วินิซิอุสแผลงฤทธิ์! มาดริดพิชิตลิเวอร์พูลได้ก่อน 3-1

Vinicius Real Madrid Liverpool Champions League
Getty Images
วินิซิอุส จูเนียร์ ฟอร์มเฉิดฉายยิงสองประตูพาเรอัล มาดริด เก็บชัยเหนือลิเวอร์พูล กุมความได้เปรียบใน UCL รอบ 8 ทีมนัดแรก

LIVE UPDATE UCL : เรอัล มาดริด - ลิเวอร์พูล

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 รอบ 8 ทีมนัดแรก เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด เปิดรังเหย้าชั่วคราว เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือเจ้าบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ด้วยการใช้สามประสานแนวรุกเป็น มาร์โก อเซนซิโอ, คาริม เบนเซมา และ วินิซิอุส จูเนียร์

ด้านทีมเยือนของ เยอร์เก้น คล็อปป์ วางหมากมาในแผน 4-3-3 เช่นกัน โดยใช้สามแนวรุกเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดิโอโก้ โชต้า และ ซาดิโอ มาเน

ครึ่งแรกดำเนินมาจนถึงนาทีที่ 27 เป็นฝั่งของมาดริดมาจัดการพังประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ โทนี โครส วางบอลยาวตั้งแต่แดนตัวเองให้ วินิซิอุส จูเนียร์ พักอกแล้วยิงด้วยขวาอย่างเด็ดขาด ส่งให้ราชันชุดขาวออกนำ 1-0

ถัดมานาทีที่ 36 โลส บลังโกสมาบวกลูกสองเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ โครส วางบอลยาวตรงกลางสนามไปโดน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โหม่งสกัดพลาดมาเข้าทาง อเซนซิโอ โฉบมายกบอลข้ามตัว อลิสซอน เบ็คเกอร์ แล้วตามไปยิงจ่อ ๆ อย่างง่ายดาย ช่วยให้เจ้าบ้านหนีห่างเป็น 2-0 ก่อนจะครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังลิเวอร์พูลมาได้ประตูตีไข่แตก ในนาทีที่ 51 จากจังหวะที่ โชต้า ยิงด้วยขวาไปแฉลบขาของ ลูก้า โมดริช มาเข้าทาง ซาลาห์ ยิงด้วยซ้ายไปโดนมือ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ แล้วเช็ดคานเข้าไป ทำให้หงส์แดงไล่มาเป็น 1-2

ทว่าต่อมานาทีที่ 65 มาดริดมาได้ประตูที่สามฉีกหนีไปอีก โดยเริ่มจาก ลูคัส บาสเกวซ ทุ่มบอลทางริมเส้นฝั่งขวาให้ เบนเซมา พักบอลตรงสุดเส้นหลังแล้วไหลต่อให้ โมดริช จ่ายเข้ากลางต่อให้ วินิซิอุส จูเนียร์ ตวัดยิงด้วยขวาอย่างเฉียบคม ส่งให้ราชันชุดขาวนำ 3-1

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นเรอัล มาดริดชนะไป 3-1 กุมความได้เปรียบก่อนจะบุกไปเยือนแอนฟิลด์ ในคืนวันพุธที่ 14 เมษายนนี้

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เรอัล มาดริด  (4-3-3) : ธิโบต์ กูร์ตัวส์; ลูคัส บาสเกวซ, เอแดร์ มิลิเตา, นาโช เฟร์นานเดซ, แฟร์กล็องด์ เมนดี้; โทนี โครส, คาเซมิโร, ลูก้า โมดริช; มาร์โก อเซนซิโอ (เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ น.70), คาริม เบนเซมา, วินิซิอุส จูเนียร์ (โรดรีโก้ น.85)

สำรองไม่ได้ใช้ : มาร์เซโล, อังเดร ลูนิน, อัลบาโร โอดริโอโซลา, อิสโก้, มาเรียโน ดิอาซ, ดีเอโก้ อัลตูเบ้, เซร์คิโอ อาร์ริบาส, บิคตอร์ ชุสต์

ใบเหลือง - ลูคัส บาสเกวซ น.49

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน เบ็คเกอร์; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, โอซาน คาบัค (โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน น.81), แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน; นาบี เกอิต้า (ติอาโก้ อัลคันทารา น.42), ฟาบินโญ, จอร์จินิโย ไวจ์นัลดุม; โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดิโอโก้ โชต้า (เซอร์ดาน ชากิรี น.81), ซาดิโอ มาเน

สำรองไม่ได้ใช้ : เจมส์ มิลเนอร์, อาเดรียน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, เคอร์ติส โจนส์, คอสตาส ซิมิคาส, เบน เดวีส์, รีส วิลเลียมส์, ฮาร์วีย์ เดวีส์, เจค เคน

ใบเหลือง - ซาดิโอ มาเน น.39, ติอาโก้ อัลคันทารา น.56, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น.83

โปรแกรมถ่ายทอดสด 

TV station

UEFA.tv

เช็คโปรแกรมถ่ายทอดสดทุกคู่ได้ทีนี่

วันและเวลาแข่งขัน

เกม เรอัล มาดริด - ลิเวอร์พูล
วันที่ คืนวันอังคารที่ 6 เมษายน 2564
เวลา 2.00 น. (เช้ามืดวันพุธ)
สนาม เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน

สภาพความพร้อมก่อนเกมของทั้งสองทีม

เรอัล มาดริด จะไม่มี เอเด็น อาซาร์, เซร์คิโอ รามอส, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ และ ดาเนียล การ์บาฆาล ที่มีอาการบาดเจ็บ รวมถึง ราฟาแอล วาราน ที่ติดเชื้อโควิด-19 แต่จะได้ กาเซมิโร พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง โดยแนวรับใช้ เอแดร์ มิลิเตา จับคู่กับ นาโช แดนกลางประกอบด้วย คาเซมิโร ประสานงานกับ โทนี โครส และ ลูก้า โมดริช ขณะที่แนวรุกใช้สามประสาน วินิซิอุส, มาร์โก อเซนซิโอ และ คาริม เบนเซมา

ลิเวอร์พูล เกมนี้จะยังไม่มี เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ โกเมซ, ดิว็อค โอริกี และ โจเอล มาติป ที่ยังบาดเจ็บ แต่น่าจะได้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ฟิตกลับมาช่วยทีมได้ทันเวลา แนวรับใช้ โอซาน คาบัค จับคู่กับ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ แดนกลางนำทัพโดย จอร์จินิโย ไวจ์นัลดุม ประสานงานกับ ติอาโก้ อัลคันทารา และ ฟาบินโญ แนวรุกเป็นสามประสาน ซาดิโอ มาเน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ดิโอโก้ โชต้า

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด

กูร์ตัวส์ (GK)

บาสเกวซ, นาโช, มิลิเตา, เมนดี้

โมดริช, กาเซมิโร, โครส

อเซนซิโอ ,เบนเซมา, วินิซิอุส

ลิเวอร์พูล

อลิสซอน (GK)

อาร์โนลด์, คาบัค, น.ฟิลลิปส์, โรเบิร์ตสัน

ติอาโก้, ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ

โชต้า, ซาลาห์, มาเน

ผลงานใน แชมเปี้ยน์ลีก รอบที่ผ่านมา

เรอัล มาดริด เอาชนะ อตาลันต้า ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-1 ขณะที่ ลิเวอร์พูล ชนะ ไลป์ซิก มาด้วยสกอร์รวม 4-0

ติดตามข่าว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

โปรแกรมการแข่งขันคู่อื่นๆ

ปิด