10 ประตูฝังใจ "ไทยแลนด์ กลาซิโก้ "

คอมเมนต์()
Goalthailand
ไทยแลนด์ กลาซิโก้ กำลังจะอุบัติขึ้นอีกครั้ง โกล ประเทศไทย ขอพาคอลูกหนังเรียกน้ำย่อย เพิ่มอรรถรสด้วยการย้อนชม 10 ประตูที่ยังตราตรึงใจไม่รู้ลืม

ณัฐพร พันฤทธิ์ (ชลบุรี 2-5 เมืองทอง , 31 พฤษภาคม 2009)

"กัปตันโอ๊ต" ไม่เพียงแต่ทำช็อคแฟนบอลฉลามชลเมื่อย้ายข้ามฟากซบกิเลนผยองเพราะในเกมวันนั้นเจ้าตัวยังโหม่งพังประตูจากลูกเตะมุมของ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ให้ เมืองทอง ยูไนเต็ด พลิกนรกจากตามหลัง 2-0 กลับมาถล่มอดีตต้นสังกัดเก่าถึง 2-5 พร้อมพา กิเลนผยอง ชูถ้วยไทยพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ติอาโก้ คุนญ่า (ชลบุรี 2-0 เมืองทอง , 23 สิงหาคม 2014)

ดาวยิงบราซิลยังคงความอันตรายและเป็นตัวความหวังของฉลามชล โดยเขาจัดการซัดฟรีคิกด้วยซ้ายผ่านมือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เสียบเสาแรก เบิกร่องให้ทีมขึ้นนำ ก่อนที่ พิภพ อ่อนโม้ จะหลุดไปยิงปิดกล่องให้ทีมเอาชนะไป 2-0 ลบอาถรรพ์ไร้ชัยยามพบ "กิเลนผยอง" ในรังฉลามได้สำเร็จเป็นหนแรกในศึกไทยพรีเมียร์ลีกตลอด 6 ปีที่พบกัน

 มาริโอ ยูรอฟสกี้ (ชลบุรี 0-2 เมืองทอง , 23 มีนาคม 2013)

พ่อมดลูกหนังชาวมาซิโดเนียถือเป็นตัวแสบแห่ง "เอล กลาซิโก้ ไทยแลนด์" ตัวจริง! เพราะเจอ "ชลบุรีเมื่อใด... เกรียนโอ้จัดให้ทุกที" เช่นเดียวกับปี 2013 การประสานงานแบบมองตารู้ใจของคู่หู M&M "มุ้ย" เบิ้ลบอลแบบเหนือชั้นให้ มาริโอ หลุดไปชิพข้ามตัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เข้าไปอย่างเด็ดขาดและเหนือชั้น

เอกพันธ์ อินทเสน (ชลบุรี 2-1 เมืองทอง , 30 มกราคม 2011)

ไม่แปลกใจที่คอลูกหนังชลบุรียังรักและจดจำนักเตะที่มีนิคเนมว่า "เชอรี่" ได้ดีเสมอ... โดยเกมนัดชิงถ้วยพระราชทาน ก. ถือเป็นเกมความทรงจำของปีกร่างเล็กเลือดฉลามผู้นี้ เมื่อเขาโชว์ความเลือดเย็นยิงแบบไม่จับบอลพุ่งเสียบเสาแรกแบบเฉียบคม พร้อมพา ชลบุรี เอฟซี ผงาดคว้าแชมป์ชิงถ้วยพระราชทาน ก. มาครอง

พิภพ อ่อนโม้ (ชลบุรี เอฟซี 2-1 เมืองทอง , 28 ตุลาคม 2010)

"เจ้าชายกบ" แสดงถึงให้เห็นถึงไหวพริบและสัญชาติญาณกองหน้าอันเต็มเปี่ยม โดยเกมนัดชิงบอลถ้วยเอฟเอคัพ 2010 พิภพสบโอกาสยิงด้วยการใช้หัวเกือกจิ้มบอลพุ่งเสียบมุมสามเหลี่ยม ชนิดที่ ทนงศักดิ์ พันภิพัฒน์ ตั้งตัวไม่ทันนำมาซึ่งประตูชัยส่ง "ฉลามชล" ผงาดคว้าแชมป์เอฟเอคัพไปครองและถือเป็นอีกหนึ่งเกมความทรงจำที่ตำนานชลบุรีผู้นี้จะไม่มีวันลืม

นูรูล ศรียานเก็ม (เมืองทอง 1-2 ชลบุรี เอฟซี , 25 ธันวาคม 2011)

ถือเป็นแมตซ์แจ้งเกิดของ นูรูล ศรียานเก็ม อย่างแท้จริง ซึ่งเกมในวันนั้นเจ้าหนูวัย 18 ปี ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง โดย พิภพ อ่อนโม้ เป็นคนวางบอลให้ดาวรุ่งรายนี้ใช้สปีดอันจัดจ้าน ก่อนยกบอลข้าม กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และจัดการยิงส่งให้แฟนบอลฉลามเฮลั่นสะใจเป็นประตูชัยดับกิเลนถึงถิ่น

ธีรศิลป์ แดงดา (เมืองทอง 1-1 ชลบุรี , 5 ตุลาคม 2009)

ดาวยิงเบอร์หนึ่งทีมชาติไทยแสดงให้เห็นถึงฝีเท้าอันเจิดจรัสตั้งแต่สมัยหนุ่ม โดยเกมวันนั้น "มุ้ย" ใช้ความสามารถเฉพาะตัวรับบอลจากการจ่ายของ ดาโน่ เซียก้า ก่อนใช้ตัวบังแนวรับฉลามแล้วพลิกยิงด้วยซ้ายแบบเหนือชั้นเป็นประตูตีเสมอ 1-1 ซึ่งเกมวันนั้นมีแฟนบอลกว่า 15,000 คนเข้าชมการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์สนามแตกที่คอลูกหนัง เมืองทอง และ ชลบุรี สร้างไว้และสร้างความประทับใจมาถึงยุคนี้

อดุล หละโสะ (เมืองทอง 1-1 ชลบุรี , 7 กันยายน 2013)

เป็นภาพที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนักที่มิดฟิลด์สไตล์ผึ้งงานรายนี้จะทำประตูได้ แต่มันเกิดขึ้นจริงในเกม "เอล กลาซิโก้ ไทยแลนด์ 2013" ท่ามกลางสถานการณ์ที่ ชลบุรี เอฟซี มีสกอร์ตามหลังเจ้าถิ่น "บังดุล" ก็จัดการซัดประตูสำคัญจากจังหวะที่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ชกบอลออกเข้าทางแล้วแปสวนตูมเดียวช่วยให้ทีมตามตีเสมอและจบด้วยการแชร์แต้ม

ติอาโก้ คุนญ่า (ชลบุรี 2-1 เมืองทอง , 28 มิถุนายน 2015) 

แม้ว่าเมืองทอง ยูไนเต็ด จะออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ยิงประตูที่ 6 ของเขาในยามพบกับชลบุรี ให้ทีมเยือนบุกมานำเจ้าถิ่นไปก่อนตั้งแต่ 15 นาทีแรก แต่ไม่ทันไร ติอาโก คุนญ่า ก็สร้างปัญหาให้กิเลนผยองทันทีเมื่อเขาโดน สราวุธ กัลยาณบัณฑิต อัดล้มหน้าเส้น 18 หลา แต่อาศัยความเก๋าลุกขึ้นมาชี้ที่จุดโทษเพื่อกดดันผู้ตัดสินจนได้ผล และเขาก็รับหน้าที่สังหารเองเข้าไป กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ฉลามชลพลิกกลับมาชนะเกมนั้น ซึ่งหากซีซั่นนี้ กิเลนผยอง พลาดแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก หนึ่งประตูที่พวกเขาต้องเจ็บใจต้องมีลูกนี้อย่างแน่นอน

ธีรศิลป์ แดงดา (ชลบุรี เอฟซี 0-3 เมืองทอง ยูไนเต็ด , 5 มีนาคม 2017)

ประตูนี้เกิดขึ้นในเกมล่าสุดที่พบกัน เมื่อนาทีที่ 12 ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้ากัปตันทีมเมืองทอง รับบอลจาก รัชพล นาวันโน ก่อนจับด้วยซ้ายและแต่งเข้าขวาข้างถนัด แล้วสบช่องยิงทันทีจากหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งเรียดผ่านมือ ชนินทร์ แซ่เอียะ เสียบโคนเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด นำมาซึ่งชัยชนะ 0-3 ที่สำคัญยังทำให้ “มุ้ย” กลายเป็นผู้เล่นชุดปัจจุบันที่ทำประตูได้มากที่สุดในการพบกันของทั้งสองทีม ด้วยผลงาน 4 ประตู

ปิด