ ในเดนมาร์กไปเล่นให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัวถึง 16 ล้านยูโร

นักเตะวัย 18 ปี ได้รับเสียงปรบมือจากแฟนบอลในอัลตันยาระหว่างที่เดินออกจากสนาม หลังจากที่ประเดิม 45 นาทีแรกให้ทีมชาติในเกมพบมอนเตเนโกรช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เขาได้รับเสียงปรบมืออีกครั้งในการฝึกซ้อมก่อนถึง ยูโร 2016 เมื่อมาถึงสนามซ้อมช้าไป 20 นาที เพราะต้องจัดการเรื่องการเซ็นสัญญากับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ให้เสร็จเรียบร้อย และกลายเป็นนักเตะคนที่สองของทีมเสือเหลืองแห่งเยอรมันในช่วงหน้าร้อนนี้ หลังจากที่เพิ่งคว้า อุสมาน เดมเบเล มาจากแรนส์ ได้สำเร็จ

เอ็มเรได้ลงสนามเพียง 13 นัด ทำได้ 2 ประตู ให้นอร์ดสเยลลันด์ แต่ก็เพียงพอที่จะให้ทีมอย่างดอร์ทมุนด์ทุ่มเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีมช่วงซัมเมอร์นี้

ฟาติห์ เตริม โค้ชของตุรกี เฝ้าจับตามองพัฒนาการของเอ็มเรมานานกว่านั้น กุนซือมากประสบการณ์ทำงานอย่างหนักในหลังฉาก และมีส่วนสำคัญยิ่งในการผลักดันให้เอ็มเรติดทีมชาติ การเจรจาดังกล่าวสำเร็จเสร็จสิ้นลงในคุกของประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเออร์ซอย พ่อของเอ็มเร ถูกจำคุกในช่วงเวลาสั้นๆ จากการทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บเพราะขับรถแบบไม่มีประกัน

"หลังจากที่ได้ดูวิดีโอของเขา ผมพูดได้เลยว่าเขาไม่ใช่นักเตะธรรมดา เขาเป็นนักเตะที่พิเศษ" เตริมกล่าวกับสื่อมวลชน "ผมคิดว่าเราตัดสินใจได้ดีมากๆ ที่เรียกเขาติดทีมมา ผมยืนยันได้เลยว่าเขาเรียนรู้อะไรได้มากมาย และร่างกายของเขากำลังพัฒนาขึ้น

"เขามีศักยภาพที่จะกลายเป็นนักฟุตบอลที่พิเศษ เขาเพิ่งตัดสินใจย้ายไปเล่นในโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และผมคิดว่าเขาตัดสินใจได้ดีทีเดียว"

เอ็มเรเกิดและเติบโตในเดนมาร์ก ทำให้เขาแทบจะพูดตุรกีไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าจะพยายามเรียนภาษาอย่างหนักหน่วงก็ตาม เขาพูดเป็นภาษาอังกฤษในการให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์ในตุรกีเป็นครั้งแรก ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ถูกเรียกติดทีมอายุต่ำกว่า 21 ปี ในเกมที่เอาชนะสโลวาเกียได้ 5-0 เมื่อเดือนมีนาคม

"ตุรกีเป็นประเทศที่ผมรัก" มอร์กล่าว "นั่นคือเหตุผลที่ผมเลือกตุรกี ตอนที่ผมกลับมาบ้าน ผมต้องเรียนรู้ภาษาตุรกีเพิ่มเติม และผมคิดว่าตอนที่ผมอยู่ในตุรกี ผมคงต้องเรียนมันเพิ่มขึ้นไปอีก ผมคิดว่าผมจะเริ่มพูดได้บ้างอย่างช้าๆ"

เอ็มเรกลายเป็นนักเตะในทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็ว และเดนมาร์ก็คงทำได้เพียงเสียดายที่ปล่อยให้อัญมณีล้ำค่าแห่งยุครายนี้หลุดมือไป ก่อนหน้านี้เอ็มเรเคยเล่นในเยาวชนเดนมาร์ก และถึงขั้นที่เคยได้สัญชาติเดนมาร์กมาแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2015 ทว่ากลับเลือกเล่นในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปให้ทีมของฟาติห์ เตริม แทน

ด้วยการมีพ่อเป็นชาวตุรกี และแม่เป็นชาวมาซิโดเนีย เอ็มเรเพิ่งแสดงความรักในประเทศตุรกีด้วยการโพสต์ภาพที่แสดงถึงความรักในประเทศนี้บ่อยครั้งในหน้าอินสตาแกรม สำหรับแฟนๆ ชาวตุรกีแล้ว พวกเขาเรียกร้องความภาคภูมิใจในนามทีมชาติจากนักเตะของพวกเขาเสมอๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพวกที่เกิดในยุโรปอย่างเอ็มเรหรือฮาตาน คัลฮาโนกลู

จากการเติบโตภายใต้ระบบของ Bronshoj และ Lyngby เอ็มเรได้ลงประเดิมสนามให้นอร์ดสเยลลันด์นัดแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015 และใช้เวลาไม่นานนักในการสร้างชื่อให้กระฉ่อนทั่ววงการลูกหนัง ในทันทีที่ดอร์ทมุนด์ได้ลายเซ็นของเขามาครอบครอง ก็มีรายงานออกมาหลายฉบับว่าสโมสรอย่าง ยูเวนตุส, ลิเวอร์พูล รวมถึงบาเยิร์น มิวนิค เคยให้ความสนใจนักเตะรายนี้มาแล้ว รวมถึงแซงต์ เอเตียง เคยปฏิเสธโอกาสเซ็นสัญญากับเขา หลังจากมีการทดสอบฝีเท้าแล้วพิจารณาเห็นว่านักเตะดีไม่พอที่จะคว้ามาร่วมทีม

แน่นอนว่าเอ็มเร มอร์ ยังมีจุดอ่อนอยู่บ้างในเกมของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเกมรับและความฟิต แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความสามารถของเขานั้นเป็นของจริง ด้วยทักษะในการเลี้ยงบอลที่ฉกาจฉกรรจ์และถนัดเท้าซ้าย ทำให้เขาถูกนำไปเปรียบเปรยกับลิโอเนล เมสซี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าถึงแม้จะถูกเปรียบเทียบกับเมสซี ทว่ามารดาของเขาเคยหลุดปากออกมาว่าเอ็มเรเองนั้นมีความใฝ่ฝันที่จะค้าแข้งให้เรอัล มาดริด มากกว่า

เขาอาจจะยังไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมพบโครเอเชีย แต่เตริมเองก็พร้อมจะใส่ชื่อเจ้าตัวเป็นทีเด็ดในการพลิกเกมช่วงนาทีที่ 60 หากทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของมัน

กว่าจะถึงตอนนั้น ทั้งโลกคงต้องจับตาว่าเขาจะมีคุณสมบัติพอให้วงการลูกหนังตื่นตะลึงสมคำลือหรือไม่

ปิด