ใครเด่น ใครดับ : ยูโร 2016 วันที่ 13

คอมเมนต์()
Getty
ยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม จบบริบูรณ์ในวันนี้ และนี่คือคนเด่น - คนดับ ในวันสุดท้ายก่อนเข้าสู่รอบน็อคเอาท์

ดาวเด่น


คริสเตียโน โรนัลโด้

ดาวยิงกัปตันทีมแห่งทัพฝอยทองลบคำวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นส่วนตัวในศึกยูโร 2016 ได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจัดการเหมาคนเดียว 2 ประตูกับอีก 1 แอตซิสต์ให้กับนานี พาโปรตุแกสไล่ตามตีเสมอฮังการีสุดมันส์ 3-3 โดยตลอดทั้งเกมที่ซูเปอร์สตาร์จากราชันชุดขาวมีโอกาสวาดลวดลายในสนามนั้น เจ้าตัวคือหัวใจสำคัญในแนวรุกของทัพฝอยทองอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอาศัยความสามารถเฉพาะตัวสร้างโอกาสการทำประตูชนิดที่ได้ลุ้นบ่อยครั้ง ก่อนจะพาทีมชาติโปรตุเกสผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับโครเอเชียต่อไป

 

ฮานเนส ฮัลล์ดอร์สสัน

ตลอดทั้งเกม ไอซ์แลนด์ ต้องเจอกับพายุเกมบุกของ ออสเตรีย ถาโถมเข้าใส่ในทุกรูปแบบ แต่นายด่านวัย 32 ปี รายนี้ก็ป้องกันไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งความเป็นผู้นำสั่งการแผงหลัง, การยืนตำแหน่ง และซูเปอร์เซฟอีกนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้หนึ่งประตูที่เสียไปถูกมองข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าเขาคือหนึ่งในฮีโร่คนสำคัญที่ช่วยให้ทีมสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ ศึก ยูโร 2016 ได้สำเร็จ

 

รัดญา นาอิงโกลัน

มิดฟิลด์ฮาร์ดแมนจากโรมา ได้โอกาสกลับมาลงตัวจริงอีกครั้งหลังจากหลุดเป็นแค่ตัวสำรองในเกมก่อนที่ถล่มไอร์แลนด์ 3-0 ซึ่งเขาก็สามารถคุมเกมแดนกลางได้อย่างแข็งแกร่ง ก่อนจะมาเป็นฮีโร่ซัดไกลสุดสวยกลายเป็นประตูชัยพาทีมเฉือนชนะสวีเดนหวุดหวิด 1-0 พร้อมผ่านเข้ารอบ 16 ทีมไปเจอกับฮังการีต่อไปได้สำเร็จ

 

เวส ฮูลาแฮน

ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองและกลายเป็นตัวทีเด็ดในการพลิกเกมให้ไอร์แลนด์ เมื่อมีโอกาสทองในการทำประตูชัยด้วยตัวเองในกรอบเขตโทษ แต่ดันยิงไปติดเซฟของซิริกูอย่างไม่น่าให้อภัย ก่อนที่อีกเพียงสองนาทีถัดมาเขาจะแก้ตัวได้สำเร็จ ด้วยการเป็นผู้เปิดบอลให้ร็อบบี้ เบรดี้โขกประตูชัย


ดาวดับ


เรนาโต้ ซานเชส

กองกลางป้ายแดงของบาร์เยิร์น มิวนิค ได้รับโอกาสจากเฟร์นานโด ซานโตส ในการถูกส่งลงสนามตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งเวลาหลัง (นาทีที่ 46) แทนที่ของ เจา มูตินโญ เพื่อหวังใช้จังหวะฉาบฉวยโจมตีแนวรับฮังการี ทว่าตลอดเวลา 90 นาทีที่ยอดวอนเดอร์คิดรายนี้อยู่ในสนาม เจ้าตัวกลับไม่ได้งัดฟอร์มการเล่นที่ดีโดยเฉพาะความสามารถเฉพาะตัวออกมาได้แม้แต่น้อย ไม่มีส่วนสำคัญกับทั้ง 3 ประตูที่โปรตุเกสทำได้ คุมเกมตรงกลางไม่ได้เปรียบคู่แข่ง รวมถึงจ่ายบอลผิดพลาดจนถูกบรรดาแนวรุกของฮังการีได้โอกาสบุกทำประตูได้อยู่บ่อยครั้ง

 

อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช

กองหลังจาก ดินาโม เคียฟ มีปัญหาพอสมควรกับการรับมือแนวรุกจอมเทคนิคของ ไอซ์แลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นผู้สังหารจุดโทษพลาดทำให้ทีมชวดตีเสมอได้ในช่วงท้ายครึ่งแรก ซึ่งน่าจะมีผลต่อความมั่นใจของเขาพอสมควรเพราะหลังจากนั้นเจ้าตัวมักมีช็อตผิดพลาดให้เห็นอยู่เป็นระยะ จนทำทีมต้องพ่ายในช่วงทดเจ็บ หลุดไปเป็นอันดับบ๊วยของกลุ่มตกรอบอย่างพลิกความคาดหมายพอสมควร

 

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ดาวยิงจอมเก๋าที่ออกมาประกาศก่อนเกมแล้วว่าจะรับใช้ชาติครั้งสุดท้ายในทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งเกมนี้ก็กลายเป็นนัดสุดท้ายของเขากับทัพไวกิ้งจริงๆ แม้จะพยายามทุ่มเทประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม แต่เมื่อไม่สามารถปลดล็อคสกอร์ให้กับตัวเองได้ ก็ทำให้เขาและทีมต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปอย่างชอกช้ำ

 

ซัลวาตอเร ซิริกู

มือกาวตัวสำรองของทีมชาติอิตาลีที่ได้รับโอกาสนี้เพราะ อันโตนิโอ คอนเต้ ต้องการพัก จานลุยจิ บุฟฟอน ไว้สำหรับการดวลสเปนในรอบน็อคเอาท์ แม้จะมีโอกาสเซฟสวยๆ อยู่บ้างภายในเกม แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาตัดสินใจผิดพลาดในการออกมาตัดบอลจังหวะที่ทีมเสียประตู รวมถึงการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมที่ค่อนข้างสับสน ทำให้แนวรับของอิตาลีที่เคยแข็งแกร่งและมีวินัย กลับกลายเป็นสับสนและวุ่นวายกันไปคนละทิศละทาง

 

ปิด